ค้นหา

สภาการศึกษาเสนอ ครม.คลอดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาใหม่

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ เพื่อการจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่มี ศ.ศรีราชา วงศารยางกูร เป็นประธาน ได้ปรับปรุงร่าง แผนการปฏิรูปฯ ฉบับปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนปฏิรูปการศึกษาที่นำมาปรับปรุงนั้นเป็นแผนการปฏิรูปการศึกษาที่ทางคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ที่มี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลาเป็นประธาน ได้เสนอไว้ 7 เรื่องหลัก 28 ประเด็น โดยนำมาปรับปรุงให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะมีการนำข้อเสนอดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมสภาการศึกษา ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ในวันที่ 31 ก.ค.นี้       

ด้าน ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน รองประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจฯ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้นำแผนการปฏิรูปการศึกษาที่ กอปศ.เสนอ 7 เรื่องหลัก โดยเฉพาะ 28 ประเด็นมาเพิ่มเติมและปรับปรุงให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งให้สอดคล้องกับปีที่เหลือ คือ ปี 2563-2565 และมีบางเรื่องที่มีข้อเสนอแผนดำเนินงานไปข้างหน้าด้วย 

โดยในแผนปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง มีข้อเสนอ เช่น การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ มีข้อเสนอทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา , การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 ได้มีข้อเสนอกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ

การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาการปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ,การปฏิรูปหลักสูตร การเรียนรู้ และการประเมินผลการศึกษา เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ,การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา คือ โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในต่างจังหวัด ตลอดจนความเป็นอิสระของโรงเรียน 

โดยจะมีการเสนอกฎหมายสำคัญๆ 7 ฉบับ ซึ่งเป็นทั้งกฎหมายใหม่และปรับปรุงของเก่า ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลกระทบประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ และการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล เชื่อว่าถ้าทำได้ครบตามแผนที่เสนอ คุณภาพการศึกษาของประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนศ.ดร.อุทุมพรกล่าว

ที่มา ; เดลินิวส์ จันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563

ข่าวเกี่ยวกัน

ชงพ.ร.บ.การศึกษาชาติเข้าครม.เดือนส.ค. เผยตัวแผนขับเคลื่อน20ปี มีความสำคัญลำดับ 2 เทียบเท่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯปท. 

"ณัฏฐพล"เผยปรับเนื้อหาบางส่วนให้รองรับ การนำระบบเรียนออนไลน์มาใช้ และเป้าหมายเพิ่มผู้เรียนอาชีวะ   รวมทั้งนำผลกระทบโควิด -19 มาถอดบทเรียนด้วย ด้าน"สุภัทร" ระบุแผนขับเคลื่อนการศึกษาชาติ 20ปี (2561-2580) เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนสำคัญลำดับ 2 เทียบเท่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ 

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ว่า ตามที่สภาการศึกษา (สกศ.) ได้เสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มาให้ตนพิจารณาแล้วนั้น พบว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตนมีความเห็นว่า ควรนำบางส่วน ปรับปรุงแก้ไขให้สอดรับการสถานการณ์ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนที่มีการเปลี่ยนแปลงไป มีการนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้มากขึ้น ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ก็จะต้องมีการรับรองในเรื่องเหล่านี้ด้วย ทั้งนี้ตนยังให้ความเห็นในส่วนของการจัดการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาที่จะต้องมีการปรับแนวทาง สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาต่อในสายอาชีพที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม
จะขอทบทวนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ในรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา  คาดว่าจะเสนอได้ช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ และเมื่อร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ผ่านการพิจารณาของ ครม.แล้ว ก็จะนำเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเป็นขั้นตอนต่อไปรมว.ศธ.กล่าว

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ.  กล่าวว่า ในการประชุมสภาการศึกษา (สกศ.) วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ตนจะนำ
แผนการศึกษาชาติ (2561-2580) ซึ่งมีการปรับมาจากแผนเดิมที่มีการยกร่างไว้เมื่อ พ.ศ.2560 โดยการปรับในครั้งนี้จะดำเนินการให้สอดรับการแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) และแผนการปฏิรูปประเทศ รวมถึงจะมีการกำหนดตัวชี้วัดในลักษณะโรดแมป เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานต่างๆ ตามแผนการศึกษาชาติฉบับนี้ ทั้งนี้แผนดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว และจะนำมาพิจารณาในที่ประชุม สกศ. อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าจะเร่งดำเนินการยกร่างแผนการศึกษาชาติให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ เพราะแผนดังกล่าว ถือเป็นแผนหลักของการขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ที่ สกศ.คาดหมายว่าจะเป็นแผนลำดับ 2 เทียบเท่ากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สกศ.จะนำแผนปฏิรูปประเทศด้
านการศึกษาฉบับปรับปรุงเสนอที่ประชุม สกศ.ด้วย เนื่องจากแผนเดิมที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้เสนอไปนั้น ดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2561 ดังนั้น สกศ.จึงได้นำมาปรับแต่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น และอาจจะมีการรวมในบางหัวข้อ เช่น ยุทธศาสตร์ที่ 7 มีการรวมเรื่องการสร้างความเป็นพลเมืองดิจิทัลให้แก่พลเมืองไทย และการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนรู้ให้อยู่ในหัวข้อเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีที่ประชุม สกศ.ให้ความเห็นชอบ  ขั้นตอนต่อไป คือ การนำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสนอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา และเสนอต่อให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ

ทั้งนี้จากสถานการณ์การแพร่
ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สกศ.เองได้มีการถอดบทเรียนนำมาปรับปรุงแผนต่างๆ ที่จะใช้สำหรับการขับเคลื่อนการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning) จะต้องมีการนำมาใช้มากขึ้น ในกรณีที่โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียนได้  เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก และครูจะต้องมีการปรับตัวกับการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ จะต้องทำอย่างไรให้นักเรียนสนใจเรียนในขณะที่เด็กไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ซึ่งในส่วนของ สกศ.ก็มีการรวบรวมสื่อการเรียนการสอนที่มีความโดดเด่น เพื่อที่จะออนไลน์ให้แก่ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษา หรือครู สามารถดาวโหลดไว้เป็นแนวทาในการปรับการสอนให้แก่เด็กได้เลขาฯ สกศ.กล่าว
 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ความเห็นของผู้ชม