ค้นหา

ครูยุค2020 แต่งกายเป็นฤๅษีสอนหนังสือนักเรียนเพิ่มทักษะการจดจำ

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านช่องไทร ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.นาทอน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล นักเรียนชั้นป.1-.ป.6 จำนวน 149 คน กำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ทางด้านหนึ่งของ นายสุวิทย์  นวลสังข์ทอง ครูสอนวิชาภาษาไทย  กำลังแต่งตัวเป็นพระฤาษี  หนึ่งในตัวละครในวรรณคดีเรื่องสุดสาคร  โดยเร่งเปลี่ยนชุดใส่เสื้อผ้าที่นำมาจากวัสดุที่เหลือใช้  เช่น หนวดทำมาจากกาบมะพร้าว(ส่วนของเส้นใยมะพร้าว) ใช้ยางวงรัดหัว  ส่วนสร้อยคอลูกประคำก็ใช้ลูกยางพาราที่ช่วงนี้จะมีเยอะในพื้นที่มาร้อยเป็นสร้อย  วิกผมลอนได้รับมาจากร้านเสริมสวยที่มอบให้  ส่วนชุดพระฤๅษีเป็นผ้าชิ้นลายเสือที่นำมาจากผ้าปูโต๊ะเอามาห่มตัวเหมือนห่มจีวร  ยังไม่หมดแค่นั่นพระฤๅษีต้องมีไม้เท้า คุณครูสุวิทย์  จะใช้เหล็กยาวพันผ้าไว้และมีระฆังแขวนอยู่ที่ไม้เท้า  ซึ่งระฆังก็ได้จากโรงเรียนมอบให้ เพื่อให้ทันการสอนในคาบวิชาภาษาไทย ซึ่งวันนี้จะสอนวรรณคดีไทยเรื่องสุดสาคร

แปลงกายเป็นพระฤๅษีเสร็จเรียบร้อยก็ถือไม้เท้าวิเศษคู่กาย เข้าสอนนักเรียนชั้น ป.4 เมื่อถึงห้องเรียนครูสุวิทย์ในรูปของพระฤๅษีก็ตีระฆังก่อนร่ายบทกลอนอันไพเราะด้านนักเรียนก็ร่ายบทกลอนตอบประสานเสียงกันอย่างไพเราะน่าฟัง ครูสุวิทย์ ร้องบทกลอนไปเดินหลังโก่งไปรอบๆห้องเรียน เหมือนคุณตาพระฤๅษีออกจากหนังสือเรียนมาสอนด้วยตนเอง เด็กนักเรียนต่างสนใจเรียนและดูมีความสุข ทำให้คาบเรียนวิชาภาษาไทยไม่น่าเบื่อ  ครูสร้างความจดจำผ่านตัวละครได้อย่างสนุกสนาน  เด็กจะตื่นเต้นกับชุดที่ครูสวมใส่มา ซึ่งไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน   

นายสุวิทย์  นวลสังข์ทอง ครูสอนวิชาภาษาไทย เล่าว่า สืบเนื่องมาจากโลกมีการเปลี่ยนแปลง สังคมมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เพราะฉะนั้นตามนโยบายของกระทรวงต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้โดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญ เราต้องการให้นักเรียนเกิดทักษะหลายๆอย่าง ซึ่งนักเรียนจะนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้  เด็กในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นเด็กที่อยู่ในโลกแห่งการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นครูต้องเปลี่ยนบทบาทต้องปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน จากในยุคก่อนเราจะเห็นได้ว่าตอนที่ยุคเราเคยเรียนภาษาไทยกันมา พอถึงภาคภาษาไทยคุณครูจะถือหนังสือเข้ามา แล้วมาป้อนความรู้ให้เรา เข้ามาในยุคนี้เนื่องจากว่าสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว เด็กเขาอาจจะเรียนรู้ในเรื่องที่กำลังจะเรียนพรุ่งนี้ก่อนคุณครูแล้ว  เด็กสามารถที่จะเปิดหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต  เพราะฉะนั้นเด็กกับครูต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยเราจะเน้นให้เด็กค้นคว้าด้วยตัวเอง  ครุต้องจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

เพราะฉะนั้นแรงบันดาลใจที่ต้องปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน ประการสำคัญหนึ่งคืออยากพัฒนาเด็ก อีกอย่างถ้าครูแน่วแน่ที่จะพัฒนา ด้วยหลากหลายวิธีที่ครูจะเอามา ผลคะแนนมันต้องขึ้นอยู่แล้ว เด็กย่อมได้รับการพัฒนาเพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะพัฒนาโดยที่ครูยังใช้วิธีการสอนแบบเดิมอยู่  เพราะฉะนั้นวิชาภาษาไทย เป็นวิชาที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย  แต่ละสาระสามารถจัดได้อย่างน่าสนใจ ที่สำคัญคือครูผู้สอนครูคือสื่อ การสอน ที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ได้รับอย่างแรกก็คือคะแนนผลสัมฤทธิ์ ปีนี้ขึ้นเยอะ อย่างที่ 2 ที่สำคัญกว่าผลสัมฤทธิ์ก็คือ เด็กมีความสุขกับการเรียนภาษาไทย เด็กอยากมาโรงเรียน

นางสาวธาริกา กุกามา ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านช่องไทร กล่าวว่า จากการที่ครูเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนทำให้เด็กนักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น นักเรียนจะรอว่าครูจะแต่งเป็นอะไรในการเรียนวรรณคดีในวันนี้ ส่งผลให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลโอเน็ตสูงขึ้น ผลการเรียนก็สูงขึ้น  นักเรียนมีความตั้งใจเรียนมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มแรกที่ครูเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน จะใช้อุปกรณ์เสริมเช่น ผ้า ส่วนการแต่งตัวที่มาผ่านมาจะแต่งเป็นแม่นาค เพื่อดึงดูดให้นักเรียนอยากเรียนมากยิ่งขึ้น แต่งเป็นพระอภัยมณี บางครั้งก็เอาสไบมาห่มอย่างเดียว ถ้ามีเวลาน้อยก็จะแต่งง่าย แต่ถ้ามีเวลามากก็จะแต่งเต็มรูปแบบ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการแต่งตัวนั้นครูไม่เคยขอ แต่ทางโรงเรียนจะสนับสนุนสื่อที่จำเป็นต้องใช้ 

ขณะที่ เด็กชายธีรเดช แก้วขาว อายุ 9 ปี และ เด็กชายอิงครัต เกื้อเดช อายุ 10 ปี หัวหน้าห้องเรียน กล่าวว่า วันนี้คุณครูแต่งตัวเป็นพิเศษ ตนชอบ เพราะทำให้เด็กในโรงเรียนไม่เบื่อวิชาภาษาไทยพอถึงคาบมันก็ไม่สนุกเพราะครูแต่งตัว ซึ่งตนชอบครูแต่ตัวเป็นผีที่สุดเลย เพราะว่ามันมีอยู่ในหนังสือ ครูสอบบทไหนก็จะแต่งตัวตามบทนั้น มันจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าตัวละครนั้นเป็นอะไรจะได้ให้เด็กเห็นภาพด้วย และไม่อยากให้ครูย้ายไปไหน

ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ความเห็นของผู้ชม