ค้นหา

Soft Skill ทักษะอนาคต ตอบโจทย์ตลาดงาน-สร้างมืออาชีพ

สิ่งที่ทำให้บุคลากรคนหนึ่งแตกต่างจากคนอื่นอย่างแท้จริงไม่ใช่วุฒิการศึกษา แต่คือศักยภาพด้าน soft skill ที่กำลังกลายเป็นจุดสนใจขององค์กรต่าง ๆ ในการจ้างงานยุคปัจจุบัน อันเป็นยุค digital transformation โดยมีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งหมายรวมถึงผลกระทบวงกว้างต่อทรัพยากรมนุษย์ ที่จะต้องปรับตนเองให้มีทักษะที่หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI-artificial intelligence) ไม่สามารถทำแทนได้

ดร.วิมวิริยา ลิ่มกังวาฬมงคล อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัย กรุงเทพ และที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ และการพัฒนาศักยภาพ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำของโลกต่างมีผลงานวิจัยออกมามากมายในเรื่องของทักษะสำคัญที่เป็นที่ต้องการในทศวรรษใหม่ โดยส่วนใหญ่เน้นทักษะด้าน soft skill ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร, การคิดวิเคราะห์และคิดเชิงวิพากษ์, ความเป็นผู้นำ, การทำงานเป็นทีม และความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะที่ตอบโจทย์กับงานทุกด้าน และตอบโจทย์บริบทของโลก

ด้วยเล็งเห็นว่า soft skills เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้บุคลากรมีความโดดเด่น และมีความสามารถในการทำงาน ทั้งยังทำให้แต่ละองค์กรขับเคลื่อนไปได้ไม่ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตาม จึงได้จัดทำ 2 หลักสูตรด้าน soft skills profes-sional development เพื่อการพัฒนาศักยภาพความเป็นมืออาชีพของมนุษย์ที่ถือเป็นต้นทุน (capital) ที่สามารถสร้าง เพิ่มพูน และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ หลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน sustainable development goals (SDGs) อันเป็นเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติ (UN) ในหัวข้อที่ 8 เรื่อง decent jobs and economic growth โดยเน้นการจ้างงานเต็มที่, การมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน และการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ soft skills professional development ประกอบด้วย หลักสูตร master professional image เป็นหลักสูตรการปรับบุคลิกภาพที่เน้นการสื่อสารผ่านภาพลักษณ์ด้วยความมั่นใจ สง่างาม และเป็นมืออาชีพ หัวใจของหลักสูตรจะเน้นภาพลักษณ์ภายนอกที่มีรากฐานมาจาก mindset 3 คำ คือ หนึ่ง consideration-ดุลพินิจ สอง respect-ความเคารพ และสาม honesty-ความจริงใจ ซึ่งเป็นแนวทางการวิเคราะห์บริบทและคำนึงถึงผลกระทบของการกระทำของตนเองต่อคนที่เกี่ยวข้องในบริบทนั้น ๆ

เนื้อหาของหลักสูตรจะเน้นการแต่งกาย, มารยาทการทำธุรกิจ และมารยาทบนโต๊ะอาหารที่เป็นมาตรฐานสากล ตามหลักสถาบัน International Soft Skills Standard and Testing (IITTI) จากประเทศแคนาดา โดยดิฉันได้รับการรับรองจาก IITTI ให้เป็นเทรนเนอร์คนที่ 2 ของประเทศไทย ที่สามารถจัดอบรมและทดสอบความรู้ตามหลักสูตรได้ โดยมีแผนจะจัดครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคมนี้เพราะต้องการช่วยเพิ่มทักษะให้คนไทยมีจุดเด่น พร้อมกลับสู่โลกการทำงานหลังวิกฤตโควิด-19 อีกครั้ง

ดร.วิมวิริยาอธิบายต่อว่า ปัจจัยที่สำคัญมากในการพัฒนาศักยภาพของคนตามที่โค้ช และนักวิจัยชั้นนำระดับโลกมองเห็น คือ ภาพสะท้อนของแต่ละคนที่มีต่อตัวเอง และที่คนอื่นมองเห็นตนเอง จึงทำให้ master professional image ได้รับความสนใจ เพราะช่วยให้ผู้เรียนปรับภาพลักษณ์ของตัวเองผ่านการเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติ เพิ่มทักษะของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีการฝึกคิดวิเคราะห์สถานการณ์ในบริบทของการสื่อสารทางธุรกิจ และสร้างความฉลาดทางอารมณ์ในด้านของการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น

นอกจากการพัฒนาทักษะที่เน้นภาพลักษณ์ภายนอกใน mindset ทั้ง3 ด้าน ที่กล่าวไปข้างต้น แต่ยังมีทักษะการพูดในที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้าในอาชีพ และการได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำ ดิฉันจึงจัดทำหลักสูตร master public speaking ป็นหลักสูตรการพูดในที่สาธารณะผ่านกลยุทธ์ที่ทำให้เกิดความมั่นใจ น่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพและทรงพลัง โดยแก่นแท้ของการพูดคือ การเข้าใจผู้ฟัง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ดิฉันได้บ่มเพาะมาจากประสบการณ์การสอนวิชา public speakingผ่านทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติให้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ชิคาโก (University of Illinois at Chicago)สหรัฐอเมริกา และจากประสบการณ์การเทรนการพูดในบริบทต่าง ๆ ให้กับองค์กรชั้นนำในประเทศไทย

เนื้อหาของหลักสูตร master public speaking เป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติที่เน้น 4 กลยุทธ์หลัก คือ กลยุทธ์การใช้ผู้ฟังเป็นจุดศูนย์กลาง, กลยุทธ์การโน้มน้าวใจ, กลยุทธ์การใช้อวัจนภาษา และกลยุทธ์การใช้เสียงที่มีคุณภาพ โดยครั้งต่อไปที่จะจัดในเดือนกันยายน โดยทางหลักสูตรได้เชิญ รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติด้านการใช้เสียงสำหรับการแสดงบนเวที มานำเวิร์กช็อปให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติการใช้เสียงแบบมีประสิทธิภาพด้วย

หลักสูตรนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนได้เพิ่มทักษะการสื่อสารของตัวเองผ่านการเรียนรู้แบบลงมือฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น ยังช่วยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพูดผ่านการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ในบริบทต่าง ๆ ที่ต้องใช้การพูด,ความเป็นผู้นำ และการมีความฉลาดทางอารมณ์ในด้านของการเข้าอกเข้าใจผู้ฟัง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริหาร และพนักงานที่ต้องการพัฒนาการพูดในที่สาธารณะ

นับว่าทักษะด้าน “soft skill” จะช่วยนำมาซึ่งความสำเร็จในการใช้ชีวิตประจำวัน และหน้าที่การงาน เพราะทักษะดังกล่าวช่วยให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง ความราบรื่นในการอยู่ในสังคม และทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงการบรรลุเป้าหมายขององค์กรต่อไปในอนาคตด้วย

 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 24 กรกฎาคม 2563