ค้นหา

ถอดบทเรียนการศึกษานิวซีแลนด์ “Studying & Living Like a Kiwi”

นิวซีแลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบการศึกษามาตรฐานติดอันดับต้น ๆ ของโลก และล่าสุดนิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 3 ของประเทศที่เตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคตที่ดีที่สุดในโลก และได้รับการจัดอันดับเป็น 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากกรจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit


ด้วยระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สภาพแวดล้อมที่ดีมีความปลอดภัยต่อนักศึกษาต่างชาติ ค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศอื่น และเป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายคุ้มครองสำหรับนักเรียนต่างชาติ ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์มากกว่า 3,600 คน โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับ 7 ของประเทศที่มีนักเรียนต่างชาติที่ไปเรียนต่อนิวซีแลนด์และเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบกับทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลนิวซีแลนด์ จัดแถลงข่าว ถอดบทเรียนการศึกษานิวซีแลนด์กับมาตรการดูแลนักศึกษาต่างชาติพร้อมประกาศผลประกวดหนังสั้น “Living Like a Kiwi” ซึ่งเป็นผลงานของน้อง ๆ นักเรียนไทยโครงการแลกเปลี่ยนประเทศนิวซีแลนด์ในช่วงล็อคดาวน์ และร่วมพูดคุยกับน้อง ๆ และคุณทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ ศิษย์เก่านิวซีแลนด์ผู้ได้รับรางวัล (New Zealand Alumni Hall of Fame 2019) ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ “Studying & Living Like a Kiwi” ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZC) เมื่อเร็ว ๆ นี้

นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากนิวซีแลนด์เป็นประเทศแรกของโลกที่มีกฎหมายในการดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนต่างชาติแล้ว รัฐบาลและภาคการศึกษาของนิวซีแลนด์ยังมีมาตรการที่ชัดเจน ในการช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติในช่วงล็อคดาวน์จากการแพร่ระบาดของโรคควิด-19 ทั้งด้านการเรียน การเงิน มีการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติ การชดเชยรายได้กรณีว่างงานจากการทำงานพาร์ทไทม์ โดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติ เพื่อเสนอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยเงิน 1 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ โดยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่สถาบันการศึกษาที่รับนักเรียนต่างชาติ นักเรียนสามารถยื่นใบสมัครขอรับเงินช่วยเหลือได้จากทางสถาบันคนละ 1 พันเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์

รัฐบาลนิวซีแลนด์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า นักเรียนต่างชาติคือส่วนหนึ่งของเราและพร้อมให้การรักษากรณีป่วยด้วยโรค COVID-19 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทุกราย รวมทั้งตัวสถาบันการศึกษาเอง ก็คอยดูแลสนับสนุนนักเรียนต่างชาติอย่างใกล้ชิด ด้วยการจัดการเรียนออนไลน์ คอยโทรติดตามเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนต่างชาติทุกคนจะปลอดภัย และได้รับการสนับสนุนอย่างดี บางสถาบันก็มีการประสานจัดการส่งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของโรงเรียนให้กับนักเรียนทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวของตนเอง มีการจัดตั้งทีมงานฝ่ายต่างประเทศ รวมทั้งประสานงานกับเอเจ้นท์ที่ปรึกษาและครอบครัวโฮสแฟมิลี่อย่างใกล้ชิด เพื่อการดูแลนักเรียนต่างชาติทั้งด้านการเรียนการเงิน และจิตใจนางสาวช่อทิพย์ กล่าวและเสริมว่า

การประกวดหนังสั้น “Living Like a Kiwi” เป็นหนึ่งในกิจกรรมของน้อง ๆ นักเรียนไทยในโครงการแลกเปลี่ยนประเทศนิวซีแลนด์ในช่วงล็อคดาวน์ ซึ่งตัวแทนที่แนะแนวการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ปรึกษาได้จัดขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตและกิจกรรมระหว่างวันในช่วงล็อคดาวน์

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ น้องเอน่า-ปภาดา สุขรังสรรค์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เจ้าของผลงาน My Life In New Zealand บอกว่า ตอนแรกหนูกลัวมาก ๆ เกี่ยวกับการอยู่คนเดียวที่ต่างประเทศ แต่พอได้ลองเปิดใจทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง การเรียนที่นิวซีแลนด์ก็เป็นอย่างหนึ่งค่ะ ทำให้หนูได้ลองฝึกทำความเข้าใจกับเพื่อนคนต่างชาติ ได้ฝึกทั้งภาษาและได้รู้การดำรงชีวิตตอนอยู่ที่โรงเรียนของเพื่อน ๆ ได้ศึกษาหลาย ๆ อย่าง ซึ่งแตกต่างกับการศึกษาที่ไทยพอสมควร และการดำรงชีวิตของคนนิวซีแลนด์ก็มีคล้ายและแตกต่างจากไทยบางส่วน หนูคิดว่ามันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ คือหนูอยู่ฟาร์มทุกเช้าและเย็น Host ก็จะไปให้อาหาร และนมให้ลูกวัว บางครั้งหนูก็ได้ไปช่วยด้วยค่ะเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งเลยค่ะ ส่วนช่วงล็อคดาวน์ก็ต้องมีเบื่อ ๆ บ้างเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อทุกวันนะคะ คือบางวันก็จะมีกิจกรรมกับ host family เช่น การทำขนมและอาหารต่าง ๆ กับพี่ ๆ มีการเล่น board game มากมายทำให้หนูได้ลองเล่นเกมที่ไม่เคยเล่นมาก่อน สนุกมาก ๆ ค่ะ แล้วได้ลองฝึกขับรถด้วยแรก ๆ ก็ยากแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ แล้วก็มีการยิงปืนด้วยนะคะ และที่สำคัญที่สุดคือทำให้หนูมีเวลากับ host family เพิ่มมากขึ้นค่ะ ทำให้ช่วงล็อคดาวน์ของหนูสนุกมาก ๆ เลยค่ะ

น้องแพร-ณัฐกานต์ พรสวรรค์วงษ์ โรงเรียนสตรีวิทยา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กับผลงาน Kiwi in Isolation บอกว่า นิวซีเเลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่เหมาะกับการเลือกไปเรียนต่อสำหรับทุกคน เป็นประเทศที่บรรยากาศดี ผู้คนก็เป็นกันเอง ส่วนการติดในช่วงล็อคดาวน์ตอนเเรก ๆ ก็รู้สึกกังวลนิดนึง เเต่ host family ก็หากิจกรรมมาให้ทำตลอด เช่น ทำขนม (บ่อยมาก) เเล้วก็มีช่วง Easter Hunt ไปหาไข่ Easter โฮสทำคำใบ้ให้เยอะมาก ๆ

น้องเฟิร์ม-เศรษฐพล ผลิศักดิ์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เจ้าของผลงาน Living Like KIWI X MOU New Zealand บอกว่า การที่ติดอยู่ในช่วงล็อคดาวน์ ผมก็ไม่ได้กังวลอะไร เนื่องจากเราได้ใช้เทคโนโลยีในการเรียนออนไลน์พวกพี่ ๆ วิดีโอคอลมาเป็นประจำ ซึ่งการล็อคดาวน์ก็ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา ผมได้เดินเที่ยวบริเวณเมือง และสวนสาธารณะผมจึงไม่เครียดในช่วงล็อคดาวน์

น้องผู้กล้า กลั่นมาลี โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อีกหนึ่งผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กับผลงาน Quarantine Life บอกว่า การเรียนที่นิวซีแลนด์เน้นการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและมีครูช่วยให้แนะนำและช่วยตอบคำถามที่มีเพื่อนเป็นมิตร และเข้ากันง่ายกับเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ต้องกังวลว่าจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แค่เราคุยกับเขา เขาก็คุยกับเราอยู่แล้ว ส่วนการติดอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ก็ไม่น่ากลัวเลย ทำให้เราได้ค้นคว้าและหาความสามารถใหม่ ๆ ของตนเองอีกด้วย เราได้ใช้เวลากับครอบครัว host family มากขึ้น การอยู่กับเขามีอะไรทำเยอะแยะ และได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งการใช้ชีวิตของโฮสแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน แต่สำหรับโฮส ผมมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจมากคือ host family ใช้ชีวิตที่จะลดขยะและแยกขยะให้ได้มากที่สุก ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ทุกครอบครับ แต่สำหรับผมน่าสนใจมากครับ

คุณทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ เล่าว่า ผมได้ไปอยู่ประเทศนิวซีแลนด์ตอนอายุ 7 ขวบ อยู่และเรียนที่นิวซีแลนด์ 15 ปี ผมรู้เลยว่าประเทศนิวซีแลนด์คือที่ที่ดีที่สุดในการหาความรู้ เรียนหนังสือ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การเรียนและการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์ได้สอนให้เรา รู้จักการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในทฤษฎี แต่มันคือการได้เรียนรู้การใช้ชีวิตจริง ๆ ได้ความรู้ ได้แนวคิด สอนปฏิบัติ แก้ปัญหา ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ และทราบว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรได้ดี นำไปสู่อาชีพในอนาคตได้

ที่มา ; ผู้จัดการออนไลน์ 14 ก.ค. 2563

ความเห็นของผู้ชม