ค้นหา

ณัฏฐพลเซ็นคำสั่ง ตั้งเพิ่มสพม.จาก 42 เป็น62เขต

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาคว่า ที่ประชุมได้กระตุ้นถึงแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.เนื่องจากขณะนี้เรากำลังเดินหน้าแผนการศึกษาจังหวัด ซึ่งศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายนี้ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐที่จะต้องดำเนินการแต่เพียงผู้เดียวแต่จะมีภาคเอกชนร่วมดำเนินการด้วย โดยตนอยากให้นโยบายแผนการศึกษาจังหวัดนี้มีความโปร่งใส เพราะจะส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เห็นภาพนโยบายดังกล่าวได้ชัดเจนมากขึ้น สำหรับแผนการศึกษาจังหวัดการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่นั้นจะบริหารจัดการระหว่าง ศธ. กระทรวงมหาดไทย (มท.) และเอกชน ซึ่งจะลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการการศึกษา เพื่อบริการนักเรียนให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกำลังคนในการรองรับแผนการศึกษาจังหวัดนั้น ตนดำเนินการคำนวณบุคลากรถึงภาพรวมในอนาคตแล้ว ซึ่งเรื่องบุคลากรมีความสำคัญและไม่อยากให้การทำงานมีความซ้ำซ้อน เราต้องใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม และการเพิ่มบุคลากรในพื้นที่ เพื่อรองรับแผนการศึกษาจังหวัดของหน่วยงานต่างๆ นั้นจะต้องเพิ่มตามความจำเป็นและเหมาะสมด้วย ซึ่งล่าสุดตนได้เซ็นคำสั่งเพิ่มสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) อีก 20 เขต จากเดิมมี สพม.อยู่ทั้งหมด 42 เขต ดังนั้นขณะนี้เรามีสพม.รวม 62 เขต โดยการเพิ่ม สพม.ครั้งนี้ไม่ได้เพิ่มครบทุกจังหวัด เพราะตนพิจารณาแล้วว่าการมี สพม.62 เขต มีความเหมาะสมมากที่สุดแล้ว และการเพิ่ม สพม.ครั้งนี้ก็เพื่อให้มาขับเคลื่อนแผนการศึกษาจังหวัดด้วยการสร้างโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ดังนั้น สพม.ที่เพิ่มขึ้นมาจะต้องร่วมกันทำงานอย่างหนัก ตอบโจทย์นโยบายดังกล่าวด้วย

ที่มา ; เดลินวส์ พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

 

สำหรับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) ทั้ง 62 แห่ง ได้แก่

1.สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1

2.สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 2

3.สพม.กาญจนบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี

4.สพม.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์

5.สพม.กำแพงเพชร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร

6.สพม.ขอนแก่น ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดขอนแก่น

7.สพม.จันทบุรี ตราด ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด(สนง.ตั้งที่จันทบุนรี)

8.สพม.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

9.สพม.ชลบุรี ระยอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดชลบุรีและระยอง (สนง.ตั้งที่ชลบุรี)

10.สพม.ชัยภูมิ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดชัยภูมิ

11.สพม.เชียงราย พะเยา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา

12.สพม.เชียงใหม่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเชียงใหม่

13.สพม.ตรัง กระบี่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดตรังและกระบี่ (สนง.ตั้งที่ตรัง)

14.สพม.ตาก ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดตาก

15.สพม.นครปฐม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครปฐม

16.สพม.นครพนม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครพนม

17.สพม.นครราชสีมา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

18.สพม.นครศรีธรรมราช ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

19.สพม.นครสวรรค์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครสวรรค์

20.สพม.นนทบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนนทบุรี

21.สพม.นราธิวาส ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนราธิวาส

22.สพม.น่าน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดน่าน

23.สพม.บึงกาฬ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดบึงกาฬ

24.สพม.บุรีรัมย์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์

25.สพม.ปทุมธานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปทุมธานี

26.สพม.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  

27.สพม.ปราจีนบุรี นครนายก ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก(สนง.ตั้งที่ปราจีนบุรี)

28.สพม.ปัตตานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปัตตานี

29.สพม.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

30.สพม.พะเยา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพะเยา

31.สพม.พังงา ภูเก็ต ระนอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง (สนง.ตั้งที่พังงา)

32.สพม.พัทลุง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพัทลุงและสตูล

33.สพม.พิจิตร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพิจิตร

34.สพม.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ (สนง.ตั้งที่พิษณุโลก)

35.สพม.เพชรบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเพชรบุรี

36.สพม.เพชรบูรณ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์

37.สพม.แพร่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์

38.สพม.มหาสารคาม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดมหาสาคาม  

39.สพม.มุกดหาร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

40.สพม.แม่ฮ่องสอน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

41.สพม.ยะลา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดยะลา

42.สพม.ร้อยเอ็ด ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

43.สพม.ราชบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดราชบุรี

44.สพม.ลพบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดลพบุรี

45.สพม.ลำปาง ลำพูน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน (สนง.ตั้งที่ลำปาง)

46.สพม.เลย หนองบัวลำภู ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู (สนง.ตั้งที่เลย)

47.สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร  ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร (สนง.ตั้งที่ศรีษะเกษ)

48.สพม.สกลนคร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสกลนคร

49.สพม.สงขลา สตูล ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล (สนง.ตั้งที่สงขลา)

50.สพม.สมุทรปราการ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ 

51.สพม.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม (สนง.ตั้งที่สุมทรสาคร) 

52.สพม.สระแก้ว ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสระแก้ว

53.สพม.สระบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสระบุรี

54.สพม.สิงห์บุรี อ่างทอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสิงห์บุรีและอ่างทอง (สนง.ตั้งที่สิงห์บุรี) 

55.สพม.สุโขทัย ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุโขทัย

56.สพม.สุพรรณบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี

57.สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จังหวัดชุมพร (สนง.ตั้งที่สุราษฏร์ธานี)

58.สพม.สุรินทร์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุรินทร์

59. สพม.หนองคาย ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดหนองคายและบึงกาฬ

60.สพม.อุดรธานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุดรธานี

61.สพม.อุทัยธานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุทัยธานีและชัยนาท 

62. สพม.อุบลราชธานี อำนาจเจิญ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ ( สนง.ตั้งที่อุบลราชธานี)

คลิก ร่างประกาศกระทรวงศึกษาธิการกำหนดเขตพื้นที่มัธยมศึกษา 62 เขต

ข่าวเดียวกัน

เคาะแล้ว! เพิ่ม สพม.จาก 42 เป็น 62 เขต ณัฏฐพลชี้เพื่อให้การทำงานคล่องตัว

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ. ในภูมิภาค ว่า ตนตระตุ้นให้ผู้ทำงานในระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ให้เกิดแรงผลักดันขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษา ซึ่งต่อไปจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการศึกษาในอนาคต เพราะขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างวางแผนพัฒนาการการศึกษาในแต่ละจังหวัด ดังนั้นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ในการทำงานของจังหวัดไม่ใช่แค่พัฒนาโรงเรียนของรัฐเท่านั้น ต้องคำนึงถึงโรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ด้วย ตนจึงกระตุ้นทำงานของ ศธ. ไปต่อ ต่อไปการทำงานต้องมีความกระชับและโปร่งใส เพื่อที่จะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธาน กศจ. เห็นภาพการศึกษาทั้งหมด พร้อมกับเสนอแผนพัฒนาการศึกษาในบริบทของจังหวัด เพื่อจะลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศธ. กระทรวงมหาไทย (มท.) เป็นต้น ในขณะเดียวกันก็ต้องให้บริการนักเรียนได้อย่างทั่วถึงโดยคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับอัตรากำลังคนใน ศธ. โดยต่อไปการเกลี่ยกำลังคนให้คำนึงถึงแผนในอนาคต เพราะขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างขับเคลื่อนการศึกษาททุกจังหวัด อาจจะมีความซับซ้อนในการทำงานและบุคลากรบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมไม่ชอบให้มีความซับซ้อนในการทำงานที่อาจจะใช้งบประมาณอย่างไม่มีคุณภาพ ในส่วนของหน่วยงานต่างๆที่ยังขาดคนอยู่ ต้องเติมบุคลากรในส่วนที่จำเป็นไป ซึ่งล่าสุดผมได้เห็นชอบให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับโครงสร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จากเดิมที่มีอยู่ 42 เขต เพิ่มเป็น 62 เขต เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว และสอดรับกับการพัฒนาโรงเรียนดีสี่มุมเมือง อย่างไรก็ตามหากมีการเพิ่ม สพม.ขึ้นมา แน่นอนจะต้องเพิ่มงบประมาณด้วย ซึ่งผมได้หารือกับ สพฐ.เพื่อเตรียมความพร้อมจัดสรรงบประเมินเพื่อรองรับแล้วนายณัฏฐพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

ความเห็นของผู้ชม