ค้นหา

๒๐ ทักษะที่จำเป็นสำหรับครูยุค ๔.๐

บทความนี้ผู้เขียนได้แปล และเรียบเรียงจากบทความเรื่อง “20 Essential Skills and Qualities Every Teacher Needs” สาระสำคัญ ดังจะนำเสนอต่อไปนี้ 

ครูต้องมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตของนักเรียน ครูควรพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้มีการศึกษาที่ดี เป็นนักเรียนที่น่านับถือ ครูสามารถช่วยเหลือนักเรียนไม่เพียงแต่สอนให้นักเรียนเจริญเติบโตด้านความรู้เท่านั้น แต่ครูต้องช่วยให้นักเรียนปรับปรุงด้านส่วนตัวของนักเรียนด้วย เช่น ความประพฤติ การแต่งกาย และกริยามารยาท เป็นต้น ที่สำคัญก็คือ ครูที่มีประสิทธิภาพนั้น ต้องเป็นครูที่มีทักษะทางอาชีพที่หลากหลาย

๒๐ ทักษะที่จำเป็นสำหรับครูยุค  ๔.๐ มีดังต่อไปนี้ 

๑. Enthusiasm ; ครูที่ยิ่งใหญ่ คือครูที่กระตือรือร้นในงานที่ทำและในบทเรียนที่สอน อีกอย่างหนึ่งคือครูต้องส่งเสริมให้นักเรียนมีอารมณ์ร่วมในการเรียน ประการสุดท้ายครูควรรื่นเริงและสนุก 

๒. Leadership : ครูที่มีประสิทธิภาพ  ต้องมีความสามารถนำและเสนอแนวทางแก่นักเรียนในห้องเรียน บริหารจัดการนักเรียนที่มีความแตกต่างทางบุคลิกภาพ ตลอดจนช่วยควบคุมนักเรียน ที่มีความบกพร่องด้านคุณธรรม และครูควรนำทางนักเรียนให้ประพฤติไปในแนวทางที่ดี และสุดท้ายครูต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีกับนักเรียน 

๓. Organisation ; มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ครูต้องตัดสินใจว่างานใดมีความสำคัญก่อนหลัง การบันทึกการสอนควรระบุกิจกรรมอะไรบ้าง และมีการสอบให้คะแนนอย่างไร นอกจากนั้นครูต้องทำงานอย่างอื่น ให้เกิดความสมบูรณ์ในหน้าที่ และเสร็จตามเวลาที่กำหนด 

๔. Respectful ; ครูที่ดีต้องเป็นที่น่าเคารพนับถือของเด็ก ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยเมื่อพวกเขาแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน และครูควรสอนเด็กให้เป็นผู้ฟังที่ดี เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น อย่างไรก็ตามนักการศึกษาเห็นว่าครูต้องสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้เด็กอีกด้วย 

๕. Multitasking ; ครูต้องทำงานได้หลายด้าน ครูไม่เพียงแต่สอนตามหลักสูตร หรือเป็นผู้สอบให้คะแนนเท่านั้น ครูต้องทำงานให้ได้หลายด้าน ครูที่ดีต้องมีตารอบตัว คือตรวจตราพฤติกรรมของเด็ก และให้ความสนใจเด็กขณะที่สอนในห้องเรียน เมื่อการสอบครั้งๆ หนึ่งเสร็จลงแล้ว ครูต้องเตรียมการสอนล่วงหน้าทุกสัปดาห์ ในขณะเดียวกันก็ต้องออกข้อสอบและให้คะแนน ตลอดจนมอบหมายการบ้านให้นักเรียนทำ 

๖. Teamwork ; ครูที่มีความสามารถต้องทำงานเป็นทีม  และทำให้นักเรียนรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ส่งเสริมให้นักเรียนมีประสบการณ์ในการทำงานเป็นทีม และครูควรสอนให้นักเรียนแก้ปัญหาเป็น และครูต้องสร้างสรรค์แผนงานต่างๆ ในการสอนให้เกิดขึ้น 

๗. Ability to Teach ; ครูมีความสามารถและทักษะในการสอน  มีแบบการสอนของตนเอง และสาธิตการสอนให้เด็กเห็นให้ดูของจริง การสอนต้องอธิบาย Concept ให้นักเรียนเข้าใจอย่างชัดเจน โดยวิธีการง่าย ๆ มีการยกตัวอย่าง มีอุปกรณ์การสอนแสดงให้นักเรียนดู 

๘. Communication ; ครูต้องมีความสามารถติดต่อสื่อสารอย่างโดดเด่น (remarkable) สามารถติดต่อปะทะสัมพันธ์กับประชาชนทุกอายุ รวมถึง ยังต้องติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน นักเรียนและผู้บริหารอื่นๆ 

๙. Adaptability; การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นกุญแจสำคัญของครู กล่าวคือครูไม่อาจรู้ว่าสถานการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างในชั้นเรียน เช่น นักเรียนเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บอย่างกะทันหัน ครูต้องรีบแก้ปัญหาดังกล่วอย่างรวดเร็ว เช่น แจ้งไปยังหน่วยกู้ภัย หรือพาเด็กไปส่งที่โรงพยาบาล เป็นต้น 

๑๐. Interpersonal Skills ; ครูที่เป็นมิตรกับนักเรียน จะต้องมีบุคลิกภาพที่น่ารัก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เอาใจใส่และเห็นอกเห็นใจนักเรียน ที่สำคัญควรดูแลใส่ใจเป็นพิเศษแก่นักเรียนที่พิการ และด้อยความสามารถ 

๑๑. Creativity ; ครูต้องสร้างสรรค์ให้นักเรียนสนใจและพัวพัน (engaged) กับนักเรียน โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษา หาทางหลายด้านเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสนใจของนักเรียนในขณะที่อยู่ในชั้นเรียน ครูมีวิธีการสอนหลากหลายวิธี เช่น บทบาทสมมุติ หรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดความสนุก 

๑๒. Self-Evaluation ; ครูจะต้องประเมินตนเอง เพื่อเป็นการพัฒนาวิชาชีพและเพื่อส่งเสริมคุณภาพของการศึกษา และสร้างตนเองให้เป็นคนใหม่ ทันสมัย และพึงจำไว้ว่า สิ่งใดที่ทำผิดพลาดมาในอดีต ต้องนำมาปรับปรุงตนเองและประเมินตนเอง ที่สำคัญต้องปรับปรุงชั้นเรียนที่ตนสอนอยู่อย่างสม่ำเสมอ 

๑๓. Patience ; ครูต้องมีความอดทน  เป็นกุญแจในการทำงานที่สำคัญร่วมกับเด็กและวัยรุ่น การที่จะทำให้เด็กและวัยรุ่นทุกคนมีความประพฤติดี หรือมีพฤติกรรมที่ดีนั้น ถ้าหากนักเรียนยังไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสอน ครูต้องหาทางหลายๆ ด้าน มาอธิบายในสิ่งนั้น ๆ ให้นักเรียนได้เข้าใจ 

๑๔. Emotional Intelligence ; ครูต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ สามารถควบคุมความโกรธและอารมณ์เสียของตนเองให้ได้ทุกขณะ ทุกโอกาส ถ้าหากครูไม่สามารถควบคุมความโกรธและอารมณ์ได้แล้ว ครูต้องประสบกับความเสียหายกับตนเอง 

๑๕. Empathy ; ครูที่เห็นอกเห็นใจนักเรียน  จะทำให้นักเรียนเรียนรู้ในการควบคุมอารมณ์ด้วย นักเรียนจะมีความสงสารผู้อื่น ครูต้องสร้างสุขอนามัยด้านทักษะทางอารมณ์ทางสังคม(healthy social-emotional skills) ของนักเรียนอีกด้วย การเรียนในชั้นเรียนจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากการเรียนร็แบบชุมชนห้องเรียน(classroom community) คือห้องเรียนที่จัดสภาพแวดล้อมแบบเฉพาะตัว สำหรับเด็กให้ได้รับประสบการณ์จากความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนักเรียนด้วยกันเอง นักเรียนสร้างสรรค์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของตนเองให้เกิดขึ้น  ชุมชนห้องเรียนที่แข็งแรงนั้น ประกอบด้วย การเรียนของนักเรียนที่ได้รับการมอบอำนาจจากครู นักเรียนกำหนดค่านิยมร่วมกัน และท้ายที่สุดนักเรียนจะมีความเติบโตในทุกๆ ด้าน 

๑๖. Critical Thinking ; ครูต้องเป็นผู้แก้ปัญหาที่หลากหลายได้  ปัญหาที่มักเกิดกับนักเรียนบ่อยๆ ได้แก่ ปัญหาความขัดแย้ง ครูต้องตอบปัญหาที่เป็นจุดด่างพร้อยของนักเรียนให้ได้ ที่สำคัญครูต้องสร้างบทเรียนใหม่ ๆ ให้แก่นักเรียน สอนการเล่นเกมส์ และต้องสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดกับนักเรียน 

๑๗.Confidence ; ครูต้องมีความมั่นใจ จะไม่สามารถเป็นครูที่ดีได้หากครูไม่มีความมั่นใจในตนเอง การที่จะยืนหน้าห้องได้อย่างสง่าผ่าเผยนั้น ครูต้องมีบุคลิกภาพที่เข็มแข็ง ตอบคำถามนักเรียนได้ และต้องใส่ใจที่จะทำให้ตนเองเกิดความมั่นใจในขณะสอนในชั้นเรียน 

๑๘.Commitment ; ครูต้องมีความมุ่งมั่น ถ้าต้องการเป็นครูที่ดี ท่านต้องรับผิดชอบในงานการสอน และงานดูแลชั้นเรียน ที่สำคัญครูต้องสอนนักเรียนเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น 

๑๙. A Sense of Humour ; ครูต้องมีอารมณ์ขัน ครูจะมีอารมณ์ขันหรือไม่นั้นขึ้นกับทักษะของแต่ละบุคคล ถ้าหากครูมีอารมณ์ขันด้วยแล้วก็จะเกิดประโยชน์แก่นักเรียน ครูที่หัวเราะและทำให้บทเรียนสนุกสนาน นักเรียนจะมีความสุข และพวกเขาพร้อมเปิดใจที่จะเรียน 

๒๐. Approachableness ; ครูเป็นผู้ที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับครู จะทำให้นักเรียนต้องการที่จะถามครู และต้องการพูดคุยกับครูเมื่อพวกเขามีปัญหา ซึ่งโดยปกติแล้วนักเรียนมักกลัวครู และคิดว่าสิ่งที่พวกเขาถามหรือคุยกับครูนั้นเป็นสิ่งผิด 

ดร.ดำรงค์ ชลสุข ผู้เขียน 

ที่มา ; คอลัมน์มติชนมิตครู

ความเห็นของผู้ชม