ค้นหา

การพัฒนาสมองสู่ความเป็นอัจฉริยะ (Article : Genius formation) ตอน 6

เรียนรู้จากอัจฉริยะสู่ความเป็นอัจฉริยะ

        การเรียนรู้โดยวิธีลัดสั้นสุดจากความจริงทางธรรมชาติเผยให้เห็นความฉลาดที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความโง่ หรือเกิดมาจากความโง่ความไม่รู้ ดังนั้นคนทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน มีสมองที่ไม่รู้ แล้วเริ่มเรียนเพื่อความรู้ มุ่งสู่ความฉลาด ทุกคนมีโอกาสฉลาดหรือเป็นอัจฉริยะได้ ขึ้นกับว่าจะได้ครูที่ดีหรืออัจฉริยะมาสอน และรู้วิธีการคิด การที่อัจฉริยบุคคลสามารถคิดวิธีการต่างๆเพื่อฝึกสมอง หาทางแก้ปัญหา พ้นทุกข์ และอัจฉริยะแท้จริงสามารถถ่ายทอดความรู้และวิธีการอย่างง่ายดาย ลัดสั้น ตรงเป้าหมาย จึงเป็นครูอัจฉริยะอย่างแท้จริง ส่วนเทคนิดการสอนหรือกรณีศึกษาที่บันทึกและถ่ายทอดมาเป็นคัมภีร์เล่มใหญ่3เล่ม เพื่อให้รู้ถึงความฉลาดของอัจฉริยะบุคคล แท้จริงสิ่งที่ท่านสอน ง่าย เร็ว และถูกต้อง เมื่อได้ศึกษาพิจารณาจนเข้าใจอย่างแท้จริง ก็จะพ้นจากความโง่ที่นำไปเกิดให้้โง่ต่อๆไป เมื่อเป็นผู้รู้แล้วก็ไม่เป็นคนโง่ เป็นคนฉลาด พ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
      มีกรณีศึกษามากมายที่แสดงถึงการนำไปสู่ความฉลาดอย่างไม่มีขอบเขต เช่น เมื่อพิจารณาสายน้ำไหล เห็นการเกิดดับของสรรพสิ่ง เลิกยึดถือหรือคิดอยาก พ้นความอยาก จากความจริง ,การนั่งฟังอธิบายพิจารณาตามความเป็นจริงที่ข้างถนนบ้าง,ป่า,บ้าน พิจารณาด้วยตนเองจนเข้าใจ เช่น คำพูดสั้นๆ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งสิ่งนั้นดับไป คนฉลาดจะเข้าใจในฉับพลัน อัจฉริยะบุคคลก็รู้ว่าลุกศิษย์พ้นจากความโง่ รู้แล้ว หรือที่เรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม คนโง่เหมือนคนตาบอดจมอยู่กับความมืด ความไม่รู้ คนฉลาดรู้แล้วเหมือนคนตาดีมองเห้น รู้ความจริง คนโง่นั่งคิดทั้งวันก็ไม่เข้าใจ ต่อเมื่อพบสภาวะความจริงดังกล่าวแล้วพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีกจึงจะเข้าใจ ไม่เกิด ก็ไม่ทุกข์ ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย จะไม่เกิด ก็ต้องเบื่อที่จะเกิด หรือไม่อยากเกิดเพื่อพบความโง่หรือความทุกข์ สลัดความอยาก ความโง่ มุ่งสู่ความฉลาดเป็นอัจฉริยะได้อย่างง่ายดาย นักบวชบางท่านเพียงฟังคำสอนดังกล่าวก็เข้าใจ และพบความฉลาดในฉับพลัน บางท่านไม่ได้ออกบวช เป็นชาวบ้านก็ฉลาดได้ เป็นเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา คนป่วย คนบ้าขาดสติ ท่านผู้เป็นอัจฉริยะสามารถสอนให้เข้าใจด้วยวิธีการต่างๆ สรุป มีสติตั้งสติ คิดพิจารณาความจริง เข้าใจ ละความอยาก ละการเกิด เลิกความทุกข์ เข้าสู่บรมสุข
        อัจฉริยะบุคคลทรงสอนคนด้วยความรัก สอนให้รอดจากความทุกข์ เป็นอัจฉริยะเช่นเดียวกับที่ท่านเป็น ซึ่งเมื่อพิจารณาสิ่งที่ท่านทำ วิธีที่ท่านคิด คำสอนที่ท่านถ่ายทอดไว้ แม้ตัวท่านจะตายไปนานแล้ว คำสอนก็ยังมีประโยชน์ตลอดกาล เมื่อมีผู้คิดเป็นและเข้าใจ

หัวใจสำคัญ คือ คิดอย่างมีเหตุผลจากความจริงทางธรรมชาติ คิดเพื่อละความอยาก และเลิกความคิดอยาก ไม่มีผู้คิด สู่ความฉลาดอัจฉริยะที่ไม่ต้องคิดอีกต่อไป เพราะรู้ความจริงทั้งมวล

        ส่วนการปฏิบัติต่างๆเพื่อคิดดี คิดถูกต้องและคิดรวดเร็ว เช่น ไม่ทำชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ มีความอดทน มีเป้าหมายเพื่อพ้นทุกข์(อัจฉริยะมนิพพาน) ไม่เบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น ไม่ว่ากล่าวร้าย ไม่ฆ่า รักษาศีล(ความเป็นปกติ)ทานอาหารพอประมาณ สำรวมในที่นั่งที่นอนอันสงบ เป็นเหตุที่นำไปสู่ความดีจึงได้รับผลดี การปฏิบัติตรงข้ามเป็นเหตุนำไปสู่ความชั่วก็จะได้รับผลชั่ว จึงเกิดความจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งเป็นความจริง เมื่อปฏิบัติดังกล่าวก็จะพ้นเรื่องเดือดร้อน มีแต่ความสงบสุข แล้วทำจิตให้บริสุทธิหรือทำจิตให้ยิ่ง คือการคิดดี ถูกต้อง ถึงความจริงดังกล่าว การทำให้เกิดสติ มีสมาธิ ด้วยวิธีการต่างๆ40วิธี แล้วใช้สมองพิจารณาความจริงจนเลิกความอยากเกิด ก็พ้นทุกข์ฉลาดเป็นอัจฉริยะอย่างง่ายดายในเวลาอันรวดเร็ว
         ท่านทั้งหลายทั้งนักบวชหรือมิใช่นักบวช เกิดมาโชคดีที่ได้รับรู้เรียนรู้คำสอนที่ง่ายและมุ่งสู่ความฉลาดได้อย่างรวดเร็ว จึงควรฝึกสมองเพื่อเป็นอัจฉริยะตามท่านผู้เป็นอัจฉริยะที่แท้จริง เป็นผู้รู้ ผู้พ้นทุกข์
        ความฉลาดไม่จำกัดเพศวัยอายุวรรณะ สามารถเป็นอัจฉริยะได้ทุกคน ด้วยความรู้และเข้าใจแบบเดียวกับอัจฉริยะบุคคลที่ท่านทรงสอนสิ่งที่ท่านทำได้จริงคิดได้จริง พ้นทุกข์จริงฉลาดจริง
หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจความจริงที่อัจฉริยะคิดและทำ เมื่ออยากฉลาดก็ต้องเรียนรู้จากคนฉลาด เพื่อความฉลาด


แนวทางของการเป็นอัจฉริยะ
       เมื่อดูตัวอย่างอัจฉริยบุคคลแล้วจะพบแนวทางที่ท่านสอนซึ่งการนำไปใช้เพื่อให้เกิดความคิดที่ดีหรือฉลาด ขึ้นกับคนแต่ละคนจะรู้จักพิจารณาหรือคิดได้หรือไม่ บางคนใช้เวลาไม่นาน บางคนใช้เวลานาน บางคนก็ไม่สามารถเข้าใจ ทั้งที่เป็นสิ่งที่ง่าย เหมือนหญ้าปากคอก ดังนั้นการจะฉลาดขึ้นหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องรู้จักคิดจนเข้าใจจึงจะพบความจริงของความฉลาดที่แท้จริง
       แนวทางฝึกนั้นไม่ตึง ไม่หย่อน ไม่เคร่งเครียด ฝึกได้ในสถานที่สะดวก ที่สบายกับแต่ละคน รู้จักฝึกคิดแก้ปัญหาจากเรื่องง่ายๆที่ตนประสบ ถึงเรื่องที่ยากที่สุด คือการพ้นทุกข์ ซึ่งเป็นเรื่องง่ายเพราะมีอัจฉริยะบุคคลสอนไว้แล้วแทบไม่ต้องคิด เพียงปฏิบัติตามก็ถึงความเป็นอัจฉริยะ
สำหรับปุถุชนที่ยังมีความอยากเกิด อยากอยู่ในโลก ก็ต้องรู้จักคิดดีเพื่ออยู่ในโลกที่ดี ไม่เดือดร้อน
      การคิดไม่ดีเป็นความโง่ การอยากเกิดมาพบทุกข์ ก็เป็นความโง่ ถ้าอยากฉลาดก็ควรคิดอย่างอัจฉริยที่แท้จริง
     ฝึกสมองได้ง่าย เร็ว ไม่เสียค่าใช้จ่าย สะดวกทุกที่ทุกเวลา ทำได้จริง ฉลาดได้จริง เป็นอัจฉริยะได้จริง


ความฉลาดในชีวิตประจำวัน
      คนมีสมองไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์ มีความฉลาดในการคิด การพูด การกระทำ สำหรับผู้ที่ยังข้องเกี่ยวเรื่องทางโลก ยังไม่คิดจะพ้นทุกข์ ต้องการใช้ความฉลาดเพื่อให้ตนประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหวังในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นจาก รู้วิธีการใช้สมองให้เต็มความสามารถ กำจัดสิ่งรบกวนภายนอก และ ภายใน อันได้แก่ ความคิดฟุ้งซ่าน,ความโกรธ,อารมณ์ความหลงรัก,ความง่วงนอน,ความลังเลสงสัย โดยการทำสมองให้ปรอดโปร่ง มีสติรู้ตัวว่าคิดเรื่องอะไร คิดดี คิดถูกต้อง คิดรวดเร็วหรือไม่ เมื่อรู้ตัวว่าเปลืองพลังงานสมองไปกับสิ่งรบกวนก็รู้จักสงบความคิดเริ่มคิดในทางที่ดี เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องเหมาะสม ผลลัพธ์มักจะดีเสมอ เวลาที่คิดด้วยสมองที่ปรอดโปร่ง และมีความมั่นใจในตนเอง โชคชะตาก็สู้สมองและสองมือที่ตนทำไม่ได้ ไม่ปล่อยให้ชีวิตผูกติดกับดวงชะตา รู้จักคิดลิขิตชีวิตตนเอง สรรพสิ่งไม่เคยหยุดนิ่ง แม้แต่ต้นไม้ก้อนหินล้วนเคลื่อนที่ทุกเวลา เพราะว่าโลกหมุนตลอดเวลา ความคิดก็เช่นเดียวกันไม่เคยหยุด ดังนั้นควรเข้าใจความคิด และควบคุมให้คิดสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ ก็จะเกิดความฉลาดซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากจริงๆ เมื่อใดที่รู้จักใช้สมองเต็มความสามารถจะพบความมหัศจรรย์ของพลังสมองที่ไร้ขีดจำกัด จะเรียกความฉลาดหรืออัจฉริยะก็แล้วแต่จะพูดกันไป 

    ความเพียรพยายามทำในสิ่งที่ง่ายย่อมสำเร็จได้ง่ายกว่าการคิดในสิ่งที่ยาก ความฉลาดจึงเกิดขึ้นด้วยวิธีการง่ายๆดังกล่าว

ที่มา ; ศูนย์การฝึกสมอง

ความเห็นของผู้ชม