ค้นหา

คุรุสภายันประกาศผลสอบตั๋วครู ก่อนปิดรับสมัครครูผู้ช่วย 31มี.ค.

คุรุสภาประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2564 จำนวน 32 วิชา

ดร.ดิศกุล  เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่คุรุสภาได้กำหนดให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2564 ระหว่างวันที่ 20 – 21 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

บัดนี้ คณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุม ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม 2564 และคณะกรรมการคุรุสภา ในการประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564 ด้มีมติรับรองและเห็นชอบผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2564 เรียนบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินฯ ดังกล่าว จำนวน 32 วิชา

ทั้งนี้ ผลการทดสอบและประเมินที่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละวิชาจะขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ภายใน 3 ปีนับตั้งแต่วันที่ประกาศผล หากเกินกำหนด ถือว่าผลการทดสอบและประเมินนั้นสิ้นสุดลง และต้องเข้าทดสอบและประเมินใหม่

นอกจากนี้ หากปรากฏภายหลังว่า ผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินฯ ผู้ใด เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. 2563หรือผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครูไม่ถูกต้อง คณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุรุสภา สามารถยกเลิกผลการทดสอบและประเมินฯ ของผู้นั้นได้การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการคุรุสภาถือเป็นที่สิ้นสุด

คลิกตรวจสอบรายชื่อที่แบรนเนอร

 

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากกรณีที่สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย(ส.ค.ท.) ได้ยื่นหนังสือขอให้คุรุสภาช่วยประสานสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ.เร่งประกาศผลการทดสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้เร็วขึ้น พร้อมประสานมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ขอผลการประเมินสมรรถนะและรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา ให้ได้ก่อนวันที่ 31 มีนาคม เพื่อให้ครูอัตราจ้างสามารถสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคมนี้ นั้น

ที่ผ่านมาทางคุรุสภาได้ประสานไปยัง สทศ.เรียบร้อยแล้ว  ซึ่ง สทศ.ยืนยันสามารถตรวจข้อสอบได้เร็วกว่ากำหนด และจะส่งข้อมูลให้คุรุสภาในวันที่ 22 มีนาคม

นายดิศกุล กล่าวต่อไปว่า คุรุสภายังได้ประสานสถาบันผลิตครู ที่จัดการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ปริญญาโท และปริญญาเอกทางวิชาชีพครูที่คุรุสภารับรอง ปีการศึกษา 2562 ดำเนินการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนของนิสิตนักศึกษา ในหลักสูตร เพื่อขอให้ส่งผลการประเมินและรายงานผลต่อเลขาธิการคุรุสภา ภายในวันที่ 15 มี.ค. 2564

จากนั้นจะนำผลการทดสอบและผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุมครั้งที่ 4/2564   ในวันที่ 23 มี.ค. 2564 เพื่อพิจารณารับรองผลการทดสอบฯ และผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูพร้อมทั้งพิจารณากรณีผู้มีสิทธิสอบที่ปฏิบัติฝ่าฝืนประกาศสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง ระบบ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขการลงทะเบียน บันทึกข้อมูล และสมัครเข้ารับการทดสอบและประเมินสมรรถนะ ทางวิชาชีพครู ฯ ว่าจะมีมาตรการลงโทษอย่างไรด้วย ก่อนที่จะนำผลการรับรองทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ในวันที่ 26 มีนาคม 2564 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการรับรองผลการทดสอบฯ และผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูต่อไป

ดังนั้นขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะสมัครสอบครูผู้ช่วยไม่ทัน เพราะคุรุสภาได้เตรียมประกาศผลการทดสอบฯ และผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูให้เร็วกว่ากำหนดการเดิมแน่นอน    เพื่อไม่ให้ผู้ผ่านการทดสอบเสียโอกาสในการสมัครสอบ

สิ่งที่คุรุสภากังวลและขอให้ผู้เข้าสอบเข้าใจให้ตรงกันเรื่องการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในส่วนการสอบวิชาเอก ที่ผู้เข้าสอบจะต้องสอบวิชาเอกที่ตรงกับวิชาที่ปฎิบัติการสอน เพราะถ้าไม่ตรงก็จะถือว่าการสอบวิชาเอกนั้นเป็นโมฆะ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เข้าสอบหมดสิทธิที่จะขอรับใบอนุญาตฯ และจะต้องมาสอบวิชาเอกใหม่ อย่างไรก็ตามระหว่างที่รอการประกาศผลการทดสอบฝากนิสิตนักศึกษาที่เข้ารับ การทดสอบฯ ได้เตรียมความพร้อมด้วยการสมัครสมาชิกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (KSP Self-Service) ทางเว็บไซต์ของคุรุสภา www.ksp.or.th สามารถยื่นคำขอออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ให้แล้วเสร็จ  ภายในวันที่ 26 มีนาคม 2564 เพื่อสามารถใช้ได้ทันในการสมัครสอบสำหรับขั้นตอนการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ กรณีสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรอง มีดังนี้ ผู้สําเร็จการศึกษาฯ ให้ตรวจสอบรายชื่อ  ผ่านทางมหาวิทยาลัย/สถาบันที่สําเร็จการศึกษา เพื่อขอรับเลขที่ส่งข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษา ส่วนกรณีผู้สําเร็จการศึกษาที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จะต้องผ่านการทดสอบ 5 วิชา และประเมินสมรรถนะตามที่  คุรุสภากําหนด

จากนั้นให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตฯ ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง ทางเว็บไซต์ https://selfservice.ksp.or.th ให้เลือกหัวข้อ ขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตครู KSP Bundit”นายดิศกุล กล่าว

นายดิศกุล กล่าวและขอย้ำเกี่ยวกับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ที่หลายคน อาจจะยังไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 โดยคุรุสภาได้กำหนดเป็นเงื่อนไขในการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพว่า ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้องผ่าน การทดสอบตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และออกประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. 2563 ที่กำหนดดำเนินการครั้งแรกกับผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรผลิตครูทุกระดับและทุกหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป เพื่อจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการทางการศึกษา และสังคมได้ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีจิตวิญญาณความเป็นครูตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่คุรุสภากำหนด ซึ่งได้มีการจัดทดสอบครั้งแรกไปแล้ว

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 มีนาคม 2564

ข่าวเกี่ยวกัน

ครู อัตราจ้างนับหมื่นลุ้นได้สิทธิสอบครู ผช.-สพฐ.ยันไม่เลื่อนปฏิทิน สทศ.เร่งประกาศผล-คาดสรุป 26 มี.ค.

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ออกมาร้องเรียนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาประสานสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เร่งประกาศผลการทดสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้ทราบก่อนวันที่ 31 มีนาคม และขอให้คุรุสภาประสานมหาวิทยาลัยต้นสังกัด เพื่อขอผลการประเมินสมรรถนะและรายชื่อของผู้สำเร็จการศึกษาโดยเร็ว เพื่อให้ครูอัตราจ้างสามารถสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ได้ทันนั้น หากจะให้ สพฐ.ขยายเวลารับสมัคร เพื่อคนกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่ได้ เพราะอาจถูกท้วงติงโดยกลุ่มที่มีคุณสมบัติอยู่แล้ว อีกทั้งกำหนดเวลารับสมัครและสอบดังกล่าว เพื่อให้สามารถบรรจุครู เข้าไปสอนในโรงเรียนต่างๆ ได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยกำหนดปฏิทินสอบดังนี้ สมัคร 24-30 มีนาคม สอบข้อเขียน ภาค ก, ภาค ข 24 เมษายน สอบภาค ค สอบสัมภาษณ์ 25 เมษายน ประกาศผลการคัดเลือก 30 เมษายน

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับทางคุรุสภาจะสามารถประกาศผลก่อนได้หรือไม่ เพราะถ้าจะให้ สพฐ.ขยายวันรับสมัคร อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทั้งระบบ และอาจกระทบทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ทันเปิดภาคเรียนนี้ ทั้งนี้เราประสบปัญหาขาดแคลนครูอยู่แล้ว

ด้านนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาได้ประสานกับ สทศ.แล้ว ซึ่ง สทศ.ได้ตอบกลับมาว่าสามารถเร่งเวลาตรวจข้อสอบให้ได้ และจะส่งผลการสอบให้คุรุสภาภายในวันที่ 22 มีนาคม โดยคุรุสภาจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูพิจารณาในวันที่ 23 มีนาคม เพื่อให้คณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบฯ ดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ก่อนประกาศให้ผู้ที่รอสมัครสอบครูผู้ช่วยรับทราบต่อไป

นายวีรบูล เสมาทอง ประธาน ส.ค.ท. กล่าวว่า ส.ค.ท.เข้าใจถึงสาเหตุที่ สพฐ.ไม่สามารถเลื่อนระยะเวลาเปิดรับสมัครสอบได้ แต่หวังว่าคุรุสภาและ สทศ.จะเร่งประกาศคะแนน เพื่อให้ครูอัตราจ้างสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ทันภายในวันที่ 30 มีนาคม เพราะหากประกาศผลไม่ทัน ก็อาจทำให้ครูอัตราจ้างหลายหมื่นคนเสียสิทธิ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

 

ความเห็นของผู้ชม