ค้นหา

5 วิธี Boost สมองเพิ่มความจำ ห่างไกลอัลไซเมอร์

1. ท่องคำศัพท์วันละ 10 คำ หรือ จำเบอร์โทรศัพท์แทนการบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟน

2. ทำสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ ทำงานศิลปะ ดนตรี เต้นรำ เรียนทำอาหาร ตลอดจนทำงานอดิเรกแปลก ๆ ใหม่ ๆ เพราะการทำสิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์

3. เล่นเกม เช่น หมากฮอส หมากรุก ซูโดกุ ปริศนาอักษรไขว้ เกมส์ต่อคำศัพท์

4. อ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวสาร หรือดูรายการโทรทัศน์ที่ให้ความรู้

5. บริหารสมองด้วยกิจกรรม Brain Gym ซึ่งเป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายง่ายๆ ที่ช่วยให้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ช่วยให้สมองตื่นตัว ช่วยเรื่องการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และยังช่วยผ่อนคลายเครียด รวมทั้งทำให้มีสมาธิพร้อมที่จะเรียนรู้

ซึ่งกิจกรรม Brain Gym พัฒนาขึ้นโดย ดร. พอล เดนนิสัน นักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

    กลุ่มที่ 1 การเคลื่อนไหวสลับข้าง (Cross Over Movement)  ช่วยให้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น

  • วิ่งเหยาะๆ อยู่กับที่ช้าๆ
  • นั่งชันเข่า มือสองข้างประสานกันที่ท้ายทอย เอียงข้อศอกซ้ายแตะที่หัวเข่าขวา ยกข้อศอกซ้ายกลับไปที่เดิม เปลี่ยนเป็นเอียงข้อศอกขวาแตะที่หัวเข่าซ้าย
  • ก้าวเท้าขวาวางหน้าเท้าซ้าย พร้อมกับยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปด้านหน้า มือคว่ำลงขนานกับพื้น แกว่งแขนทั้งสองไปด้านข้างลำตัว ตรงข้ามกับขาที่ก้าวออกไป แกว่งแขนทั้งสองข้างกลับมาอยู่ด้านหน้า พร้อมกับชักเท้าขวาวางที่เดิม แล้วเอามือลง สลับเท้าทำซ้ำอีกครั้ง
  • กำมือสองข้าง ยื่นแขนตรงไปข้างหน้า ให้แขนคู่กัน เคลื่อนแขนทั้งสองข้างพร้อมๆกัน หมุนเป็นวงกลมสองวงต่อกันคล้ายเลข 8 ในแนวนอนทำกิจกรรมที่ใช้มือทั้งสองข้าง เป็นการฝึกสมองให้ทำงานประสานกัน

     กลุ่มที่ 2 การยืดส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Lengthening Movement) ช่วยผ่อนคลายความเครียดของสมองส่วนหน้า และส่วนหลัง ทำให้มีสมาธิในการเรียนรู้ และการทำงานมากขึ้น เช่น ท่าโยคะต่างๆ

    กลุ่มที่ 3 การเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้น (Energizing Movement)  เป็นท่าที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระแสประสาท เพื่อช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น เช่น

  • ใช้นิ้วชี้นวดขมับเบาๆ ทั้งสองข้างวนเป็นวงกลม
  • กดจุดตำแหน่งต่างๆ ในร่างกายที่จะกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวางที่ใต้คาง อีกมืออยู่ที่ตำแหน่งสะดือ หายใจเข้า-ออก ช้าๆ ลึกๆ สายตามองจากไกลเข้ามาใกล้ เปลี่ยนมือทำเช่นเดียวกัน
  • นวดใบหูด้านนอกเบาๆ ทั้งสองข้าง แล้วใช้มือปิดหูเบาๆ ทำช้าๆ หลายๆครั้ง
  • ใช้มือทั้งสองเคาะที่ตำแหน่งกระดูกหน้าอก โดยสลับมือกันเคาะ แต่ต้องเคาะเบาๆ

     กลุ่มที่ 4 ท่าบริหารร่างกายง่ายๆ (Useful) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ของสมอง เช่น การจดจำ การมองเห็น การได้ยิน และช่วยลดความเครียดได้ เช่น

  • วางมือซ้อนกันที่ด้านหน้า หายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ คว่ำมือลง หายใจออกช้าๆ แล้ววาดมือออกเป็นวงกลม แล้ววางมือไว้ที่เดิมใช้มือทั้งสองปิดตาที่ลืมอยู่เบาๆ ให้สนิท จนมองเห็นเป็นสีดำมืดสนิทสักพัก แล้วค่อยๆ เอามือออก เริ่มปิดตาใหม่
  • ใช้นิ้วมือทั้งสองข้างเคาะเบาๆ ทั่วศีรษะ จากกลางศีรษะออกมา ด้านขวาและซ้ายพร้อมๆ กัน
  • การบริหารสมอง ควรทำแต่ละท่าซ้ำประมาณ 4-6 ครั้ง ขณะทำให้หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ไม่ควรกลั้นลมหายใจ และควรดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว ช่วยให้สมองทำงานได้ดี เพราะสมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 85% การขาดน้ำจะทำให้สมองทำงานไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สมองสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นเรียบเรียงโดย ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์

เอกสารอ้างอิง
-ฝึกลักษณะนิสัยที่ เสริม ให้สมองดี, สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
-บริหารสมอง ป้องกันความเสื่อม, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
-บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เรามาออกกำลังกายกันเถอะ, ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
-หนังสือรู้ทันสมองเสื่อม, กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2559
-Nature Neuroscience 1999; Nature 2001 European J Neuroscience 2008; Scientific American 2009
-https://www.thaihealth.or.th/Content/34165-26 ท่า พัฒนาสมอง ด้วย Brain Gym .html

ที่มา ; แบรนด์

ความเห็นของผู้ชม