ค้นหา

ตัดโอนตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ไปสังกัด สอศ.และ กศน. รวม 1,843 อัตรา

 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ศธ.ในภูมิภาค เห็นชอบอนุมัติตำแหน่งครูผู้ช่วย สอศ.และ กศน.รวม 1,843 อัตรา 

วันนี้ (26 ก.พ.63) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ครั้งที่ 1 / 2563 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติ ให้ตัดโอนอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายการสอน ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ว่างอยู่ ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วยสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 1,023 อัตรา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 820 อัตรา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,843 อัตรา

โดยมีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่งเพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง คือ ให้ได้รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย ตามวุฒิที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยอาศัยเบิกในอัตราเงินเดือนที่กำหนด และอัตราเงินเดือนที่กำหนดนี้ เมื่อนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว อัตราเงินเดือนที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งว่าง ไม่มีเงินหรือนำไปกำหนดเป็นตำแหน่งเพิ่มใหม่ได้

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค พิจารณา ในการประชุมวันที่ 2 มีนาคม 2563 ต่อไป 

ที่มา ; ศธ. 360 องศา

ข่าวเกี่ยวกัน

เคาะ1,843อัตรา เกลี่ยครู สพฐ.ไปกศน.-สอศ.กู้วิกฤติขาดแคลน

2 กุมภาพันธ์ 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2563 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตัดโอนอัตราเงินเดือน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การสอน ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 1,843 อัตรา แบ่งเป็น สังกัดสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)จำนวน 1,023 อัตรา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 820 อัตรา ที่ประชุมได้ย้ำเรื่องการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ให้กลุ่มโรงเรียนมีความสามารถเป็นนิติบุคคล ตลอดจนเรื่องการรับครู ซึ่งเป้าหมายสุดท้าย คือให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพดีใกล้เคียงกัน 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังย้ำเรื่องการจัดสรรบุคลากรให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล(Stand Alone) ซึ่งมีอยู่กว่า 5,000 โรงเรียน ให้มีบุคลากรที่พร้อมตรงกับความต้องการ และจะทำให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งขณะนี้ สพฐ. มีข้อมูลอยู่แล้วว่ามีครูอยู่จำนวนเท่าไร เหลือเพียงสำรวจความต้องการของโรงเรียนแต่ละแห่ง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียน Stand Alone โดยตนจะมีหารือกับผู้บริหารองค์การหลักของ ศธ. ในเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาถึงแนวทางการทำงานทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพการบริหารจัดการว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร การให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล การรับครูต่างๆ เพื่อทำให้โรงเรียนมีคุณภาพดีใกล้เคียงกัน หลังจากหารือได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

ด้านนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า สาเหตุที่มีการเกลี่ยอัตรากำลังจาก สพฐ.ไป กศน.และ สอศ. ครั้งนี้ เพราะทั้ง 2 หน่วยงานมีปัญหาขาดแคลนครู โดยเฉพาะ สอศ.ขาดครูประมาณ 20,000 อัตรา , กศน. ขาดประมาณ 7,000 อัตรา แต่ปีงบประมาณ 2562 มีอัตราว่างรองรับได้เพียง 1,843 อัตรา จึงสามารถเกลี่ยได้เพียงเท่านี้ และในอนาคตหากมีความจำเป็นก็จะขออัตราครูเพื่อจัดสรรให้ต่อไป

ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

 

ความเห็นของผู้ชม