ค้นหา

ครูรุ่นเก่า เขาให้เด็กเรียนรู้แบบองค์รวมมานานแล้ว

เพราะเขา สอนคนให้มี วิชาชีวิต School of life” ติดตัวไปตลอดกาล..มาถึงวันนี้ เราเรียกการทำอย่างนี้ว่า.. การสอนแบบองค์รวม Holistic learning” ของเก่าของดีแท้ๆ..แต่พากันงงไปคนละมุมสองมุม..วันนี้ จึงตัดสินในเฉลยให้ฟัง

การศึกษาแบบองค์รวม มุ่งเน้นการเตรียมนักเรียนให้พร้อม เพื่อรับมือกับความท้าทายใด ๆ ที่พวกเขาอาจเผชิญในชีวิต, และในอาชีพการงาน

  • มีการเตรียมตัวด้านสุขภาพทางร่างกาย Physical development
  • เตรียมตัวฝึกฝนพฤติกรรมทางสังคมเชิงบวก Social development
  • เตรียมการพัฒนาทางสังคม,อารมณ์, และความยืดหยุ่น Emotional development
  • สร้างพัฒนาการทางด้านสติปัญญาวิชาการ Intelligence development
  • สอน และเตรียมคนให้สามารถดำเนินชีวิตที่ผาสุกในสังคม
  • สอนวิธีเอาชนะอุปสรรค ที่ได้จากการถอดบทเรียนครั้งก่อน ๆ Obtained from previous lessons learned” แล้วนำมาฝึกฝนศิษย์ (Practice for skill) จนสามารถ บรรลุความสำเร็จ ตลอดจน ปลูกฝังแนวคิดพื้นฐานใด ๆที่ต้องเรียนรู้ก่อน Any basic concepts that must be learned first” เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะต่อสู้ ดิ้นรน จนบรรลุเป้าหมายทั้งหมดของชีวิตในภายหลัง

การกระทำเช่นนี้ เปรียบได้กับ การเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนเดินทางไกล การชาร์จประจุไฟฟ้าในโทรศัพท์ รวมถึงการฝึกทักษะต่าง ๆ เพื่อชีวิตด้วย

การศึกษาแบบองค์รวม เป็นความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องความดีงามของมนุษย์, ความยิ่งใหญ่ส่วนตัวและความสุขในการมีชีวิตอยู่ ทั้งการเรียนรู้และความสำเร็จ Both learning and success”.. ตลอดจนการควบคุมแรงกดดันจากการแข่งขันทางสังคม Controlling the pressures of social competition, สามารถระงับยับยั้งความรุนแรงที่มักเกิดขึ้นทางร่างกาย,จิตใจ,และอารมณ์

จะเห็นได้ว่า..เด็ก ๆ ไม่เพียงแต่ต้องพัฒนาด้านวิชาการ..แต่ต้องพัฒนาความสามารถในการอยู่รอดในโลกสมัยใหม่ด้วย

พวกเขาจำเป็นต้องสามารถลุกขึ้นด้วยตัวของเขาเอง..และพบกับความท้าทายที่นำเสนอให้กับพวกเขาในอนาคต,..และมีส่วนร่วมกับโลกที่อาศัยอยู่

การเรียนรู้แบบองค์รวม “Holistic learning” ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กโดยการทำงานร่วมกัน และรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัวและโรงเรียน Work together and take the responsibility together of family and school ดังนี้

  • เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าในตัวเอง, และตระหนักถึงความสามารถของตนเองก่อน, (ครูต้องใช้กิจกรรมนำทางให้เขาคระหนัก และมั่นใจในความสามารถของพกเขา) ฝึกฝนจนสามารถทำสิ่งที่ต้องการในชีวิตจริงได้, รวมทั้งวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อความสัมพันธ์เหล่านั้นด้วย
  • ครู, พ่อแม่, และผู้ปกครองต้องสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเพื่อนและครอบครัวตลอดจนพัฒนาการทางสังคม, สุขภาพ,และพัฒนาการทางสติปัญญา, ความคิด,ความยืดหยุ่นทางความคิด และการร่วมมือร่วมใจกันทำงาน, (สิ่งเหล่านี้เป็นคุณภาพที่เรียนรู้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่มีมาแต่กำเนิด) ดังนั้นเด็ก ๆ จึงต้องได้รับการสอนให้เผชิญกับความยากลำบากในชีวิตและพยายามเอาชนะความยากลำบากเหล่านั้น...ครู และผู้ปกครองต้องหนุนนำ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก สังเกตเห็นความจริง,ความงามตามธรรมชาติ,และความหมายของชีวิตทีได้เกิดมาเป็นคน..

จึงขอสรุปในตอนท้ายนี้ว่า การสอนแบบองค์รวม Holistic learning, คือการบูรณาการ Integrated องค์ความรู้ต่างๆเข้ากับ วิชาหลักที่ครูสอนหรือพูดตามภาษาชาวบ้านก็ได้ว่า คือการผสมผสานสรรพวิชาต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็น วิชาชีวิต School of life” สำหรับใช้ในชีวิตจริง และอนาคต หรือถ้าจะเอาอย่างเข้มข้น เป็นวิทยาศาสตร์จ๋า ก็เป็น สะเต็มศึกษา STEM Education ก็ทำนองเดียวกัน นั่นแหละครับ

 

สุทัศน์ เอกา

ที่มา ; เพจ สุทัศน์ เอกา

ความเห็นของผู้ชม