การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

             เริ่มเมื่อ คสช. เข้ามาบริหารประเทศฯ ตั้งแต่ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เมื่อสองปีที่แล้ว การยกระดับการศึกษา ถูกกำหนดเป็นเจตนารมณ์ประการหนึ่งในการเข้ามาบริหารประเทศฯ เห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เมื่อกำหนดกรอบที่ชัดเจนในการปฏิรูปประเทศ โดย "การศึกษา" เป็นหนึ่งในสิบเอ็ดเรื่องที่ต้องมีการปฏิรูปฯ และกำหนดองค์คณะที่เป็นกลไกในการปฏิรูปประเทศฯ ซึ่งได้ยินบ่อยว่า "แม่น้ำห้าสาย"

                ต่อมา...เมื่อเกิดคณะรัฐมนตรีซึ่งก็คือรัฐบาล โดยการนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” อันมีภารกิจหลักสามอย่างที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำ ได้แก่ หนึ่งการปฏิรูปประเทศ สองการสร้างความสามัคคีปรองดอง และสามการบริหารราชการแผ่น ซึ่งทั้งสามภารกิจล้วนมีความสำคัญ และต้องทำควบคู่กันไป ให้แล้วเสร็จภายในเงื่อนไขเวลาสิ้นสุดเอาไว้ตามโรดแมป ซึ่งกำหนดคร่าว ๆ ว่า ประมาณเดือน กรกฏาคม ปี พ.ศ. 2560 

                ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษา ภายใต้กรอบการปฏิรูปประเทศทั้งสิบเอ็ดด้านนั้นก็ว่าไป มีกลไกดำเนินการอยู่แล้ว แต่ที่จะกล่าวถึงในข้อเขียนนี้ คือ การจัดการศึกษาที่เป็นภารกิจในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่คณะรัฐมนตรีท่านได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินไว้สิบเอ็ดด้าน "การศึกษา"จัดเป็นหนึ่ง โดยระบุไว้ที่นโยบายข้อสี่ "การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม"

               นโยบายการศึกษาของรัฐบาลที่ระบุไว้ในข้อสี่ฯ ประกอบด้วย การจัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ การปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษา การให้องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา การพัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมอาชีวศึกษาและการศึกษาระดับวิทยาลัยชุมชน การพัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพ ที่เหลือจะเป็นเรื่องของศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการสร้างค่านิยม รวมนโยบายด้านการศึกษาแล้ว มีถึงสิบประการ

               นโยบายจะบังเกิดผล ต้องมีการนำไปสู่การปฏิบัติ คือ มีผู้ปฏิบัติและมีเครื่องมือนำสู่ปฏิบัติ ในส่วนของผู้ปฏิบัติ คือ ส่วนราชการ นั้น ๆ ถ้า "ด้านการศึกษา" ก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนเครื่องมือการนำไปสู่การปฏิบัติในระยะสองสามปีนั้นจะมีลักษระเป็นแผน กลยุทธ์ฯ หากเป็นภาวะปกติ "แผนบริหารราชการแผ่นดินสี่ปี" จะเป็นแผนกลยุทธ์หลัก แต่รัฐบาลปัจจุบันท่านให้ใช้ "แผนปฏิบัติการของส่วนราชการนั้น ๆ " เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสู่ปฏิบัติ

               จึงเป็นภารกิจโดยตรง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องมาคลี่นโยบายของรัฐบาล วิเคราะห์สังเคราะห์ออกมาเป็นแนวทางในการทำงาน ซึ่งเราท่านเข้าใจตรงกันว่าคือ “นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการ อันจะนำไปสู่การจัดทำเครื่องมือในการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรอบทิศทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของส่วนราชการ เช่น สพฐ. สกอ. สอศ. หรือส่วนราชการอื่น เพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายนโยบายรัฐบาลอย่างเป็น รูปธรรม

               เอาละ มาถึงตรงนี้หากตั้งคำถามชวนวิเคราะห์ พอจะมีได้ คือ

               คำถาม ; ข้อใดมิใช่นโยบายเชิงกลยุทธ์ทางการศึกษาของรัฐบาล

                ก. การปฏิรูปสำคัญคือการปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียน

                ข. ศาสตร์พระราชาทุกเรื่องมีประโยชน์อนันต์

                ค. ยกระดับคุณภาพเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา

                ง. ICT เป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างประสิทธิภาพการศึกษา

 

สาระสำคัญที่ควรนำมาวิเคราะห์

             ข่าวความว่า " ...........พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ได้กล่าวถึง กรอบแนวคิดในการทำงาน นโยบายเชิงกลยุทธ์ และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งก็เป็นแนวทางหลักในการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านต่อจากนั้นมา ไว้ดังนี้ 

 

กรอบแนวคิดในการกำหนดนโยบาย

         1. การน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวกับการ ปฏิรูปการศึกษา มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ดังนี้
              1) ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู
              2) ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจกับเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า
              3) ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี
         2. แนวนโยบายของนายกรัฐมนตรี  (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

 

นโยบายเชิงกลยุทธ์

       1. วิสัยทัศน์ ; ยกระดับคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง ผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการและรองรับการพัฒนาประเทศ

       2. ยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ; ยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย 10 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

           1) ผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการและรองรับการพัฒนาประเทศ
           2) หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
           3) ระบบงบประมาณและทรัพยากรเพื่อการศึกษา
           4) ระบบตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษา
           5) ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
           6) พัฒนาระบบการผลิต การสรรหา และการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
           7) ระบบการบริหารจัดการ
           8) สร้างโอกาสทางการศึกษา
           9) พัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
         10) การวิจัยเพื่อพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
         ซึ่งแต่ละยุทธศาสตร์ จะมีรายละเอียดของเป้าประสงค์ ผลลัพธ์ที่ต้องการ วิธีดำเนินงาน

        3. จุดเน้น ประกอบไปด้วย 6 ยุทธศาสตร์
             1) หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
             2) การผลิตและพัฒนาครู
             3) การทดสอบ การประเมิน การประกันคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา
             4) ผลิต พัฒนากำลังคนและงานวิจัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศ
             5) ICT เพื่อการศึกษา
             6) การบริหารจัดการ
             ซี่งแต่ละจุดเน้นจะมีรายละเอียดของค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ชัดเจน

 

การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

      1) การสื่อสารนโยบาย ; เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจในการนำยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการไปสู่ การปฏิบัติ จึงได้ทำเป็นแผนที่ความคิด (Mind Map) ในการดำเนินงานและการขับเคลื่อนนโยบาย โดยให้แต่ละหน่วยงาน ส่วนราชการวิเคราะห์การดำเนินงานเป็นขั้นตอน ได้แก่ การมองเห็นสภาพปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การหาวิธีการแก้ปัญหา และการจัดทำแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม ได้อย่างแท้จริง

     2) การขับเคลื่อนและการกำกับงานของกระทรวงศึกษาธิการ

      2.1) มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย

      2.2) แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐมนตรี (ศปข. ศธ.) ประกอบด้วย
            - คณะกรรมการอำนวยการ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ และมีผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ/เลขาธิการศูนย์ฯ
            - คณะกรรมการที่ปรึกษา มีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ และกำหนดผู้ที่เป็นกรรมการและเลขานุการ
            - คณะกรรมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายฯ มีเลขาธิการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนงาน ตามนโยบายของรัฐมนตรี (เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) เป็นประธานกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

         อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้ท่านรัฐมนตรีฯ ไม่ได้กล่าวถึงการประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายฯ แต่เมื่อดูในรายละเอียดของนโยบายมีการกำหนดกิจกรรมและตัวชี้วัดการดำเนินงาน กำหนดกลไกการขับเคลื่อนและการกำกับงานของกระทรวงศึกษาธิการ ก็เชื่อจะเป็นบทบาทหลักของคณะทำงานชุดนี้ อันจะนำมาซึ่งผลปฏิบัติงานในภาพรวมที่เป็นเชิงนโยบาย ที่ต้องเก็บไปเป็นข้อมูลประกอบเมื่อครวแถลงผลงานนโยบายฯรัฐบาล

         แต่หลัก ๆ แล้ว นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ จะสำเร็จได้ อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ เช่น หากเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน หน่วยงานหลักที่จะทำให้การศึกษาบรรลุผลตามนโยบาย คือ สถานศึกษา โดยมีเขตพื้นที่การศึกษา สพฐ. สนับสนุน และส่งต่อนโยบาย

         ผมเข้าใจว่า...เป้าหมายแท้ ๆ ของการการจัดการศึกษา คือ คุณภาพผู้เรียน คุณภาพที่ว่าอยู่ที่ห้องเรียน คุณภาพจำต้องเกิดที่ห้องเรียน ดังนั้น คุณครูคือหนึ่ง ผู้บริหารโรงเรียนคือสอง เป็น candidate ที่ผมกด 1,000ไลด์ ให้ครับ ช่วยกันนะครับ ปฏิรูปการศึกษาจึงจะบรรลุผล....."......

 

การวิเคราะห์

         จากข่าวซึ่งมีสาระเชิงวิชาการ ประกอบกับหลักการวางแผนเชิงกลยุทธ์แล้ว นโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ของรัฐมนตรีหรือแม้แต่ กระทรวง กรม หากได้จัดทำขึ้นมาเป็นแนวนโยบายนั้นเรียกได้ว่าเป็น "กระบวนการวางแผนกลยุทธ์" ซึ่งจะมีการกำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ เป้าหมายรวมถึงตัวชรี้วัด ซึ่งการกำหนดแนวทางการทำงานก็ต้องมีหลักการหลักคิด จากข่าวหลักการหลักคิดที่นำมากำหนดแนวนโยบายยุทธศาสตร์คือ ศาสตร์พระราชาและนโยบายข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี จากนั้นหน่วยปฏิบัติจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติด้วยการทำแผนปฏิบัติการที่มีโครงการกิจกรรม แนวทางการติดตาม การปรับปรุงแผน ลักษระนี้อยู่ในกระบวนการ"นำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ" ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนการบริหารเชิงกลยุทธ์ จากที่กล่าวมาพอจะชี้ให้เห็นได้ว่า คำตอบ  ก. การปฏิรูปสำคัญคือการปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียน   ค. ยกระดับคุณภาพเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา หรือ ง. ICT เป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างประสิทธิภาพการศึกษา ล้วนเป็นคำสำคัญของการกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์  ส่วน ข. ศาสตร์พระราชาทุกเรื่องมีประโยชน์อนันต์ ตรงนี้มิใช่นโยบาย กลยุทธ์ หรือแนวทางของรัฐบาล แต่เป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย ทิศทางการทำงานของรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง

 

คำตอบ

        ดังนั้น ตัวเลือก ข. ศาสตร์พระราชาทุกเรื่องมีประโยชน์อนันต์ (ถูก) จึงมิใช่นโยบายเชิงกลยุทธ์ทางการศึกษาของรัฐบาล

 

บวร    เทศารินทร์

สอบครู

 

ข้อมูลอ้างอิง

ความเห็นของผู้ชม