ค้นหา

20 วิธีง่ายๆที่จะทำคุณหลับสนิทและสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

เมื่อสมองได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ระบบประสาทรวมถึงการทำงานของร่างกายและความรู้สึกจะทำงานได้ดีขึ้นด้วย แต่ถ้าร่างกายเหนื่อยล้าเพราะสมองพักผ่อนน้อยก็จะส่งผลเสียต่อตัวคุณเองเป็นอย่างมากมาย เช่น คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นคนที่มีความจำสั้น สมอง เบลอ และไม่ต้องการที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว ซึ่ง 20 วิธีง่ายๆ ต่อไป นี้จะทำให้คุณที่สามารถนอนหลับอย่างสนิทได้ในทุกๆ วัน

1. เลิกกังวลกับทุกปัญหารอบตัว

ในชีวิตประจำวันทุกคนต่างมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการ ทำงาน ปัญหาในครอบครัว ปัญหาหัวใจและปัญหาจุกๆ จิกๆ ที่มีอยู่รอบตัว ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวการที่ทำให้นอนไม่หลับ และวิธีง่ายๆ ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คือ ก่อนล้มตัวลงนอนให้คุณหยุดคิดฟุ้งซ่านและเลิกกังวล กับปัญหาทุกเรื่อง และยอมรับในความเป็นจริงว่าปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหนทางแก้ไขปัญหาในตอนนี้ แต่คุณก็จําเป็นที่จะต้องนอนหลับ เพื่อให้สมองได้พักผ่อนและพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหาในวันพรุ่งนี้

รู้หรือไม่ หลังตื่นนอนคุณจะพบว่าการนอนหลับสนิทจะช่วยให้สมองสามารถหาทางแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัญหาที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ในเมื่อวาน อาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กในวันนี้ก็ได้

2. นึกถึงเรื่องดีๆ

ในระหว่างวันนอกจากคุณจะเจอกับปัญหาที่รายล้อมตัวแล้ว เชื่อว่าในขณะเดียวกันคุณก็ต้องพบเจอกับเรื่องดีๆ บ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ทำให้คุณยิ้มได้ ซึ่งในขณะที่คุณกำลังจะนอนให้นึกถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวันเอาไว้ เพราะเมื่อนึกถึงเรื่องดีๆ และเรื่องราวที่ทำให้เกิดความประทับใจสมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะช่วยทำให้คุณนอนหลับง่ายขึ้น

รู้หรือไม่ ก่อนเข้านอนอย่าคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน เพราะจะทำให้คุณวิตกกังวลและนอนหลับฝันร้าย เนื่องจากจิตใต้สำนึกยังวิตกกับเรื่อง แย่ๆ เหล่านั้นอยู่

3. เข้านอนให้เป็นเวลา

ควรกำหนดเวลานอนให้ชัดเจน เพราะสมองจะจดจำเวลาเข้านอนได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น หากคุณเข้านอนเป็นเวลาสมองจะรู้หน้าที่ในการทำงาน และตั้งกลไกอัตโนมัติในการนอนไว้ ส่งผลให้ในตอนกลางวันร่างกายจะทำงานได้อย่างเต็มที่และเมื่อถึงตอนกลางคืนร่างกายก็ง่วงนอนและอยากพัก ผ่อนในทันที

รู้หรือไม่ ข้อควรระวัง หากคุณเป็นคนนอนหลับและตื่นเป็นเวลา คุณต้องรู้จักปรับตัวให้เวลาทำงานสมดุลกับเวลาพักผ่อนด้วย มิฉะนั้นกลไกการนอนหลับ อัตโนมัติที่สมองตั้งไว้จะไม่ได้ผลเลย หากคุณยังนอนหลับไม่เป็นเวลา

4. ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม

คุณควรแยกห้องนอนกับห้องทำงานออกจากกัน เพราะหากห้องนอน กลายเป็นห้องทำงานจะส่งผลให้สมองไม่ทราบหน้าที่ชัดเจนและไม่สามารถ ออกคำสั่งกับร่างกายได้ว่า ควรจะทำงานหรือนอนหลับ ดังนั้น คุณควรใช้ห้องนอนเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่ควรนำงานกลับมาทำต่อที่ห้องนอน ซึ่งห้องนอนที่ดีนั้นควรมีสภาพอากาศที่ถ่ายเท และควรมีการเปลี่ยนผ้าปู ที่นอนทุก 2 อาทิตย์ ที่สำคัญห้องนอนต้องสะอาดไร้ฝุ่นเพราะเวลาที่หายใจ เข้า-ออก คุณจะได้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเหมาะแก่การนอนหลับฝันดีเป็นที่สุด

รู้หรือไม่ หากทาสีห้องนอนด้วยเฉดสีอ่อนๆ เช่น สีขาวครีม สีฟ้าอ่อน และเขียว ออน จะช่วยทำให้คุณนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น เพราะสีโทนนี้จะให้ความ รู้สึกสบายตา

5. ความเงียบจะช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น

ระหว่างที่นอนหลับไม่ควรเปิดทีวีและวิทยุทิ้งเอาไว้ เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สนิท และเสียงจากทีวีและวิทยุจะส่งสัญญาณก่อกวนคลื่นสมอง ซึ่งระหว่างที่คุณนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สมอง เซลล์และเส้นประสาทจะได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

รู้หรือไม่ ไม่ควรนำสำลีและเศษผ้ามาอุดหูไว้ขณะที่นอนหลับ เพราะสำลีและ เศษผ้าอาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและรู้สึกไม่สบายตัวจนทำให้คุณหลับไม่สนิท

6. อ่านหนังสือเล่มที่ไม่ค่อยชอบก่อนเข้านอน

การอ่านหนังสือเล่มที่คุณไม่ค่อยชอบก่อนเข้านอนนั้นจะส่งผลให้นอนหลับง่ายขึ้น เนื่องจากสมองมักจะทำแต่เฉพาะในสิ่งที่ชอบการอ่านหนังสือ เล่มที่คุณไม่ค่อยชอบจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและสายตาเมื่อยล้า เมื่อสมองและสายตาเมื่อยล้า คุณก็จะต้องการการผักผ่อน

รู้หรือไม่ คุณอาจจะลองเปลี่ยนมาอ่านหนังสือที่มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ ก่อน เข้านอน นอกจากจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว การอ่านภาษาอังกฤษซึ่งอาจ จะอ่านแบบผ่านตาและไม่จำเป็นต้องเข้าใจความหมายในทุกคำ ยังช่วยฝึกทักษะทางภาษาและถือเป็นการใช้ความรู้บำรุงสมองก่อนนอนด้วย

7. เขียนบันทึกส่วนตัวก่อนเข้านอน

วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ทบทวนตัวเองว่าในแต่ละวันที่ผ่านมาได้ทำอะไรลงไปบ้าง คุณอาจจะเขียนสิ่งที่ได้ทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้ ในแต่ละวันอย่างคร่าวๆ เพื่อเป็นการฝึกสมองในทักษะด้านการคำนวณไปด้วย โดยการเขียนบันทึกส่วนตัวก่อนเข้านอนนั้น ไม่ควรเขียนด้วยความรีบ ร้อนและเอาจริงเอาจัง แต่ควรเขียนแบบเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องที่มีสาระและไม่มี สาระ ซึ่งจะทำให้สมองทำงานช้าลง จนในที่สุดก็จะรู้สึกง่วงนอนและอยากพักผ่อน

รู้หรือไม่ บันทึกประจำวันเป็นสิ่งที่ควรเขียนทุกวันเพราะนอกจากจะช่วยให้คุณรู้ ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแล้ว การเขียนบันทึกประจำวันยัง ทำให้คุณจำเหตุการณ์ต่างๆ ได้นานขึ้นด้วย

8. ออกกำลังกายให้เป็นประจำ

นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การออกกำลังกายบางประเภท เช่น ยิงธนู ปาเป้าและโยนเปตอง ยังช่วยเพิ่ม ทักษะการคิดการวางแผนการให้แก่การทำงานของสมองซีกซ้ายด้วย

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานที่ได้จาก อาหารที่คุณกินเข้าไปมาเพาพลาญไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย เมื่อพลังงาน ถูกใช้ไปจนหมดร่างกายก็อยากพักผ่อนและการออกกำลังกายก็ช่วยให้นอนหลับอย่างสนิท

รู้หรือไม่ การออกกำลังกายเป็นประจำจะลดโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ไมเกรน เส้นเลือดในสมองตีบและเส้นเลือดในสมองโป่งพอง

9. อย่านอนกลางวันติดต่อกันหลายชั่วโมง

อย่านอนตอนกลางวันติดต่อกันหลายชั่วโมง เพราะการนอนตอนกลาง วันจะทำให้สมองไม่สามารถจดจำเวลาเข้านอนที่แน่นอนได้และการนอน กลางวันจะทำให้ร่างกายรู้สึกว่าได้พักผ่อนแล้ว เมื่อถึงเวลาเข้านอนตอนกลาง คืน คุณจะรู้สึกไม่อยากหลับตาและไม่ง่วง เพราะร่างกายยังไม่รู้สึกอ่อนล้า และไม่อยากพักผ่อน ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติกว่าคุณจะรู้สึก ง่วงนอนและนอนหลับได้อย่างสนิท

รู้หรือไม่ การนอนกลางวันจะทําให้สมองเข้าใจผิดว่า สมองได้รับการพักผ่อน อย่างเต็มที่แล้ว และเมื่อตื่นขึ้นมาคุณจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย เนื่องจาก ร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการนอนที่ผิดเวลา

10. ไม่กินอาหารก่อนเข้านอน

การกินอาหารก่อนนอน นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังจะส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากหากกินอิ่มมากจนเกินไปร่างกายจะไม่สามารถ ย่อยอาหารได้และการนอนทั้งๆ ที่อาหารยังไม่ย่อยก็จะทำให้เกิดอาการพะอืด พะอม อึดอัด ไม่สบายตัว และอาเจียน ซึ่งการกินอาหารก่อนเข้านอนนั้นยัง จะทำให้สมองเข้าใจว่าเมื่อกินในตอนกลางคืนก็แสดงว่าร่างกายต้องใช้ พลังงาน เมื่อมีพลังงานร่างกายก็จะไม่ง่วงและพร้อมที่จะทำงาน

รู้หรือไม่ การกินอาหารก่อนเข้านอนจะทำให้คุณเกิดความเคยชิน และเมื่อไรที่ คุณไม่ได้กินอาหารก่อนเข้านอนคุณก็จะนอนไม่หลับ

11. อย่าดื่มน้ำเปล่ามาก

ก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมงควรดื่มน้ำเปล่าสัก 1-2 แก้ว เพื่อให้รางกาย รู้สึกสดชื่นและป้องกันภาวะขาดน้ำ และห้ามดื่มน้ำก่อนนอนเพราะการดื่มน้ำ เยอะจะทําให้คุณเกิดอาการปวดปัสสาวะตอนกลางดึก ทำให้คุณต้อง เข้าห้องน้ำ ส่งผลให้คุณนอนหลับไม่สนิทตลอดทั้งคืน

รู้หรือไม่ ในแต่ละวันควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้มากกว่าวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำเป็น พลังงานสําคัญที่สมองและร่างกายจะต้องนำไปใช้ในการทำงาน และน้ำยังช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติด้วย

12. ก่อนนอนต้องงดดื่มชา กาแฟ

งดดื่มเครื่องที่มีกาเฟอีนทุกชนิดก่อนเข้านอน เช่น ชา กาแฟ และโกโก้ เย็น เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งหากดื่ม เป็นประจำติดกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว และการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนจะทำให้ คอเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูง และเมื่อคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูงก็อาจ เป็นสาเหตุนำไปสู่การป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์และอัมพาต แต่การกินโกโก้ ร้อนๆ แบบไม่เข้มจะช่วยให้คุณผ่อนคลายได้

รู้หรือไม่ ก่อนเข้านอนหากคุณดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้ว จะทำให้เกิดอาการหัวใจสั่นและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานผิดปกติ ทำให้คุณอาจเกิดอาการ เกร็งและชักกระตุกได้

13. เลิกสูบบุหรี่

หากในระหว่างวันที่ผ่านมาคุณสูบบุหรี่จัดมาก สูบมาตลอดทั้งวันและ สูบก่อนนอน จะทำให้คุณเป็นโรคนอนไม่หลับ เนื่องจากในบุหรี่มีสารนิโคติน ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้นอนหลับยากมาก ที่สำคัญหากสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีโอกาสสูงที่จะป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ดังนั้น หากอยากเป็นคนที่มีสุขภาพดีและนอนหลับได้อย่างสนิทก็ควรเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพร่างกายและสมองด้วย

รู้หรือไม่ บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันผุ ซึ่งอาการฟันผุเป็นสาเหตุให้เกิด โรคฝีในสมองด้วย

14. ดื่มน้ำลูกเดือยจะทำให้หลับง่าย

น้ำลูกเดือยจัดเป็นน้ำธัญพืชที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหารสูง ซึ่ง หากดื่มน้ำลูกเดือยก่อนเข้านอนเป็นประจำจะทำให้หลับง่ายขึ้น เนื่องจากใน ลูกเดือยมีกรดอะมิโน ทริปโตแฟนอยู่ โดยกรดอะมิโนตัวนี้เป็นสารอาหารที่มี ความสําคัญต่อสมองเป็นอย่างมาก เนื่องจากสมองต้องการกรดอะมิโนมาใช้ เป็นพลังงานในการทำงาน

รู้หรือไม่ หากคุณไม่ชอบกลิ่นของธัญพืช คุณอาจจะผสมน้ำเต้าหูลงไปในน้ำลูก เดือยเพื่อให้กลิ่นของน้ำลูกเดือยหอมขึ้น

15. สร้างบรรยากาศที่ดีก่อนเข้านอนด้วยกลิ่นน้ำมันหอม

กลิ่นน้ำมันหอม สามารถกระตุ้นให้เส้นประสาทในสมองที่ทำหน้าที่ดมกลิ่นทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากในระหว่างที่จมูกได้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอม สารสื่อประสาทจะหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา เพื่อทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย และง่วงนอนในที่สุด

รู้หรือไม่ น้ำมันหอมที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้จากธรรมชาติ เช่น กลิ่นดอกลำดวน กลิ่นดอกกุหลาบและกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ จะช่วยกระตุ้นให้คุณง่วงนอนมาก ยิ่งขึ้น

16. นวดฝ่าเท้าทำให้หลับสบาย

เท้าเป็นจุดรวมของเส้นประสาทในร่างกาย ดังนั้น หากนอนไม่หลับ ให้ คุณค่อยๆ นั่งขัดสมาธิ หันหลังฝ่าเท้าขึ้นมาไว้บนหน้าตักและค่อยๆ เอา ข้อศอกกดลงไปที่บริเวณหลังฝ่าเท้าข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ กดลงไป ตามจุดต่างๆ จนทั่วเท้า ทำสลับกันไปมาทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา จะทำให้รู้สึก ว่าสบายตัวมากยิ่งขึ้น เพราะเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงบริเวณเท้า ได้รับการนวดผ่อนคลาย

รู้หรือไม่ ขณะที่นวดเท้าคุณอาจจะใช้ครีมหรือน้ำมันงา ทาบริเวณส้นเท้าก่อนนวดก็ได้ เพราะจะทำให้การนวดเท้าในครั้งนี้เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายสมอง และช่วยบำรุงส้นเท้าให้เรียบเนียนด้วย

17. อาบน้ำร้อนก่อนเข้านอน

การอาบน้ำอุ่นนอกจากจะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลายแล้ว การอาบน้ำอุ่นยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งการ อาบน้ำอุ่นถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังสมองว่าใกล้ถึงเวลาเข้านอนแล้ว เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายจะต่ำลง คุณจึงรู้สึกง่วงเร็วหลังอาบน้ำอุ่นเสร็จ

รู้หรือไม่ สำหรับคนที่ไม่ชอบการอาบน้ำอุ่นเพราะน้ำร้อนอาจจะทำให้ผิวแห้ง ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ผ้าชุบน้ำร้อนแล้วนำมาประคบบริเวณหลังคอ ซึ่งวิธีนี้จะ ช่วยให้กล้ามเนื้อที่คอผ่อนคลายและทำให้หลับสบายเหมือนกัน

18. ตื่นนอนแต่เช้า

ลองเปลี่ยนมาตื่นนอนในช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเช้า โดยคุณอาจจะ หากิจกรรมที่ทำให้อยากตื่นตอนเช้า เช่น ลองทำอาหารเมนูสุขภาพมื้อเช้าให้ คนในครอบครัวกิน หรือตั้งใจที่จะมีหุ่นสวยด้วยการตื่นแต่เช้ามาดื่มน้ำผลไม้เป็นเวลาติดต่อกันสัก 2 อาทิตย์

เพื่อเป็นการล้างสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งหลังจากที่คุณได้ตื่นเช้า เป็นระยะเวลาติดต่อกันสักระยะหนึ่งแล้ว ให้คุณลองสังเกตความเปลี่ยนแปลง คุณจะพบว่าเมื่อตื่นเช้ามากขึ้นสมองและร่างกายจะรู้สึกว่าได้พักผ่อน อย่างเต็มที่

รู้หรือไม่ การตื่นนอนตอนเช้าจะทำให้สมองสดใสพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งการนอนตื่นเช้าเหมาะสำหรับการตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือและทบทวนเอกสารที่ต้องใช้ในการทำงาน

19. อย่าใช้ยานอนหลับ

แม้ว่าการกินยานอนหลับจะช่วยทำให้นอนง่ายขึ้น แต่การกินยานอนหลับเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย แล้วยังส่งผลเสียต่อสมองอีกด้วย เพราะการนอนหลับด้วยฤทธิ์ของยาที่ทำจากสารเคมีจะทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ได้อย่างไม่เต็มที่ส่งผล ให้เมื่อตื่นขึ้นมาคุณยังมีอาการเบลอๆ และเมื่อใช้ยาจนกลายเป็นความ เคยชิน จนคุณมีอาการดื้อยาแล้ว คุณจะต้องพึ่งยาในการนอนหลับทุกคืน

เมื่อหยุดกินยานอนหลับ อาการนอนไม่หลับก็จะกำเริบอีก ซึ่งยานอน หลับนั้นจะช่วยให้ร่างกายนอนหลับเฉพาะเวลาที่กินยาเท่านั้น ยานอนหลับจึง ไม่ได้ช่วยรักษาอาการจากโรคนอนไม่หลับเลย

รู้หรือไม่ เมื่อเลิกกินยาแล้วอาการนอนไม่หลับก็จะเกิดขึ้นอีกและอาจจะเกิดขึ้นรุนแรงกว่าเดิม และผลข้างเคียงจากการใช้ยาก็อาจทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ และความจำเสื่อมด้วย

20. สมุนไพรไทยช่วยให้นอนหลับ

สมุนไพรไทย เช่น เมล็ดชุมเห็ดเทศ ดอกบัวหลวง ใบขี้เหล็ก และรากไมยราพ มีสรรพคุณเป็นยาช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น ซึ่งคุณสามารถนำสมุนไพร เหล่านี้มาต้มกับน้ำสะอาด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นเก็บไว้ดื่มจะช่วยให้คุณนอนหลับ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการดื่มน้ำสมุนไพรเหล่านี้จะไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายเลย

รู้หรือไม่ เมื่อดื่มน้ำใบขี้เหล็กก่อนนอน นอกจากจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว ใบขี้เหล็กยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสมองอีกด้วย

การนอนหลับไม่เพียงแต่ให้สมองได้พักผ่อน แต่การนอนหลับพักผ่อนที่ถูกวิธียังส่งผลให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และ ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วัน

ที่มา  : chinamediaoverseas.com

ความเห็นของผู้ชม