ค้นหา

คุรุสภา จ่อฟ้องสารสาสน์ราชพฤกษ์ ปมไร้ตั๋วครู 300 ราย

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) กล่าวเผยถึงกรณีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ว่าตามที่ทางคุรุสภาได้มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวนเกือบ 400 คน พบว่ามีครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ถูกต้องประมาณ 98 คน เท่านั้น  ซึ่งในแง่กฎหมายทางคุรุสภาสามารถฟ้องดำเนินคดีกับทางสถานศึกษา และครูได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน ตามมาตรา 43 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตแสดงว่า ถ้าสถานศึกษาใดนำคนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอนในสถานศึกษา ถือว่าทั้งสถานศึกษาและครูมีความผิด 

ดังนั้น ขณะนี้ทางคุรุสภากำลังดำเนินการตรวจสอบว่าจะฟ้องร้องใครบ้าง แต่ที่แน่นๆ ฟ้องสถานศึกษาอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่องการฟ้องร้องทำร้ายร่างกายเด็กนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในการฟ้องร้องดำเนินคดี


ครุสภาจะมองในส่วนของการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งหากจะต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ต้องนำเรื่องเข้า เสนอกมว.เป็นผู้พิจารณาเพิกถอน และถ้าครูทุกคน รวมถึงครูต่างชาติได้รับมอบหมายให้สอนหนังสือในโรงเรียนดังกล่าวแต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ เราจะเล่นงานสถานศึกษาแน่นอน โดยการเล่นงานในที่นี่ จะต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายในขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ และเรื่องนี้ ครุสภาคงไม่ได้ตรวจสอบเพียงโรงเรียนสารสาสน์แห่งเดียว แต่จะขยายผลไปยังโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประธาน กมว. กล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาของผู้ปกครองที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคนไหนเป็นพี่เลี้ยง คนไหนเป็นครูผู้สอนนั้น ขณะนี้ได้หารือกับทางเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้มีการกำหนดยูนิฟอร์มของพี่เลี้ยงกับครูผู้สอนให้แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ปกครองได้รู้ว่าใครเป็นพี่เลี้ยง ใครเป็นครู และหากผู้ปกครองเห็นพี่เลี้ยงมาทำหน้าที่ครูผู้สอนสามารถแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ได้  เป็นวิธีการที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โรงเรียนนำคนอื่นมาเป็นครู นอกจากนั้น ในการรับพี่เลี้ยงนั้น ระเบียบของสช.มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ว่าห้องเรียนต้องมีพี่เลี้ยงสัดส่วนเท่าใด  แต่ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติชัดเจน ซึ่งกมว.จะเสนอแนะให้มีการอบรมพัฒนาพี่เลี้ยง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อจะได้พี่เลี้ยงที่มีคุณภาพ เข้าใจ ดูแลเด็กได้ และต้องมีการแสดงใบการอบรมพัฒนาต่างๆร่วมด้วย  ขณะเดียวกันสถานศึกษาต้องมีหลักฐานว่าได้อบรมตามหลักสูตรที่มีอยู่

นายเอกชัย กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้การกำกับดูแลครูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  และขอยืนยันว่าครูในประเทศมีเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลน แต่บางสถาบันการศึกษาที่ไปจ้างคนที่ไม่ตรงวุฒิครูมาสอน หรือให้พี่เลี้ยงมาสอน เพราะต้นทุนไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กมว. ได้ลงมติเราจะพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย ซึ่งเดิมมีมาตรฐานเรื่องนี้อยู่แล้วแต่จะมีการออกมาตรฐานเพิ่ม และมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ

การประกอบธุรกิจทางการศึกษา หลายคนอาจบอกว่าไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร แต่ถ้าใครที่มุ่งหวังผลกำไรเพื่อความอยู่รอด แต่ก็ขอให้คำนึงถึงคุณภาพที่จะยื่นให้แก่ผู้ปกครองด้วย นั่นคือ ถ้าท่าน เก็บค่าเล่าเรียนสูง และสูงเกินกว่าปกติ ก็ควรจะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบถึงคุณภาพที่ท่านจะให้กับผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานมาเรียนร่วมด้วย

ที่มา ; ไทยโพสต์ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ข่าวเกี่ยวกัน

คุรุสภาแจ้งเอาผิด 4 ครูสารสาสน์ราชพฤกษ์-ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงเรียนแล้ว

2 ตุลาคม 2563 นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนได้มอบหมายให้นิติกรสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์  4 ราย และผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง กรณีให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาปฏิบัติหน้าที่สอน ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนการตรวจสอบครูรายอื่นๆนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาอนาคตต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง ให้กำชับไปยังโรงเรียนต่างๆให้ปฏิบัติตามระเบียบของคุรุสภา ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับรูปแบบการตรวจสอบให้เปิดเผยมากขึ้น อาทิ ต่อไปทุกโรงเรียนจะต้องมีการติดชื่อและใบอนุญาตฯของครูประจำชั้นไว้หน้าห้อง เหมือน แพทย์ ที่ติดชื่อไว้หน้าห้องตรวจ  เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กมว.เสนอพี่เลี้ยงเด็กใส่เครื่องแบบสีต่างครูมีใบประกอบวิชาชีพ

2 ตุลาคม 2563 นายเอกชัย สุขกี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีพี่เลี้ยงเด็กในโรงเรียนเอกชนทำร้ายร่างกายนักเรียนอนุบาลที่ปรากฏเป็นข่าวในขณะนี้นั้น เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำพี่เลี้ยงเด็กที่ไม่ได้เรียนจบคณะคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ มาทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็ก ดังนั้นตนจะเสนอให้ที่ประชุม กมว.พิจารณาเรื่องการกำกับมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเอกชน โดยให้ครูที่ทำหน้าที่สอน นอกจากมีใบประกอบวิชาชีพครูติดหน้าห้องเรียนแล้ว ทางโรงเรียนต้องติดประกาศแสดงให้ชัดเจน

นอกจากนี้จะเสนอให้มีข้อกำหนดว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องใส่เครื่องแบบที่มีสีไม่เหมือนกับครูที่มีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจำแนกได้ว่าคนไหนครู คนไหนพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อให้ผู้ปกครองช่วยตรวจตราอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะหารือเรื่องดังกล่าวนี้กับเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยตนได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา รับทราบแล้ว ซึ่งนายดิศกุล มีความคิดว่าเรื่องที่ตนเสนอนั้นเป็นเรื่องที่ดีประธาน กมว.กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ความเห็นของผู้ชม