ค้นหา

จริตของคนวงการศึกษาแต่ละ Generation เรียนรู้เพื่อปรับตัว และพัฒนา

ช่วงว่างระหว่างวัย (Generation) ของคนในวงการศึกษา ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับครูผู้รับนโยบายไปปฏิบัติ ระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียนในกระบวนการจัดการเรียนรู้ หรือระหว่างผู้บริหารระดับสูงผู้กำหนดนโยบายกับนักเรียนผู้เป็นเป้าหมายนโยบาย เป็นปัจจัยพื้นฐานและต้องให้ความสำคัญในการออกแบบการบริหารจัดการศึกษา และปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา เพราะคนในแต่ละ Generation จะมีคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม รูปแบบพฤติกรรม การทำงานการดำเนินชีวิต รวมถึงประสบการณ์และมุมมองต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (จริต) ที่แตกต่างกัน 

หากผู้กำหนดนโยบายหรือออกแบบการศึกษาโดยยึดค่านิยม ตนเองเป็นหลักโดยไม่คำนึงลักษณะนิสัย ความต้องการ จริตของผู้ปฏิบัติ ไม่ปรับตัวเข้าหาความแตกต่างของรุ่นวัย ก็เป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จ 

ขณะเดียวกันหากครูผู้สอนการจัดกาเรียนรู้ โดยยึดจริตของนักเรียน ก็จะทำให้การเรียนรู้ที่ท้าทาย น่าสนใจ มีชีวา จะนำเข้าสู่เป้าหมายการศึกษาได้เร็วขึ้น 

อย่างเช่น ในปัจจุบัน คนกลุ่มบริหารและกำหนดนโยบาย (Gen X) หากบริหารหรือกำหนดนโยบายโดยไม่ยึดความชอบ ความเชื่อของตนเองเป็นหลัก หากแต่คำนึงถึงคุณลักษณะของกลุ่มปฏิบัติ (Gen X,Y) หรือคุณลักษณะร่วมกัน เป็นแนวทาง ก็จะทำให้การขับเคลื่อนได้ดีขึ้น  ขณะที่เป้าหมายและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรคำนึงถึงคุณลักษณะของกลุ่มผู้เรียน (Gen Z) เป็นหลัก 

สำหรับแนวคิด เจเนอเรชัน (Generation) หรือ กลุ่มประชากรที่นักสังคมศาสตร์ได้แบ่งตามช่วงวัย ตามปีเกิด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเรียนรู้ ทัศนคติ ค่านิยม รูปแบบการทำงาน และการดำเนินชีวิต ซึ่งควรเรียนรู้ เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการศึกษาให้ตรงประเด็นและเกิดประโยชน์สูงสุด   

การแบ่งผู้คนออกเป็น Generation  อาจแบ่งได้หลายช่วง แล้วแต่แนวคิดและจุดประสงค์ผู้แบ่ง เช่น Lost Generation, Greatest Generation, Silent Generation, Baby Boomers, Generation X, Generation Y, Generation Z หรือบางแนวคิดอาจละเอียดลงไปถึง Generation Alpha เป็นต้น 

ในความเป็นจริง ยิ่งเฉพาะด้านการศึกษา กลุ่มที่มีบทบาท อิทธิพล ต่อการจัดและรับผลของการจัดการศึกษามีแค่  4 กลุ่ม ได้แก่ Baby Boomers Generation X Generation Y Generation Z  ซึ่งควรรู้ เข้าใจ คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม รูปแบบพฤติกรรม และการทำงานการดำเนินชีวิต ดังนี้ 

 

1. Baby Boomers หรือ Gen B (ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2489 – 2507) ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุราวๆ 56 -74 ปี เป็นช่วงเข้าสู่วัยสูงอายุ ช่วงวัยเกษียณอายุอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และช่วงหลังเกษียณ หากอยู่ในวงการศึกษาบุคคลกลุ่มนี้จะเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นผู้บริหารระดับสูง (กำหนดนโยบาย) ผู้บริหารการศึกษา  ผู้บริหารสถานศึกษา (ผู้ขับเคลื่อนโยบาย) หรือกลุ่มครูที่มีประสบการณ์มากมายและใกล้เกษียณ (ทำงานตามหน้าที่) มีความมั่นคงในชีวิตแล้ว 

คุณลักษณะหรือจริตของคนกลุ่มนี้ มีความทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน จริงจัง อดทนสูง หนักเอาเบาสู้  ชอบงานที่มีความมั่นคง ประหยัด อดออม มีความภักดีต่อองค์กร เป็นเจ้าคนนายคน เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี  เป็นนักอนุรักษ์นิยม 

คนกลุ่มนี้ก็ต้องพัฒนาตนเอง โดยมุ่งเน้นเรื่องด้านสุขภาพ  ด้านเทคโนโลยี ด้านทักษะความสามารถในการทำงานเฉพาะด้าน รวมถึงด้านการเงิน เพื่อให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน 

 

2. Generation X หรือ Gen X (ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508 - 2522) ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุราวๆ 41 -55ปี เป็นช่วงวัยแรงงานและเข้าสู่วัยสูงอายุ หรือช่วงวัยเกษียณอายุการทำงาน 5 ถึง 20 ปีข้างหน้า หากอยู่ในวงการศึกษาบุคคลกลุ่มนี้จะเป็นผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา หรือกลุ่มครูที่มีประสบการณ์ มีความมั่นคงในชีวิต 

คุณลักษณะหรือจริตของคนกลุ่มนี้ ชอบอะไรง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่เป็นทางการ ไม่บ้างาน อยากเป็นนายตัวเอง ทำงานได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง  อยากทำงานที่ท้าทาย ใช้ทักษะหลากหลาย มีความเป็นอิสระ ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตทั้งงานและครอบครัว ชอบช่วยเหลือสังคม มีความคิดเปิดกว้าง สร้างสรรค์ มีความยืดหยุ่น ไม่ชอบอยู่ติดที่ ไม่ยึดติดธรรมเนียมประเพณี สามารถปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป 

การทำงานกับกลุ่ม Gen-X ควรที่จะต้องพูด สื่อสารให้กระชับ ชัดเจน และไม่อ้อมค้อม  หากเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ควรพูดต่อหน้า เพราะไม่ชอบถูกบงการ กำหนดแค่ให้นโยบายกว้างๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด ลดความคาดหวังในการทำงานหนักอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด 

อย่างไรก็แล้วแต่ คนกลุ่มนี้ก็ต้องพัฒนาตนเอง หรือจัดการพัฒนาให้กับพวกเขา โดยมุ่งเน้นเรื่องด้านการเงิน ด้านเทคโนโลยี ด้านทักษะความสามารถในการทำงาน และด้านสุขภาพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน 

 

3. Generation Y หรือ Gen-Y เรียกอีกอย่างว่า Millennial (เกิดระหว่างปี พ.ศ.2523 - 2540) ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุราวๆ 23 – 40 ปี จะเป็นวัยเริ่มต้นเข้าสู่แรงงานหรือวัยทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับงานหรืออาชีพที่ทำ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ส่งเสริมความอบอุ่นของครอบครัวในอนาคต พัฒนาประเทศชาติ 

คุณลักษณะของคนใน Gen Y เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำหลายสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน  เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี มีความเป็นสากล มีเทคโนโลยีพกพา มุ่งมั่น ทำงานเป็นทีมเก่ง แต่ไม่ค่อยมีความอดทน ชอบเปลี่ยนงานบ่อยๆ รักความสะดวกสบาย ไม่ชอบเสี่ยง ไม่ได้แสวงหาความแปลกแหวกแนว มีแนวคิดเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ต้องการความชัดเจนในการทำงาน  สร้างสมดุลเวลาให้กับตัวเอง เวลางาน เวลาความสุขกับตัวเอง 

ถึงจะเป็นวัยทำงานแล้ว ก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาตนอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถให้เกิดประโยชน์ต่ออาชีพตนเอง หรือการดำรงชีวิตของตนเอง โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ความสามารถที่สอดคล้องกับอาชีพ ด้านการเงิน  ด้านการใช้ชีวิต ด้านคุณธรรม จริยธรรม     

การทำงานกับกลุ่ม Gen-Y ควรให้ทำงานท้าทาย ชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือนการให้คำชม เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น เมื่อยอมรับความคิดเขาก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขา อยากเป็นส่วนหนึ่งในทีม ชอบให้ผู้อื่นแสดงออกต่อสิ่งที่พวกเขาทำทุกขณะจิต 

 

4. Generation Z หรือ Gen Z (ที่เกิดปี พ.ศ.2540 ขึ้นไป) ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุราว ๆ 23 ปีลงมา       อยู่ในวัยเรียนทั้งระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยม และอุดมศึกษา และวัยเตรียมเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งจะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติ พวกขาเกิดและเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี ใช้มือถือ หรือ แท็บเล็ตตั้งแต่เด็ก ดำเนินชีวิตในสังคมแบบดิจิตัล ติดต่อสื่อสารไร้สาย และสื่อบันเทิง ด้วยข้อดีของอินเทอร์เน็ตทำให้รับข้อมูลข่าวสารมากมาย รวดเร็ว และทันโลก 

คุณลักษณะของคนใน Gen Z เป็นผู้ที่สามารถวิเคราะห์สถิติเรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคตได้เร็ว ตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว ไม่ชอบรอคอย มักที่กลัวอนาคต จะหาข้อมูลมาเปรียบเทียบและป้องกัน มีแนวโน้มว่าจะเลือกงานที่เงินดีมากกว่าที่ชอบจริงๆ เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างเพราะการมองเห็นในโลกโดิจิตัล มีแนวโน้มที่จะปรับทัศนคติได้ดี ไม่แบ่งแยกชนชั้น สีผิว ศาสนา หรือประเพณีที่แตกต่าง มีแนวโน้มที่จะเป็นมนุษย์หลายงาน เพราะความอดทนต่ำ  ต้องการคำอธิบายมากขึ้น ต้องมีเหตุผล ต้องรู้สึกว่าได้เข้าใจกับทุกเรื่องในชีวิต การเรียนรู้จะหาความรู้ได้ทุกที่ เกลียดการเรียนแบบบรรยาย ชอบข้อมูลแนวกราฟ ภาพ สถิติชัดเจน เน้นข้อมูลสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายๆ ตามแบบฉบับโลกออนไลน์ ชอบคนให้เกียรติ ยอมรับในความเก่ง ความทันสมัย เพราะเขาเติบโตมากับยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ชอบการเรียนการสอนใช้เทคโนโลยี ใช้วิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ชอบค้นคว้า ไม่หยุดนิ่ง ชอบแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ อยากมีบทบาทที่สำคัญในกลุ่มเพื่อน 

ดังนั้นแนวทางการจัดการศึกษากับคนกลุ่มดังกล่าว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาประยุคใช้ในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนนำเทคโนโลยีไปประยุคใช้ในสาขาวิชาชีพและชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ 

จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เยาวชนไทยประสบปัญหาด้านภาวะโภชนา

การ ระดับ IQ และ EQ ต่ำกว่ามาตรฐาน ขาดทักษะการเรียนรู้ ขาดทักษะการใช้ชีวิต และขาดความรู้

เรื่องเพศศึกษาอย่างเพียงพอ สิ่งเหล่านี้ ควรนำมาเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าเทคโนโลยี คุณลักษณะกลุ่มบุคคล 

ประเด็นสำคัญในการจัดการศึกษาอบรมกับ Gen Z ได้แก่ ความรู้เรื่องโภชนาการ ความรู้ด้านเพศศึกษา การพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหา การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ การพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต การส่งเสริมความถนัดและความสามารถเฉพาะตัว และความรู้เรื่องการเงิน 

 

ดังนั้นเพื่อให้ภารกิจทางการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมาย เพื่อการบริหารจัดการและหรือเพื่อการเรียนรู้บรรลุผล กลุ่มคนแต่ละเจเนอเรชันที่อยู่ในระบบการศึกษา ต้องทำงานบนพื้นฐานการเข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนต่างยุคต่างสมัย จะถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน มีความเชื่อหรือทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน ควรแสวงหาและชื่นชมจุดดี แทนที่จะมีอคติหรือต่อต้าน มองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ และบริหารความแตกต่างนั้น เปลี่ยนหรือหาวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องทำงาน หรือ ทำกิจกรรมด้วย เช่น Gen X Gen Y ต้องเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน  ส่วน Gen X, Y ต้องเรียนรู้ เข้าใจ พฤติกรรม Gen Z และ Gen Alpha ทั้งนี้เพื่อให้ตรง ง่ายและบรรลุผลของการจัดการเรียนรู้

ความเห็นของผู้ชม