ค้นหา

รู้จัก Cognitive flexibility ทักษะเพื่อโลกยุคใหม่

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบัน ทำความรู้จัก "Cognitive flexibility" ทักษะเพื่อโลกยุคใหม่ ที่จะพัฒนาไปตามประสบการณ์ในการใช้ชีวิต แล้วทักษะนี้สำคัญกับเราอย่างไร

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) มองความท้าทายของโลกยุคใหม่ต้องปรับกลยุทธ์การศึกษา เพิ่มทักษะผู้เรียน Cognitive flexibility” หาโอกาสและปรับความคิดตามสภาพแวดล้อมใหม่ ผลักดันศักยภาพคณาจารย์ CMMU รับโจทย์ภาคธุรกิจช่วยเปิดโลกนักศึกษา

3 ปัจจัยโลกสะเทือน กับทักษะใหม่ที่ต้องปรับตาม

รศ.ดร.วิชิตา กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงระดับมหภาคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

อย่างแรกคือ โครงสร้างทางอำนาจในโลกกำลังเปลี่ยนไป เอเชียเริ่มก้าวเข้าตามทันอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งจำนวนประชากรที่มีกำลังซื้อมหาศาลและการลงทุนทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ทรัพยากรทั้งหลายกำลังหลั่งไหลเข้ามาในเอเชีย

ข้อถัดมาคือ ประชากรบนโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกว่า 60% ของประชากรอาศัยอยู่ในเมืองหลวงประกอบด้วยสองเจเนอเรชั่นที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ คนที่อยู่ในสังคมสูงวัย (Aging Societyและ คนที่ชอบใช้ชีวิตในสังคมออนไลน์ (Generation Z

ตามมาด้วยข้อที่สามคือ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาท ทำให้โลกออนไลน์กับโลกความเป็นจริงแทบแยกออกจากกันไม่ได้ ดังนั้น เมื่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การทำธุรกิจก็ต้องใช้กลยุทธ์ใหม่ และการเรียนรู้เพื่อสร้างธุรกิจใน Business School ก็เปลี่ยนไป

รศ.ดร.วิชิตา กล่าวว่าที่ CMMU ก็มีการเปลี่ยนแปลง เพราะผลกระทบที่เกิดกับธุรกิจทำให้เกิดทักษะใหม่ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ทักษะการรู้คิด (Cognitive Skillsหมายถึง ความสามารถในคิดและการเรียนรู้ เช่น จากการรับรู้ ความจำ ความสนใจ ทักษะนี้จะพัฒนาไปตามประสบการณ์ในการใช้ชีวิต แต่ในโลกใบใหม่นี้ ทักษะนี้เป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มเติม Cognitive Flexibility หรือ ทักษะในการหาโอกาสและปรับเปลี่ยนความคิดไปตามบริบทหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วจะตามมาด้วยทักษะ Self Management การเข้าใจสถานการณ์ เข้าใจตัวเอง และปรับตัวเองตามได้

กลยุทธ์ Inside Out – Outside In เพื่อการศึกษาใหม่

สถาบันการศึกษาจึงมีส่วนสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปให้ผู้เรียนได้ปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ ต่างจากในอดีตที่มักที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการศึกษาไทยไม่ตอบโจทย์นายจ้างหรือไม่เท่าทันโลกภายนอก ผ่านกลยุทธ์ 2 ขา ได้แก่

Inside Out สร้างบรรยากาศภายในวิทยาลัยให้มีความหลากหลาย เนื่องจากมีอาจารย์และนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติ แต่ละคนมีเส้นทางการเรียน (Learning Journeyไม่เหมือนกัน หน้าที่ของสถาบันการศึกษาคือ สร้างการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Customizationให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนและไปถึงปลายทางได้ตามต้องการ

 Outside In คือเราอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกันมองจากมุมมองคนภายนอกหรือ Stakeholder โดยเฉพาะผู้เรียนว่ามีศักยภาพขนาดไหน รับฟังก่อนว่าต้องการอะไร และเสริมด้วยพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศมาร่วมกับมอบประสบกาณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่

การศึกษาใหม่ไม่ใช่การเรียนออนไลน์ โควิด-19 เป็นเพียงตัวเร่งในการขึ้นมาอยู่บนออนไลน์ แต่ทาง CMMU ได้มีการเตรียมพร้อมมานานแล้ว เปลี่ยนตั้งแต่ประมวลรายวิชา กิจกรรมในคลาส และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เอื้อต่อประสบการณ์การเรียนมากที่สุด แท้จริงแล้วการเรียนออนไลน์ถือเป็นโอกาสใหม่ที่เพิ่มช่องทางให้กับผู้เรียน และยังสามารถปรับให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคนได้

3 ส่วนผสม สร้าง คณาจารย์ที่ให้มากกว่าในห้องเรียน

รศ.ดร.วิชิตา กล่าวถึงสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ผสมผสาน 3 ส่วนได้เป็นอย่างดี ได้แก่ การเรียนการสอน (Education) การทำวิจัย (Research) และ บริการทางวิชาการ (Academic Service) โดยอาจารย์ใน CMMU จะมีโอกาสได้พัฒนาตนเองอยู่เสมอตามความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล อาจารย์จะได้สอนนักศึกษาในวิทยาลัย ทำวิจัยของตนเอง และนำองค์ความรู้ไปอบรมให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจภายนอก ไม่เพียงเท่านั้น เมื่ออาจารย์ได้รับโจทย์ใหม่ ๆ จากภาคธุรกิจ จะนำมาเป็นบทเรียนให้กับผู้เรียน และนำมาทำวิจัยต่อยอด ซึ่งให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ช่วยวิจัยได้

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

ความเห็นของผู้ชม