ค้นหา

Non-Cognitive Skills แนวคิดใหม่ในการบริหารการศึกษา

ในปัจจุบัน รูปแบบการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีการพูดถึงการพัฒนาทักษะของผู้เรียนอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทักษะด้านการเรียนรู้ ทักษะด้านนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ ทักษะด้านชีวิต ทักษะด้านอาชีพ

ทักษะต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดทักษะที่จำเป็นของการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีบริบททางสังคมแตกต่างจากศตวรรษที่ 21 เพราะศตวรรษที่ 21 เป็นยุคสมัยที่บริบททางสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

รูปแบบการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วยการเพิ่มพูนทักษะต่างๆ ให้แก่ผู้เรียน เพื่อรองรับความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของบริบททางสังคมได้อย่างทันท่วงที

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบททางสังคมในศตวรรษที่ 21 ทำให้มีอัตราการแข่งขันที่สูงมากในทุกองค์กรและทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือองค์กรทางการศึกษา ซึ่งมีหน้าที่ผลิตบุคลากรป้อนให้กับองค์กรในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม

เมื่ออัตราการแข่งขันที่สูงมากดังกล่าวที่ลุกลามเข้ามาสู่แวดวงการศึกษา จึงทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมทางด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในแนวทางใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นไปยังการกำหนดจุดมุ่งหมายในรายวิชาต่างๆ ที่พุ่งเป้าไปในประเด็นของการแข่งขัน

ผ่านรูปแบบการวัดและประเมินผลทางการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับทักษะทางปัญญา หรือ Cognitive Skills

Cognitive Skills หรือทักษะทางปัญญา เป็นทักษะหนึ่งในจำนวนหลายทักษะของทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดย Cognitive Skills ก็คือทักษะด้านการเรียนรู้ เนื่องจากคำว่า Cognitive แปลว่า การรู้คิด หรือการรู้ หรือความรู้ ซึ่งตรงกันข้ามกับ Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม อันหมายถึงทักษะที่ไม่ใช่ทักษะทางปัญญา เพราะ Non-Cognitive Skills สามารถเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือทักษะการดำเนินชีวิต อาทิ ทักษะทางอารมณ์ ทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ทักษะการมองโลกในแง่บวก

Non-Cognitive จึงหมายถึงการเรียนรู้ด้านจิตใจ หรือคุณธรรมนั่นเอง

ทุกวันนี้ แม้ในแวดวงวิชาการทางด้านการบริหารการศึกษา จะเริ่มมีผู้ให้ความสำคัญกับประเด็นทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills อยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่ายังไม่มีงานศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะการวิจัยเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills ในการบริหารทางการศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจัง จะมีก็เพียงบทความทางวิชาการบางชิ้น หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนไม่มาก

การศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills ในการบริหารทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งท้าทาย หรือถือได้ว่า Non-Cognitive Skills สามารถเป็นตัวแปรใหม่ในการบริหารทางการศึกษา

โดยเฉพาะหากพูดถึงการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้เน้นไปที่ทักษะ และ Non-Cognitive Skills ก็คือทักษะตัวหนึ่งที่เรียกว่าทักษะทางพฤติกรรมนั่นเองครับ

Non-Cognitive Skills ตัวแปรสำคัญในด้าน “เศรษฐศาสตร์การศึกษา

การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งแวดวงวิชาการทางด้านการบริหารการศึกษา ได้มีงานค้นคว้าศึกษาวิจัยมากมายเกี่ยวกับศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะในประเด็นทักษะ แต่ที่ผ่านมาแทบจะไม่มีการกล่าวถึง Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม และแม้ว่าทุกวันนี้เริ่มมีนักวิชาการด้านการศึกษาให้ความสำคัญกับประเด็นทักษะทางพฤติกรรมเพิ่มมากขึ้น ทว่า ในวงการวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา ได้มีการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม มาแล้วมากมายก่อนหน้านี้

งานศึกษาจำนวนมากทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษาได้ชี้ว่า ทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เป็นปัจจัยสำคัญต่อการประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ เช่นเดียวกับทักษะทางด้านปัญญา หรือ Cognitive Skills

ที่แม้ว่าจะมีงานวิจัยจำนวนมากทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Cognitive Skills หรือทักษะทางด้านปัญญา โดยเฉพาะงานศึกษาที่ระบุว่า ผู้ที่มีการศึกษาสูงมีแนวโน้มที่จะมีรายได้จากการทำงานที่สูงขึ้นก็ตาม

พิริยะ ผลพิรุฬห์ (2556) ได้กล่าวไว้ถึงแนวทางการประมาณการผลลัพธ์ได้จากการศึกษา (Return on Education) ว่า โดยทั่วไปจะใช้สมการมินเซอร์ (Mincerian Equation) ในการประมาณหาความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านต่างๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านทักษะทางปัญญา (Cognitive Skill) กับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อบุคคลเหล่านั้นสำเร็จการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงาน สอดคล้องกับงานวิจัยของจงรักษ์ หงษ์งาม (2555) เรื่อง Effects of Cognitive Skill and Non-Cognitive Skills on Earning Outcomes: A Case of Kornkaen Province of Thailand ผลกระทบของทักษะทางปัญญาและทักษะทางพฤติกรรมที่มีต่อความสามารถสร้างรายได้กรณีศึกษาจังหวัดขอนแก่น ที่ได้ต่อยอดแนวความคิดของสมการมินเซอร์ ซึ่งเดิมมักใช้วัดผลตอบแทนทางการศึกษา (Education Return) ในรูปแบบของรายได้ ผ่านตัวแปร Cognitive Skills โดยได้เพิ่มตัวแปร Non-Cognitive Skills เข้าไปในสมการรายได้คือความเชื่อในอำนาจแห่งตนและการภาคภูมิใจในตน

ผลการวิจัยพบว่า เมื่อมีตัวแปร Non-Cognitive Skills ในสมการรายได้ทำให้เกิดผลที่ลดลงต่ออำนาจการอธิบายของตัวแปรทักษะทางสติปัญญา หรือ Cognitive Skills

ดังนั้น Non-Cognitive Skills จึงมีความสัมพันธ์ทางบวกต่อการหารายได้ที่สูงขึ้นอันส่งผลทำให้เกิดการบิดเบือนไปทางด้านมาก (Over-Biased) ในสมการมินเซอร์

จะเห็นได้ว่า การศึกษาค้นคว้าวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา มีการนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการทำนายความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับรายได้หลังจบการศึกษาเพื่อการประมาณการผลลัพธ์ได้จากการเรียนการสอน โดย Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม มีอิทธิพลต่อการประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพไม่น้อยไปกว่าทักษะทางด้านปัญญา หรือ Cognitive Skills

ดังนั้น หากมีการนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการพยากรณ์ในด้านการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารทางการศึกษา อาจส่งผลในแง่ของในการทำนายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ ในการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารทางการศึกษาได้ต่อไป (จักรกฤษณ์ สิริริน, 2558)

 

ตัวแปร Non-Cognitive Skills มีอิทธิพลเหนือ Cognitive Skills

การวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา ที่มีการนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการทำนายความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับการประมาณการผลประโยชน์ที่ทำได้หลังจบการศึกษา พบว่า ตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills มีความสัมพันธ์ทางบวกมากกว่าตัวแปรทักษะทางสติปัญญา หรือ Cognitive Skills ดังที่ จงรักษ์ หงษ์งาม (2555) ได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง Effects of Cognitive Skill and Non-Cognitive Skills on Earning Outcomes: A Case of Kornkaen Province of Thailand

โดยนอกจากงานวิจัยในประเทศดังกล่าวแล้ว งานวิจัยต่างประเทศในทางเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษานั้น มีเป็นจำนวนมาก อาทิ The Importance of Non-cognitive Skills: Lessons from the GED Testing Program (2001) ความสำคัญของทักษะทางพฤติกรรมบทเรียนจากโครงการพัฒนาระบบการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Formulating, Identifying and Estimating the Technology of Cognitive and Non-cognitive Skills Formation (2008) การปรับปรุง การชี้เฉพาะ และการคาดการณ์ทางเทคโนโลยีของการก่อรูปทักษะทางปัญญาและทักษะทางพฤติกรรม

Estimating the Technology of Cognitive and Non-cognitive Skills Formation (2010) การคาดการณ์ทางเทคโนโลยีของการก่อรูปทักษะทางปัญญาและทักษะทางพฤติกรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยเรื่อง The Effects of Cognitive and Non-cognitive Abilities on Labor Market Outcomes and Social Behavior (2006) ผลกระทบของความสามารถทางด้านทักษะทางปัญญาและทักษะทางพฤติกรรมที่มีต่อผลผลิตจากตลาดแรงงานและพฤติกรรมทางสังคม

โดยงานวิจัยทั้ง 4 ชิ้น เป็นของนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อ James J. Heckman ครับ

The Effects of Cognitive and Non-cognitive Abilities on Labor Market Outcomes and Social Behavior (2006) ของ James J. Heckman นับเป็นผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills ชิ้นหลักที่มีการอ้างอิงและกล่าวขวัญถึงมากที่สุด

งานวิจัยชิ้นนี้ James J. Heckman ได้อธิบายถึงผลกระทบของทักษะทางปัญญา หรือ Cognitive Skills และทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills ที่มีต่อความสำเร็จในตลาดแรงงาน

ผลการวิจัยพบว่า นอกจากตัวแปร Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรมจะส่งอิทธิพลต่อตัวแปรความสำเร็จในการทำงานอันส่งผลทำให้บุคลากรดังกล่าวได้รับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว

ทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เอง ก็ยังเป็นตัวแปรที่เป็นตัวกำหนดหรือมีอิทธิพลเหนือตัวแปร Cognitive Skills หรือทักษะทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการเข้าเรียน ปัจจัยความขยันหมั่นเพียร ปัจจัยการเลือกอาชีพ

สอดคล้องกับงานศึกษาของ Giorgio Brunello และ Martin Schlotter (2011) เรื่อง Non-Cognitive Skills and Personality Traits: Labour Market Relevance and Their Development in Education & Training Systems ทักษะทางพฤติกรรมและคุณลักษณะเฉพาะตนกรณีศึกษาปัจจัยจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการฝึกอบรมและระบบการจัดการศึกษาที่สัมพันธ์กับตลาดแรงงาน

ผลการวิจัยพบว่า ทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills ที่ดีจะส่งผลต่อความสำเร็จทางด้านการเรียน อันนำมาสู่ Cognitive Skills หรือทักษะทางปัญญาที่สูงขึ้น และในท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานตามมา (จักรกฤษณ์ สิริริน, 2558)

จากผลการวิจัยเรื่อง The Effects of Cognitive and Non-cognitive Abilities on Labor Market Outcomes and Social Behavior (2006) ของ James J. Heckman และงานวิจัยเรื่อง Non-Cognitive Skills and Personality Traits: Labour Market Relevance and Their Development in Education & Training Systems ของ Giorgio Brunello และ Martin Schlotter (2011) สามารถกล่าวได้ว่า ตัวแปร Non-Cognitive Skills มีอิทธิพลเหนือ Cognitive Skills

ทั้งนี้เนื่องเพราะ ตัวแปร Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม ส่งผลในทางบวกต่อปัจจัยการเข้าเรียน ปัจจัยความขยันหมั่นเพียร ปัจจัยการเลือกอาชีพ ปัจจัยความสำเร็จทางด้านการเรียน

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของ Cognitive Skills หรือทักษะทางปัญญานั่นเองครับ

ขอบเขตของการวิจัยทางด้านการบริหารทางการศึกษา ก็มีนักวิชาการหลายท่านที่พยายามนำตัวแปร Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการพยากรณ์ในด้านการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารทางการศึกษา

โดยเฉพาะงานวิจัยเรื่อง Next-generation Non-cognitive Assessment is Needed Now (2016) ของ Jonathan Martin ที่พัฒนาขึ้นจาก Big Five personality traits หรือ บุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบ

โดยต่อยอดจากงานวิจัยเรื่อง The Effects of Cognitive and Non-cognitive Abilities on Labor Market Outcomes and Social Behavior (2006) ของ James J. Heckman มากำหนดเป็นปัจจัยภายในตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills ได้แก่

     1. Extraversion (ความเชื่อมั่น)

     2. Agreeableness (การเข้าสังคม)

     3. Conscientiousness (ความรอบคอบ)

     4. Emotional Stability (ความมั่นคงทางอารมณ์)

     5. Openness (การเปิดใจกว้าง)

โดยในประเทศไทย วัลยา นิหมัด (2559) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านรถไฟ ได้นำตัวแปรบุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบจากงานวิจัยเรื่อง Next-generation Non-cognitive Assessment is Needed Now (2016) ของ Jonathan Martin มาประยุกต์ใช้ในขอบข่ายงานด้านการบริหารทางการศึกษา

อันประกอบไปด้วยด้านความเชื่อมั่น (Extraversion) เน้นที่การสื่อสารทั้งภายในและภายนอก การให้น้ำหนักเรื่องการสร้างภาวะผู้นำของนักเรียน การส่งเสริมการสร้างความเป็นมิตร การสนับสนุนการทำกิจกรรมกับชุมชนและสังคม

  • ด้านการเข้าสังคม (Agreeableness) เน้นการทำงานเป็นทีม ความซื่อสัตย์ของสมาชิกในทีม การสร้างความเชื่อถือ ศรัทธา และการยอมรับของชุมชนและสังคม
  • ด้านความรอบคอบ (Conscientiousness) เน้นการวางแผน การจัดโครงสร้างองค์กรและขับเคลื่อนอย่างรัดกุม การรับรู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
  • ด้านความมั่นคงทางอารมณ์ (Emotional Stability) เน้นการควบคุมสภาวะอารมณ์ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า การรับรู้และความเข้าใจในเหตุการณ์ การปฏิบัติงานภายใต้ความกดดัน
  • ด้านการเปิดใจกว้าง (Openness) เน้นจิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการเป็นนวัตกร การตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างตนเองและผู้อื่น การพัฒนาความคิดในแง่บวก

 

Mission Skills ตัวแปรใหม่ในศตวรรษที่ 21

หากเราพูดถึง ทักษะในศตวรรษที่ 21” หรือ 21st Century Skills ในการวิจัยทางการบริหารการศึกษา เราจะพบ ทักษะ มากมายที่เกี่ยวข้องกับ ศตวรรษที่ 21” ไม่ว่าจะเป็น ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา, ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม, ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์, ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ, ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้

โดยเฉพาะหากเราพูดถึง ทักษะทางพฤติกรรมหรือ Non-Cognitive Skills แม้ว่าในแวดวงการวิจัยทางการบริหารการศึกษาจะยังไม่มีการนำตัวแปร Non-Cognitive Skills มาใช้ในการวิจัย

ทว่า ในวงการเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา ได้มีการนำตัวแปร ทักษะทางพฤติกรรมมาใช้ในการวิจัย อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะงานวิจัยของ Jonathan Martin ที่กล่าวถึง บุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบดังได้กล่าวไปข้างต้น

นอกจาก บุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบ แล้ว Jonathan Martin (2014) ยังได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills และได้กำหนดตัวแปรใหม่ที่ใช้ในการพยากรณ์ในประเด็น ทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills จำนวน 6 ตัวแปร ภายใต้ชื่อ ทักษะทางพันธกิจ หรือ Mission Skills อันประกอบไปด้วย

      1. Teamwork (การทำงานเป็นทีม)

      2. Creativity (ความสร้างสรรค์)

      3. Ethics (จริยธรรม)

      4. Resilience (ความยืดหยุ่น)

      5. Curiosity (ความใฝ่รู้)

      6. Time Management (การบริหารเวลา)

การนำตัวแปร ทักษะทางพันธกิจ หรือ Mission Skills ทั้ง 6 ตัวแปร มาใช้ในการวิจัยทางการบริหารการศึกษาร่วมกับ Big Five personality traits หรือ บุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบ นี้

จะเป็นการขยายความและต่อยอดการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ในแวดวงวิชาการทางด้านการบริหารการศึกษา เพื่อสอดรับกับการนำเสนอ ทักษะทางพฤติกรรมหรือ Non-Cognitive Skills ภายใต้บริบทของการศึกษา ทักษะในศตวรรษที่ 21” หรือ 21st Century Skills ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

Non-Cognitive Skills ตัวแปรใหม่ในการบริหารทางการศึกษา

จากงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา ที่ได้มีการนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการทำนายความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับรายได้หลังจบการศึกษาเพื่อการประมาณการผลลัพธ์ได้จากการเรียนการสอน และงานวิจัยทางด้านการบริหารทางการศึกษา ที่ได้มีการกำหนดปัจจัยในการพยากรณ์จำนวน 5 องค์ประกอบ รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้กับโรงเรียนบ้านรถไฟ

ขณะเดียวกัน ไพฑูรย์ สินลารัตน์ คณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึง Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม ในบทความเรื่องการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาการเรียนการสอน (2555)

รวมทั้งวิจารณ์ พานิช ผู้บุกเบิกประเด็นทักษะแห่งอนาคตใหม่: การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 ได้ให้คำนิยามของ Non-Cognitive Skills ว่าเป็นลักษณะนิสัย ในบทความเรื่องความมุมานะ ความใฝ่รู้ และพลังแฝงของลักษณะนิสัย (2557)

โดยทั้งสองท่านได้เชื่อมโยง รูปแบบการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่มีการพูดถึงการพัฒนาทักษะต่างๆ ของผู้เรียน กับ Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม ซึ่งหมายถึง ทักษะทางอารมณ์ ทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ทักษะการมองโลกในแง่บวก

โดยกล่าวได้ว่า Non-Cognitive หมายถึงการเรียนรู้ด้านจิตใจ หรือคุณธรรม การสังเคราะห์ผลการวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา คือเรื่อง The Effects of Cognitive and Non-cognitive Abilities on Labor Market Outcomes and Social Behavior (2006) ของ James J. Heckman

เรื่อง Non-Cognitive Skills and Personality Traits: Labour Market Relevance and Their Development in Education & Training Systems ของ Giorgio Brunello และ Martin Schlotter (2011)

และเรื่อง Effects of Cognitive Skill and Non-Cognitive Skills on Earning Outcomes: A Case of Kornkaen Province of Thailand ของจงรักษ์ หงษ์งาม (2555)

อีกทั้งหากนำงานวิจัยเรื่อง Next-generation Non-cognitive Assessment is Needed Now (2016) ของ Jonathan Martin อันได้แก่ Extraversion (ความเชื่อมั่น) Agreeableness (การเข้าสังคม) Conscientiousness (ความรอบคอบ) Emotional Stability (ความมั่นคงทางอารมณ์) และ Openness (การเปิดใจกว้าง) มาพิจารณา

ก็สามารถกล่าวได้ว่าควรที่การวิจัยทางด้านการบริหารทางการศึกษาจะนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills ซึ่งได้แก่ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับ Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม

คือปัจจัยบุคลิกภาพ 5 องค์ประกอบในตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills ของ Jonathan Martin มาใช้เป็นปัจจัยหลักในการพยากรณ์ในด้านการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารทางการศึกษาได้ต่อไป

บทสรุป

แม้ว่าการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 จะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของผู้เรียนเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในบริบททางสังคมที่มีอัตราการแข่งขันที่สูงมากในทุกองค์กรและทุกวงการ

ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมทางด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในแนวทางใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นไปยังการกำหนดจุดมุ่งหมายในรายวิชาต่างๆ ที่พุ่งเป้าไปในประเด็นของการแข่งขัน ผ่านรูปแบบการวัดและประเมินผลทางการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับทักษะทางปัญญา หรือ Cognitive Skills

จนสามารถกล่าวได้ว่า ได้ละเลยการให้ความสำคัญกับ Non-Cognitive Skills หรือทักษะทางพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็น ทักษะทางอารมณ์ ทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ทักษะการมองโลกในแง่บวก หรือการเรียนรู้ด้านจิตใจ หรือคุณธรรม

โดยในปัจจุบัน แม้การศึกษาเรื่องทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills มีเพียงผลการวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษาเท่านั้น แต่ก็มีความพยายามจากนักวิชาการทางด้านการบริหารการศึกษาในการเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills

โดยเฉพาะ หากสังเคราะห์ผลการวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และเศรษฐศาสตร์การศึกษา ของ James J. Heckman ของ Giorgio Brunello และ Martin Schlotter (2011) และของ จงรักษ์ หงษ์งาม (2555) รวมถึงของ Jonathan Martin

อีกทั้งบทความวิชาการของไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2555) และวิจารณ์ พานิช (2557) รวมถึงวัลยา นิหมัด (2559)

ก็สามารถกล่าวได้ว่าควรที่การวิจัยทางด้านการบริหารทางการศึกษาจะนำตัวแปรทักษะทางพฤติกรรม หรือ Non-Cognitive Skills มาใช้เป็นปัจจัยหลักในการพยากรณ์ในด้านการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารทางการศึกษาได้ต่อไป

 ที่มา; Jakkrit Siririn

ความเห็นของผู้ชม