ค้นหา

กมว.จะตรวจสอบคลิปพี่เลี้ยงใจโหดทำร้ายเด็ก ถ้าเป็นครูถือว่าผิดจรรยาบรรณ

จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ แจ้งความดำเนินคดีกับครูพี่เลี้ยงชั้นอนุบาล 1 ที่ทำร้ายเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นลูกของผู้ปกครองนั้น   นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า หากครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่มาทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ครูอีกทั้งยังมาทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็จะแจ้งไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเพื่อกล่าวโทษต่อไป 

ด้านนายดิสกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ถ้าครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู คุรุสภาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการกล่าวโทษโดยเร็วที่สุด คนที่จะมาเป็นครูได้นั้นจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะมาแอบอ้างสอนเด็กนักเรียนไม่ได้ ขณะเดียวกันจะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ช่วยตรวจสอบโรงเรียนที่จ้างครูรายดังกล่าวเข้ามาสอนด้วยว่าเหตุใดจึงจ้างครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้ามาสอน หากไม่มีการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่างๆก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเช่นกัน ซึ่งต้องดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดโดยเร็วที่สุด จะล่าช้าหรือปล่อยปะละเลยไม่ได้เด็ดขาด

ด้านนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า บุคคลในกรณีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในห้องเรียน ไม่ได้ทำการสอน จึงไม่จำเป็นต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือใบอนุญาตทำการสอนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทาง กมว.จะดำเนินการตรวจสอบ บุคคลที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว หากพบว่าเป็นครู แต่ไม่ได้ดำเนินการหยุดการกระทำที่ทำร้ายเด็ก ถือว่าผิดจรรยาบรรณ

ที่มา ; ไทยโพสต์ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

 

ข่าวเกี่ยวกัน

สช.'ลงพื้นที่รร.สารสาสน์ฯพรุ่งนี้ หามาตรการเข้มป้องกันครูทำร้ายเด็ก

27 กันยายน 2563 นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (วันจันทร์ 28 ก.ย.63) เวลา 09.30 น. เตรียมลงพื้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เพื่อไปดูข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อหาทางออก และวางมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับรายงานเบื้องต้นยังไม่ถูกต้อง เช่น ครูที่อยู่ในเหตุการณ์กับครูพี่เลี้ยงที่ทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาล เพียงแค่ถูกว่ากล่าวตักเตือน มองว่ายังไม่เหมาะสม จะลงไปดูว่าทำไมทางโรงเรียนถึงลงโทษเท่านี้ เพราะการนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์นั้น เปรียบเสมือนการทำผิดเสียเอง ส่วนครูจุ๋ม ครูพี่เล้ยงที่ก่อเหตุได้รับรายงานว่า ถูกไล่ออกแล้ว

นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นทราบงว่า ครูจุ๋ม ที่ก่อเหตุ จบ ม.6 ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู  ซึ่งก็สามารถสมัครเป็นครูพี่เลี้ยงได้ ไม่ผิด เพราะครูพี่เลี้ยงก็เท่ากับพี่เลี้ยงเด็ก แต่ที่สำคัญโรงเรียนต้องคัด และดูพฤติกรรมก่อนรับทำงาน หน้าที่ของครูพี่เลี้ยง คือ มีหน้าที่ช่วยเหลือครู ไม่ใช่แสดงบทบาทเกินหน้าที่ หากปล่อยให้พี่เลี้ยงแสดงบทบาทเกินหน้าที่ โรงเรียนต้องรับผิดชอบด้วย ครูพี่เลี้ยงจะแสดงความเป็นครูไม่ได้ เพราะครูเป็นวิชาชีพควบคุม ทั้งนี้เมื่อลงพื้นที่โรงเรียนแล้วได้รายละเอียด หากจำเป็นต้องกล่าวโทษใครบ้าง จะเสนอต่อคุรุภาต่อไป เพื่อมาดูเรื่องใบประกอบวิชาชีพ

นอกจากนี้ จะลงไปดูว่าโรงเรียนเก็บค่าเทอม เกินควรหรือไม่ เพราะเนื่องจากทราบว่า ค่าเทอมแพง กว่าแสนบาท กช.อนุญาตให้เก็บค่าเทอมเป็นหลักแสนได้ แต่ต้องไปดูว่า มีการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ มีการขอเปิด English Program หรือ EP.ในชั้นอนุบาลถูกต้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่

"กรณีนี้ถือเป็นเคสตัวอย่าง ที่กระทรวงศึกษาธิการ จะหาแนวทาง และวางมาตรการเข้มต่อไป เพราะอาจเกิดขึ้นกับโรงเรียนอื่นๆได้ ทั้งนี้ในรอบปีนี้ยังไม่ได้รับรายงานการทำร้ายร่างกาย ในโรงเรียนเอกชนอื่นๆ มีเพียงการร้องเรียนเรื่องบูลลี่ ซึ่งสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้ทำหนังสือกำชับทุกโรงเรียนแล้ว"นายอรรถพล กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563 

ข่าวเกี่ยวข้องกัน

เสมา3 เผยส่งนักจิตวิทยาลง "รร.สารสาสน์ราชพฤกษ์" พรุ่งนี้หลังพบมีปัญหาเพียบ 

ดราม่าครูจุ๋ม พี่เลี้ยงนักเรียนชั้นอนุบาลของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ กรุงเทพมหานคร ทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาล จนกลายเป็นปมร้อนเล่นเอาเกรียนคีย์บอร์ดซัดอย่างไม่ยั้งมือ ชนิดที่เจ้าตัวแทบหมดกำลังใจจะเดินต่อ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ครูพี่โอ๊ะ หรือ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)ลงพื้นที่มาพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กนักเรียนอนุบาล 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดยเปิดเผยว่า จากปัญหาที่ได้รับฟังมีหลายเรื่อง ทั้งโดนครูทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บ อาหารกลางวันไม่ถูกต้องเป็นไปตามเมนูที่แจ้ง อาหารกลางวันไม่ถูกสุขอนามัย และไม่มีการประชุมผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครองไม่รู้จักครูผู้สอนของเด็ก ขาดการสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองของนักเรียน รวมไปถึงการเปลี่ยนคุณครูประจำห้อง ผู้ช่วยครูไม่ได้แจ้ง พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนักเรียนล่วงหน้า โดยตามหลักการนั้น ครูผู้ช่วยทำไม่ถูกต้อง หลังจากนี้จะตรวจสอบโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ว่ามีมาตรการรับครูผู้ช่วยเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง เพราะเรื่องนี้เป้นเรื่องใหญ่" รมช.ศึกษาธิการ ระบุ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ซึ่งถ้ารับผู้ช่วยครูมาไม่ถูกต้อง รวมไปถึงทำร้ายร่างการเด็กจริง โดยตัวคุณครูอาจจะมีโทษส่วนบุคคลในคดีอาญา ถ้ามีใบประกอบอาชีพครูสามารถโดนเพิกถอดใบอนุญาติ และไม่มีสิทธิกลับไปเป็นครูอีก

"ส่วนของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็จะมีบทลงโทษ โดยจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน และอาจจะมีคำสั่งให้หยุดรับนักเรียนหรือหยุดดำเนินกิจการโรงเรียน ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนมีความประสงค์จะขอย้ายเด็กออกจากโรงเรียนกันเป็นจำนวนมาก" ดร. กนกวรรณ ระบุ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุอีกว่า ต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด โดยพรุ่ง (28 กันยายน 2563 ) เวลา 09.00น. ได้นัดผู้ปกครอง ตัวแทนโรงเรียน จะเข้ามาพูดคุยกันที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อหาข้อยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ

"และพรุ่งนี้จะมีการประสานงาน ให้มีนักจิตวิทยาเข้าไปดูและสภาพจิตใจชองเด็กนกัเรียนในโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ก่อน เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองสบายใจ" ดร.กนกวรรณ กล่าวในที่สุด

ที่มา ; msn ข่าว

ความเห็นของผู้ชม