ค้นหา

กรณีศึกษาโทษทางอาญา อดีต ผอ.รร.สารภาพเบียดบังเงินราชการ

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีชี้มูล 'ยศชัยยงค์ วรรณดี' อดีตผอ.โรงเรียนบ้านสันกู่ทอง อำเภอเวียงป่าเป่า จังหวัดเชียงราย เบียดบังเงินของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษา จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี 

รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายยศชัยยงค์ วรรณดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันกู่ทอง อำเภอเวียงป่าเป่า จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เบียดบังเงินของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตามมาตรา 157 จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา  78  คงจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2563 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อนึ่งก่อนหน้านี้ ในฐานข้อมูลคดีสอบสวน ของ ป.ป.ช. เคยระบุว่า  นายยศชัยยงค์ วรรณดี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันกู่ทอง ถูกข้อกล่าวหาและสอบสวนในคดี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนบ้านสันกู่ทอง ระหว่างปีงบประมาณ 47 - 48 โดยเบิกถอนเงินงบประมาณแล้วเก็บไว้กับตัว โดยไม่นำไปดำเนินการจัดซื้อวัสดุภายในระยะเวลาตามระเบียบฯ รวมทั้งชำระเงินค่าโทรศัพท์ไม่ครบถ้วน เป็นเหตุให้เงินของทางราชการสูญหาย จำนวน 2,374.69 บาท

ที่มา ; สำนักข่าวไอยรา

ข่าวคล้ายกัน

ยืนโทษคุก 3 ปี 6 ด.! อดีตนายกอบต.ถ้ำกระต่ายทอง เบิกค่าเดินทางกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเท็จ

สืบเนื่องจาก เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายนิรันดร์ บดีรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร จัดทำเอกสารเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอันเป็นเท็จ

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษ นายนิรันดร์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 151 161 266 และ 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษตามมาตรา 147 จำคุก 5 ปี และลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 7 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ส่วนที่ขอให้จำเลยคืนเงินหรือชดใช้เงินจำนวน 20,000 บาทนั้น จำเลยนำเงินมาศาลเพื่อชดใช้คืนแก่ อบต.ถ้ำกระต่ายทองแล้ว จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ (อ่านประกอบ : คุกอดีตนายก อบต.ถ้ำกระต่ายทอง 3 ปี 6 ด.เบิกค่าเดินทางไปกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเท็จ)

ล่าสุด เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีนี้เพิ่มเติม ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเห็นพ้องตามศาลชั้นต้นพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายน  2563 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

ที่มา ; สำนักข่าวไอยรา

ข่าวคล้ายกัน

คุก 39 ปี 12 ด.! อดีตเกษตรจว.สุรินทร์ สั่งลูกน้องทำเอกสารยืมเงินราชการฝึกอบรมเท็จ

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'จีรวรรณ อุณาพรหม' อดีตเกษตรจังหวัดสุรินทร์ สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดทำเอกสารยืมเงินราชการค่าใช้จ่ายฝึกอบรมเป็นเท็จ-เบียดบังเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน  13 กระทง รวม 39 ปี 12 เดือน ให้คืนเงิน 662,213 บาท ด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวจีรวรรณ อุณาพรหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเกษตรจังหวัดสุรินทร์ สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดทำเอกสารยืมเงินราชการ และค่าใช้จ่ายในโครงการฝึกอบรมเป็นเท็จแล้วเบียดบังเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตาม ป.อ.มาตรา 147 , 151 , 157 และ 161 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 90 และ 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559  ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ เมษายน  2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147, 151 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเพียงบทเดียว ตามมาตรา 90 จำคุกกระทงละ 5 ปี  ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตาม มาตรา 78

คงจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน จำนวน 13 กระทง รวมจำคุก 39 ปี 12 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 662,213 บาท แก่ผู้เสียหาย 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับป.อ. มาตรา 147  ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ที่มา ; สำนักข่าวไอยรา

ความเห็นของผู้ชม