ค้นหา

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบการสอบครู ใช้ข้อสอบภาค ก ของ ก.พ.

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่างภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ

ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

     -กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยการสอบดังกล่าวให้ใช้ข้อสอบภาค ก ของ ก.พ. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับข้าราชการทุกประเภท ส่วนการสอบ ภาค ข ใช้แนวทางตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา

     - การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการประเมินภาค ก และภาค ข เป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเรียงตามลำดับผู้ที่ได้คะแนนจากมากไปหาน้อย

     - ส่วนการประเมิน ภาค ค ให้ประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ การสอบปฏิบัติการสอน และพิจารณาจากแฟ้มผลงาน ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการนี้เป็นการเปิดโอกาสให้สถานศึกษามีส่วนร่วม ในการคัดเลือกครู เพื่อให้ได้ครูที่มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตามบริบทของสถานศึกษา และชุมชน สอดคล้องกับงานวิจัยและแนวปฏิบัติในการคัดเลือกครูที่เป็นสากล

 ที่มา ; ไทยโพสต์

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

 ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

 ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งเดิม (ว 5/2561) ได้กำหนดวิธีการสอบแข่งขันแบ่งไว้ 3 ภาค ภาค ก และ ภาค ข ซึ่งเป็นการสอบข้อเขียน และภาค ค เป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งวิธีการนี้ข้อจำกัด คือ สถานศึกษาไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่สถานศึกษา ไม่มีการวัดทักษะในการสอน รวมถึงไม่ได้มีการวัดทักษะด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะด้านดิจิทัล

ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถานศึกษาได้ครูที่มีความรู้ความสามารถและทักษะที่เหมาะสมที่จะไปทำการสอนในบริบทของสถานศึกษาและชุมชน จึงได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยวางระบบเพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลที่เห็นชอบให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ใช้ข้อสอบภาค ก ของ ก.พ. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับข้าราชการทุกประเภท

จึงได้ปรับวิธีการสอบ ภาค ก มาใช้แนวทางเดียวกับการสอบของ ก.พ. การสอบ ภาค ข ใช้แนวทางตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ทั้งนี้ให้มีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการประเมินภาค ก และภาค ข เป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเรียงตามลำดับผู้ที่ได้คะแนนจากมากไปหาน้อย ส่วนการประเมิน ภาค ค ให้ประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ การสอบปฏิบัติการสอน และพิจารณาจากแฟ้มผลงาน 

ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการนี้เป็นการเปิดโอกาสให้สถานศึกษามีส่วนร่วมในการคัดเลือกครู เพื่อให้ได้ครูที่มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตามบริบทของสถานศึกษาและชุมชน สอดคล้องกับงานวิจัยและแนวปฏิบัติในการคัดเลือกครูที่เป็นสากล

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.

 

ความเห็นของผู้ชม