ค้นหา

แนะ 6ข้อ ที่ผู้สอนพึงตระหนักในการเรียนออนไลน์ช่วงโควิด

ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบทความ “ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์จากประสบการณ์ช่วงโควิด-๑๙ ระบาดระลอกแรก” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kasian Tejapira” เนื้อหาดังนี้ 

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์จากประสบการณ์ช่วงโควิด-๑๙ ระบาดระลอกแรก 

๑) การเรียนการสอนออนไลน์ต่างจากการสอนต่อหน้าในชั้นเรียนตรงที่เพิ่มความสำคัญกว่าของผู้เรียนเมื่อเทียบกับผู้สอน ผู้สอนอาจวางเป้าหมาย เนื้อหา การวัดผล ระบบระเบียบต่าง ๆ ของวิชาให้ แต่กระบวนการและผลลัพธ์ในการเรียนวิชานั้นถึงที่สุดแล้วขึ้นกับผู้เรียนเป็นหลัก เพราะไม่มีผู้สอนคอยกำกับผลักดันจัดระเบียบต่อหน้า ไม่มีชั้นเรียนเป็นภาวะแวดล้อมและบรรยากาศเอกเทศแยกต่างหากช่วยเอื้ออำนวย ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นให้พูดคุยไต่ถามปรึกษา ผู้เรียนต้องจัดการดูแลภาวะแวดล้อมในการเรียนออนไลน์และการเรียนของตัวเอง ผู้เรียนจะโดดร่มไม่เข้าร่วมชั้นหรือปิดจอลุกหนีหรือปิดไมค์แล้วพูดคุยหรืองีบหลับหรือไม่ใส่ใจติดตามบทเรียน ผู้สอน/เพื่อนร่วมชั้นก็ไม่อาจแนะนำตักเตือนห้ามปรามได้ แทบทั้งหมดอยู่ที่ตัวผู้เรียนเองคนเดียว ผู้เรียนจึงรับผิดชอบผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการเรียนเองกว่าเดิมมาก 

๒) รูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะกับออนไลน์ไม่ใช่การบรรยายยาวเป็นชั่วโมง เพราะสมาธิผู้เรียนไม่ยาวขนาดนั้นและเบื่อหน่ายมึนงงง่าย แต่คือการสนทนาถามตอบและอธิบายเพิ่มเติมกว้างขวางออกไปจากคำถาม โดยอ้างอิงบทอ่านล่วงหน้าร่วมกัน ดังนั้น การแจกบทอ่านที่ใช้คุยล่วงหน้า (หนังสือตำรา, บทความ, รายงานข่าว, สไลด์ ฯลฯ ในรูปไฟล์ที่ส่งให้หรือดาวน์โหลดได้เป็นหลัก ส่วนบทอ่านที่เป็นรูปเล่มต้องแจ้งเตือนผู้เรียนให้จัดหามาแต่เนิ่น ๆ อาจโดยผ่านการสั่งซื้อหรือหยิบยืมกัน โดยเฉพาะในสภาพที่ห่างไกลศูนย์หนังสือหรือห้องสมุด) การมอบหมายตัวบุคคล/กลุ่มผู้เรียนบางส่วนล่วงหน้าให้เป็นผู้ถามนำ การเตรียมคำถามเกี่ยวกับบทอ่านไว้ล่วงหน้าของผู้เรียน จึงสำคัญในการทำให้การเรียนการสอนแบบสนทนาถามตอบและอธิบายเพิ่มเติมออนไลน์ดำเนินไปได้ โดยมีช่วงเวลาให้ผู้เรียนคนอื่นที่เหลือในชั้นได้มีจังหวะโอกาสร่วมซักถามออกความเห็นถกเถียงเพิ่มเติมด้วย 

๓) เวลา ๓ ชั่วโมงต่อคาบยาวเกินไปสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้น จากประสบการณ์ ความยาวของคาบการเรียนออนไลน์ที่พอเหมาะคือ ๒ ชั่วโมง โดยมีช่วงพักครึ่งผ่อนคลายอิริยาบถและทำกิจธุระส่วนตัวที่จำเป็น แล้วเสริมเติมโดย Online Office Hours สัปดาห์ละ ๑ - ๒ ชั่วโมงแล้วแต่จะตกลงกำหนดวันเวลากันในชั้นหนึ่ง ๆ เพื่อเป็นช่วงเปิดให้ซักถามพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนอย่าง free flow มากขึ้นกว่าคาบเรียนออนไลน์ปกติ 

๔) การวัดผลที่เหมาะสมและสะดวกคือสั่งงาน/แจ้งโจทย์หรือข้อสอบหรือคำถามล่วงหน้า ให้นักศึกษาไปค้นคว้าทำ แล้วกำหนดวันส่งพร้อมกันอีกที (take-home exam) เหล่านี้ทำให้คำถามแบบปรนัยและคำถามที่เน้นแต่ข้อเท็จจริงไม่เหมาะนัก หากคำถามที่เป็นอัตนัยและอาศัยการค้นคว้าขบคิดวิเคราะห์ตีความจะเหมาะกว่า 

๕) ไม่ควรคิดว่าจะเรียนจะสอนออนไลน์ให้ได้คุณภาพและประสิทธิผลเหมือนการสอนต่อหน้าในชั้นเรียนได้อย่างไร? เพราะมันมีวิถีทางและลักษณะแตกต่างกัน ควรปรับคำถามใหม่ว่าบนพื้นฐานเงื่อนไขและลักษณะพิเศษที่เป็นจริงของการเรียนการสอนออนไลน์ จะทำอย่างไรให้เกิดการแสวงหาความรู้จากทรัพยากรและบุคลากรที่มีในส่วนตัวผู้เรียนให้ได้มากที่สุด? ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนการสอนต่อหน้าในชั้นเรียน แต่ไม่แน่ว่าจะต้องแย่กว่าเสมอไป 

๖) อย่าดูเบาปัญหาเทคนิค และอย่าประเมินปัญหาภาวะแวดล้อมและส่วนตัวของผู้เรียนต่ำเกินไป การตระเตรียม ซักซ้อมให้พรักพร้อมทางเทคนิค และการแจ้งปัญหาตรงไปตรงมาของผู้เรียนและหาทางแก้ร่วมกันเท่าที่ทำได้กับผู้สอนจึงสำคัญมาก คณะผู้บริหารและฝ่ายเทคนิคของสถาบันมีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในการให้คำแนะนำปรึกษาและอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ปัญหาแก่ผู้เรียนและผู้สอนในเรื่องเหล่านี้ 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564

ความเห็นของผู้ชม