ค้นหา

คุรุสภาเร่งตรวจสอบหลักฐานใบอนุญาตฯครูโรงเรียนสารสาสน์แล้ว

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของครูในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นนทบุรี ว่า ในวันนี้ตนพร้อมด้วย ดร.สุญาดา สุนทรศารทูล ผู้อำนวยการสำนักจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ และเจ้าหน้าที่คุรุสภา ได้เข้าไปโรงเรียนสารสาสน์ฯ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานใบประกอบวิชาชีพครู และพี่เลี้ยงเด็กที่ทำร้ายนักเรียนอนุบาล ซึ่งก็ได้หลักฐานมาพอสมควร แต่ยังตรวจสอบไม่หมดเนื่องจากทางโรงเรียนมีครูกว่า 400 คน จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ และจะเร่งตรวจให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ส่วนกรณีครู 4 คน ที่ทำร้ายเด็ก ถือว่ามีความผิดชัดเจนที่สุด และพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ดังนั้น จะต้องมีความผิด และสถานศึกษาจะต้องมีความผิดด้วยที่จ้างคนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอนเด็ก 

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ กล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบทราบว่ามีจำนวนครูทั้งหมด 411 คน เป็นครูชาวไทย 95 คน ครูต่างชาติ 106 คน โดยทางโรงเรียนนำเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบในวันนี้ 201 คน ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งให้ตรวจสอบ สำหรับบุคคลที่เป็นครูเบื้องต้นจะต้องมี1.วุฒิการศึกษา 2.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 3.ใบอนุญาตทำการสอน สำหรับห้องอีซึ่งเป็นห้องของครูจุ๋มพบว่าทุกคนไม่มีใบอนุญาตทั้ง 2 ใบ 

สำหรับส่งที่เกิดขึ้นต้องรีบดำเนินการแก้ไขซึ่งคิดว่าจะมีโรงเรียนหลายๆแห่งที่พบปัญหาแบบเดียวกันแต่ยังไม่ทราบ ทั้งนี้เจ้าของโรงเรียนต้องทราบด้วยว่าได้จ้างใครเขามาสอนบ้าง มีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่ไม่ใช่ว่าจะจ้างใครมาสอนก็ได้ สำหรับคดีนี้ก็เป็นเสียงสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนเอกชนหลายๆแห่งต้องวางฐานข้อมูลให้ชัดเจนและเป็นระบบ 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563 

ข่าวเดียวกัน

คุรุสภาตรวจสารสาส์นเช็กตั๋วครู ผู้บริหารรร.ขอโทษ รับเสียใจ

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.63 คณะกรรมการคุรุสภา ได้ลงพื้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เพื่อเข้าตรวจสอบใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพครูของโรงเรียนดังกล่าว นำโดย ดร.สุญาดา สุนทรศารทูล ผอ.สำนักจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ พร้อมคณะ ซึ่งเบื้องต้นจะเจาะจงไปที่ครูต่างชาติ ครูคนไทย ในระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาว่าถูกต้องตามกฎระเบียบหรือไม่ จากที่ตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการพบมีครู 5 คน ที่ใบประกอบวิชีพครูหมดอายุ ขณะที่ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชนจะมีครูได้ไม่เกิน 140 คน แต่โรงเรียนแห่งนี้กลับมีครูมากถึง 400 คน ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบในรายละเอียด

ทั้งนี้ ในส่วนบทลงโทษ ผู้ที่สอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในส่วนผู้จ้างและครู หากพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ผู้บริหารในเครือโรงเรียนดังกล่าว นำโดยดร.พิสุทธิ์ ยงค์กมล ได้เปิดแถลงกรณีครูทำร้ายนักเรียน หลังการประชุมและทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในโรงเรียน ด้วยที่ผ่านมาโรงเรียนมีนโยบายต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน (Bully) เบื้องต้นต้องขอโทษผู้ปกครองและสังคมอีกครั้ง รวมทั้งจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น จะแก้ปัญหาด้วยความจริงใจตรงไปตรงมาเสมือนว่าเป็นผู้ปกครอง

ทุกข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้จะนำไปช่วยเหลือแก้ไข รับฟังข้อเสนอของผู้ปกครองเพิ่มเติม โดยได้ให้โรงเรียนในเครือทั้งหมดตั้งศูนย์ร้องเรียนที่ห้องธุรการ จะปรับระบบคุณภาพการบริหารโรงเรียน บุคลากรให้มีธรรมาภิบาล มีการตรวจสุขภาพครูสัปดาห์ละครั้ง

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  30 กันยายน 2563

 

ความเห็นของผู้ชม