ค้นหา

ทฤษฎีจำแนกสมองที่นักประสาทวิทยาบอกว่าส่งผลต่อนิสัย

ดาเนียล อาเมน คุณหมอเซเล็บ นักประสาทวิทยาจากสหรัฐฯ ผู้เขียนหนังสือเบสต์เซลเลอร์มากมายที่ต่อยอดมาจากทฤษฎี SPECT (single-photon emission computed tomography) ที่เชื่อว่า สมองของคนเรามีรูปแบบแตกต่าง และรูปแบบเหล่านั้นบอกตัวตนของคุณ โดยเขาศึกษาการสแกนสมองด้วย SPECT Scan กว่า 150,000 ครั้งแล้วสังเกตการไหลเวียนของเลือด พิจารณากิจกรรรมและพื้นที่ภายในสมองซ้ำๆ ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาโรค แล้วตีความออกมาว่า รูปแบบสมอง บอกได้ถึงประเภทบุคลิกภาพ และสามารถบอกได้ถึงรสนิยมด้านอาหาร อุปนิสัยการออกกำลังกาย และอื่นๆ เขาจำแนกประเภทหลักของสมองออกมาคร่าวๆ 5 ประเภท

 

ประเภทที่ 1: The Balanced Brain

สมองแบบสมดุล เป็นสมองมีการไหลเวียนของเลือดที่สมมาตรในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด คนที่สมองรูปแบบนี้แสดงว่าเป็นคนมีสมาธิจดจ่อ ยืดหยุ่น รวมถึงมีเสถียรภาพทางอารมณ์ เป็นคนที่สามารถทำสิ่งต่างๆ เสร็จตามเวลาและคำสัญญา และสามารถจัดการกับชีวิตในช่วงขาขึ้นและขาลงได้ดี แต่โดยทั่วไปไม่ได้ชอบความเสี่ยงมากนักและชอบที่จะปฏิบัติตามกฎ

เนื่องจากมีลักษณะเป็นคนจดจ่อและมีระเบียบ จึงสามารถเรียนรู้ได้ดีในโรงเรียนหรือในการฝึกปฏิบัติงาน และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับคนอื่นได้ดี ไม่ค่อยดราม่า คนสมองแบบสมดุล จะสามารถทำงานเป็นพนักงานที่ดี เหมาะกับงานผู้จัดการ ผู้ประสานโปรเจกต์

 

ประเภทที่ 2 : The Spontaneous Brain

สมองสัญชาตญาณ เป็นสมองที่มักจะมีกิจกรรมในส่วนหน้าของสมองบริเวณ prefrontal cortex (PFC) ที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆ คนที่มีสมองประเภทนี้จะชอบลองทำสิ่งใหม่ๆ มีความสนใจหลากหลายและอยากทำสิ่งต่างๆ มากกว่าที่ตารางที่กำหนดไว้ เป็นคนคิดนอกกรอบ ไม่เชื่อว่ากฎจะมีผลกับตนเอง และโดยทั่วไปแล้วจะมีนิสัยล่าช้าเวลานัดหมาย งานการจัดการไม่ใช่สิ่งที่สมองประเภทนี้เชี่ยวชาญนักและพฤติกรรมเสี่ยงของเจ้าของสมองอาจจะนำพาไปสู่ความเดือดร้อน

เป็นเรื่องง่ายที่สมองประเภทนี้จะถูกเบี่ยงเบนความสนใจและขาดการจัดการ ดังนั้น แม้ว่าเจ้าของสมองจะเป็นคนฉลาดจริงๆ แต่ก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำผลให้เกิดตามศักยภาพที่มี และเนื่องจากชอบความตื่นเต้น ทำให้เจ้าของสมองรูปแบบนี้อาจมีแนวโน้มที่จะสร้างดราม่าในความสัมพันธ์

คนที่มีสมองสัญชาตญาณ อาจมีส่วนร่วมในพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มมากเกินไป ใช้ยาเสพติด หรือมีพฤติกรรมนอกใจ รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นสมาธิสั้น ซึมเศร้า และติดยาเสพติด

ส่วนอาชีพที่มักพบบ่อย เช่น เจ้าของกิจการ ผู้ให้ความบันเทิง นักการเมือง และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์

 

ประเภทที่ 3 : The Persistent Brain

สมองยึดติด เป็นสมองที่มักมีกิจกรรมในส่วนหน้าของสมองหรือบริเวณ anterior cingulate gyrus (ACG) เพิ่มขึ้นมากกว่าคนอื่นๆ สมองประเภทนี้ ชอบทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ มักจะเอาแต่ใจตัวเอง ปฏิเสธที่จะไม่ตอบคำถามของคนอื่นและคิดว่ามันเป็นทางของตนเอง เจ้าของสมองประเภทนี้จะเติบโตได้ต่อเมื่อสามารถทำตามกิจวัตรประจำวันและสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลันได้ โดยทั่วไปมักเป็นคนขี้กังวล ไม่ปล่อยวางความเจ็บปวดในอดีตและปฏิเสธมัน

สมองประเภทนี้จะทำงานได้ดีเมื่อมีตัวเลือกให้ ดังนั้นจึงต้องการเรียนและฝึกอบรมที่ทำให้มีเวลามากขึ้น เพื่อจะเรียนรู้เนื้อหาได้ดีขึ้น 

เมื่อพื้นที่ส่วน ACG ของสมองทำงานมากเกินไปก็มีโอกาสที่เจ้าของสมองจะติดอยู่กับความคิดเชิงลบมากขึ้น เป็นคนที่ดื้อและมักจะจดจำการปะทะกันกับผู้คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือ OCD 

ในแง่อาหารการกิน หากต้องการสงบเจ้า ACG ควรเพิ่มเซโรโทนินในสมองด้วยการรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น มันฝรั่งหวาน รวมถึงรับประทานอาหารประเภทปลาแซลมอน ไก่งวง ไก่ไข่ ไข่ ถั่ว และธัญพืช และอาจจะรับประทานอาหารเสริมประเภท 5-HTP และหญ้าฝรั่น

 

ประเภทที่ 4 : The sensitive brain

สมองละเอีอดอ่อน เป็นสมองประเภทที่มักจะมีกิจกรรมในระบบ limbic ซึ่งเป็นศูนย์อารมณ์ของสมองมากเพิ่มขึ้น คนสมองลักษณะนี้มักมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อน ครอบครัว เพื่อนมนุษย์ และสัตว์ สามารถเพลิดเพลินไปกับดนตรี ภาพยนตร์ และศิลปะอื่นๆ โดยอาจจะไม่สามารถรับมือกับภาพยนตร์ที่มีความรุนแรง คนลักษณะนี้ไม่ชอบการโพสต์ความเกลียดชังที่เห็นตามโซเชียลมีเดีย ดังนั้น จึงควรออกห่างจากสิ่งเร้าเหล่านี้ นอกจากนั้น หลายคนที่มีสมองชนิดนี้มักต้องต่อสู้กับอารมณ์ความรู้สึกที่ท่วมท้นและมีแนวโน้มที่จะมีความคิดในแง่ลบโดยอัตโนมัติ (ANT) จำนวนมาก

คนสมองละเอียดอ่อน เป็นคนที่มีความไวต่อสิ่งเร้าภายนอก จึงจะอ่อนไหวง่ายกับสถานที่ที่มีเสียงดัง การเรียนรู้ในสถานที่เงียบสงบและมีที่ปรึกษาหรืออาจารย์ที่ให้การสนับสนุนจึงจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และต้องการใช้เวลาคนเดียวในการชาร์จพลัง ขณะเดียวกันก็ปรับเข้าหาคนอื่นได้ง่ายและสามารถให้ความอบอุ่นแก่คนอื่นเมื่อเขาต้องการ 

แต่การมีความอ่อนไหวสูงทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า รวมถึงความผิดปกติทางอารมณ์บางอย่างเช่นโรคไบโพล่าร์ คนสมองละเอียดอ่อนนี้ มักพบได้ในอาชีพนักบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ และนักสังคมสงเคราะห์ รวมถึงงานประเภทการสร้างสรรค์

มีคำแนะนำด้านอาหารการกินสำหรับสมองประเภทนี้ว่า หากจะเพิ่มความสงบให้ศูนย์กลางอารมณ์ของสมอง สามารถเสริมได้ด้วยไขมันที่มีประโยชน์อย่างอะโวคาโด อัลมอนด์ และปลาแซลมอน รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า -3, s-adenosylmethionine (SAMe) และวิตามินดี 

 

ประเภทที่ 5 : The Cautious Brain

สมองรอบคอบ เป็นสมองที่มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นในศูนย์ความวิตกกังวลของสมอง อาทิ ปมประสาทฐาน เยื่อหุ้มสมองโดดเดี่ยว หรือ amygdala รวมถึงมักจะเชื่อมโยงกับระดับต่ำของสารสื่อประสาท GABA

ด้วยความที่มีสมองแบบระแวดระวัง จึงทำให้รู้สึกกังวลและเตรียมพร้อมมากขึ้น เจ้าของสมองประเภทนี้มักจะจิตไม่ว่างและยากจะผ่อนคลาย โดยอาจจะคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดบ่อยๆ และมีความกังวลว่าจะล้มเหลวและขัดขวางโอกาสไปสู่ความฝัน

คนที่มีสมองแบบรอบคอบ ก็คือคนที่มักจะศึกษาเนื้อหาในชั้นเรียนไปก่อน แต่ในอีกด้าน บุคลิกของคนสมองลักษณะนี้คือคนที่กลัวที่จะถูกปฏิเสธและมักมองหาความมั่นใจจากคู่อยู่ตลอดเวลาจนเกินความจำเป็น เจ้าของสมองประเภทนี้มักมีความเสี่ยงต่อความวิตกกังวลและการเสพติด อาชีพที่พบมากกับคนสมองประเภทนี้ เช่น นักบัญชี นักวิจัย 

ด้านอาหารการกิน หากมีสมองลักษณะนี้ ควรบรรเทาความวิตกกังวลของสมอง โดยการหลีกเลี่ยงคาเฟอีน เหล้า และขนมหวาน 

 

เสียงวิพากษ์ต่อแนวคิด SPEC

แม้จะประกอบอาชีพเป็นหมอรักษาโรค แต่ดาเนียล อาเมน สั่งสมชื่อเสียงและสร้างผลงานจนเป็นที่รู้จักและกลายเป็นหมอเซเล็บ แต่กับเหล่าคุณหมอด้วยกันนั้นมองว่า อาเมนเก่งเรื่องทำการตลาดให้ตัวเองมากกว่าที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์จริงๆ

ในชุมชนนักวิทยาศาสตร์มองว่า เขาวางตัวเป็นไลฟ์โค้ชมากกว่าที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ และทฤษฎีเกี่ยวกับสมองของเขานั้น แม้จะยังเป็นที่ถกเถียง แต่กลับประสบความสำเร็จในการหารายได้ ส่วนอาเมนก็ตอบรับคำวิจารณ์เหล่านี้ว่า เพราะคนวิจารณ์เหล่านั้นอิจฉาที่เขารวยกว่าเท่านั้นเอง

อ้างอิง

https://www.washingtonpost.com/lifestyle/magazine/daniel-amen-is-the-most-popular-psychiatrist-in-america-to-most-researchers-and-scientists-thats-a-very-bad-thing/2012/08/07/467ed52c-c540-11e1-8c16-5080b717c13e_story.html

https://www.mindbodygreen.com/articles/what-your-brain-type-says-about-you?fbclid=IwAR2

Z-bBy1cyE9D0eF9C9JbRrhTUXrtMDE30OjDndtZ6-_TJRlJ45R8MPpwM 

https://brainhealthassessment.com/assessment

ที่มา ; themomentum

ความเห็นของผู้ชม