ค้นหา

ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้บริหารการศึกษา

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

1.  เห็นชอบ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  

     ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันกำหนดให้มีการสอบ 3 ภาค คือ ภาค ก ความสามารถด้านการบริหาร ภาค ข การประเมินความเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ (ประเมินศักยภาพแบบ 360 องศา) และภาค ค ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง และหลักเกณฑ์เดิมไม่ได้กำหนดกรณีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกไว้ เมื่อมีตำแหน่งว่างภายหลังจากการบรรจุและแต่งตั้งแล้วจะต้องดำเนินการคัดเลือกใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานาน และส่งผลต่อการบริหารงานในเขตพื้นที่การศึกษา

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปัญหาต่างๆ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกใหม่ โดยให้มีการประเมินความรู้และทักษะที่จำเป็น ประกอบด้วยทักษะดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ โดยกำหนดให้มีการขึ้นบัญชีไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยยกเลิกการประเมินแบบ 360 องศา และได้กำหนดหลักสูตรการคัดเลือกฯ ใหม่ แบ่งเป็น 3 ภาค ได้แก่

       ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ การวิเคราะห์กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

       ภาค ข ความสามารถทางการบริหาร (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

       ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

    สำหรับวิธีการคัดเลือกให้ส่วนราชการ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) เป็นผู้ดำเนินการได้เอง เพื่อเป็นการกระจายอำนาจในเรื่องของการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปยังส่วนราชการ

2. เห็นชอบ  (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด 

    เนื่องจากเดิมไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา จึงเห็นควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลหรือสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและรองศึกษาธิการจังหวัด โดยการคัดเลือกดังกล่าวกำหนดให้มี 4 องค์ประกอบ คือ 1) การคัดกรอง (Screening) 2) การคัดเลือก (Selection) 3) การพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง (Development) และ 4) การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา (Probation) ซึ่งในส่วนของการคัดเลือกควรพิจารณาถึงความสามารถในการบริหารทางการเงินด้วย โดยมีสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ ดังนี้ 

       1. ให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก ตามหลักสูตรการคัดเลือก

       2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นไปตามมาตรฐานตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและรองศึกษาธิการจังหวัด

       3. หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 3 ภาค คือ

       ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ การวิเคราะห์กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

       ภาค ข ความสามารถทางการบริหารงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

       ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

       4. เกณฑ์การตัดสิน ต้องได้คะแนนภาค ก และ ภาค ข ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ และรวมทั้ง 2 ภาค ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ และภาค ค ไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ รวมทั้ง 3 ภาค ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ

       5. การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก มีอายุ 2 ปี

       6. ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องได้รับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 

    จากการที่ ก.ค.ศ. ได้ยกเว้นให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ตาม ว 8/2562 ไม่ต้องผ่านการพัฒนาฯ ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา นั้น ก.ค.ศ.พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ เจตนคติที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม อันจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดความก้าวหน้าแก่ราชการ จึงกำหนดให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ขึ้น โดยให้มีการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา รวมเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกัน และให้ใช้กับทุกส่วนราชการ โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

       1. ให้มีระยะเวลาการพัฒนาตามขอบข่ายการพัฒนาไม่น้อยกว่า 120 ชม. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และไม่น้อยกว่า 150 ชม. ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา

       2. ขอบข่ายการพัฒนา ประกอบด้วย

          1) การนำความรู้ หลักการบริหารการศึกษา กฎหมาย ฯลฯ

          2) การเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีเจตคติที่ดี วินัย คุณธรรม ฯลฯ

          3) การปฏิบัติงานตามหน้าที่ทางวิชาการ ฯลฯ

          4) การบริหารจัดการตามภารกิจของสถานศึกษา

          5) การใช้ภาษาไทย อังกฤษ ดิจิทัล

          6) นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

       3. กำหนดให้มีวิธีการพัฒนาที่หลากหลาย โดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ตามสภาพจริง ฯลฯ

       4. เกณฑ์การตัดสิน ให้มีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนาไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และเกณฑ์การประเมินผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80

       5. ให้ส่วนราชการจัดทำรายละเอียดการพัฒนาให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และกำหนดองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และรายละเอียดการประเมิน ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการพัฒนาแล้วให้รายงานผลการพัฒนาให้ ก.ค.ศ. ทราบ

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.

ความเห็นของผู้ชม