ค้นหา

ความจำระยะยาว ความจำระยะสั้นและการมองเห็น

  • ความจำระยะยาว ( Long-Term Memory ) คืออะไร 

ความจำระยะยาว (Long-Term Memory) เป็นหน่วยความจำที่เปรียบเสมือนคลังข้อมูล สามารถเก็บข้อมูลได้ไม่จำกัด เป็นระยะเวลานาน ความจำชนิดนี้สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีกคือ ความจำที่สามารถเรียกคืนกลับโดยอัตโนมัติ (Non-Declarative / Implicit Memory) ซึ่งได้มาจากการฝึกทำซ้ำๆ เช่น การปั่นจักรยานการขับรถ  เป็นต้น

ความจำอีกชนิดคือ ความจำที่เรียกคืนโดยใช้ความคิดระดับสูง (Declarative / Explicit Memory) ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และความเข้าใจของบุคคลนั้นๆ เช่น การจดจำชื่อคนในครอบครัว, การหาของที่หาย, ความรู้รอบตัว, การจดจำอดีตหรือสิ่งที่เคยทำ ได้เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี เป็นต้น การที่เราจะสามารถจำข้อมูลต่างๆได้นั้นเราต้องเลือกสนใจ ใช้การจดจ่อกับข้อมูลนั้นก่อนและต้องมีการนึกหรือทำซ้ำๆ ข้อมูลนี้จึงจะเก็บอยู่ในความจำระยะยาว 

หากทักษะด้านความจำระยะยาว (Long-Term Memory) อ่อนหรือบกพร่อง จะทำให้

  • นึกข้อมูลหรือคำศัพท์ไม่ค่อยออก

 

  • ต้องอาศัยการทำซ้ำหรือพูดซ้ำๆจึงจะจำได้
  • มักจะนึกคำศัพท์ที่เฉพาะไม่ค่อยออก ต้องใช้การอธิบาย มักมีอาการ คำพูดติดอยู่ที่ปลายลิ้น

 

เราสามารถพัฒนาทักษะ Long-Term Memory (ความจำระยะยาว) ได้อย่างไร??

เราสามารถพัฒนาทักษะด้านความจำระยะยาว (Long-Term Memory) ได้ด้วยโปรแกรมฝึกสมอง ซึ่ง Brain and Life Center มีโปรแกรมสำหรับการฝึกสมองที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะการเรียนรู้ของสมองอย่างครอบคลุมในทุกๆด้าน

  • ความจำระยะสั้น (Short-Term Memory) คืออะไร  

ความจำระยะสั้น (Short-Term Memory หรือ STM) คือหน่วยความจำที่สามารถเก็บข้อมูลได้จำกัด ภายในระยะเวลาสั้นๆ ความจำชนิดนี้มักจะถูกรบกวนได้ง่ายและสามารถถูกลืมได้ภายในไม่กี่วินาที เราใช้ความจำระยะสั้นในการจำชั่วคราว เพื่อใช้ในการทำงาน เช่น การพยายามจดจำหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อได้ฟังหรือเห็นหมายเลข ข้อมูลนั้นก็จะเข้าไปในอยู่ความจำระยะสั้นของเราเพื่อจะจดลงไป  ในชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเราอาจจำไม่ได้อีกเลยว่าหมายเลขที่เพิ่งจดไปนั้นคืออะไร หากต้องการจะจดใหม่ เราอาจต้องทวนหมายเลขอีกครั้ง ปัจจัยที่ทำให้เราสามารถจดจําได้นานขึ้นนั้นคือ การจดบันทึก (Recording) และการทบทวน (Rehearsal)

เราสามารถพัฒนาทักษะ Short-Term Memory (ความจำระยะสั้น) ได้อย่างไร?

เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านนี้ให้ดีได้ด้วยโปรแกรมฝึกสมอง ซึ่ง Brain and Life Center สามารถช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และทักษะที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน

ความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงานหรือ Working Memory คืออะไร 

ความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงาน หรือความจำที่ใช้ในการทำงาน คือทักษะความจำที่เก็บข้อมูลที่ได้เห็นหรือได้ยินในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อนำมาแปลผลและปฏิบัติการต่อ ใช้ประมวลผลกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะซับซ้อน เช่น ความเข้าใจทางภาษา, การคิด (Thinking), การอ่าน (Reading), การเรียน(Learning), หรือการใช้เหตุผล โดย Working Memory จัดเป็นความจำระยะสั้นประเภทหนึ่ง

 ลักษณะของ Working Memory

  • สามารถจดจำข้อมูลได้เพียง 5-9 หน่วย และมักถูกรบกวนได้ง่าย
  • นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลแล้ว ยังสามารถจัดการและแปลงข้อมูลได้
  • เนื้อหาของข้อมูลจะถูกปรับปรุงอย่างถาวร
  • สั่งการโดยสมองส่วน Dorsolateral frontal cortex หรือสมองส่วนหน้าบริเวณหน้าผาก

ตัวอย่างของความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงาน (Working Memory)

  • ความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงาน หมายถึง ความสามารถที่ช่วยให้เราจดจำข้อมูลขณะทำงาน เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ ด้วยประสิทธิภาพของทักษะ Working Memory ทำให้เราสามารถที่จะ...
  • สามารถทำสองสิ่งไปพร้อมๆกันได้ เช่น การจดจำและตอบโต้ต่อข้อมูลที่พูดในระหว่างการสนทนา
  • เชื่อมโยงแนวคิดใหม่และแนวคิดเดิม ทำให้เราเกิดการเรียนรู้และเข้าใจ
  • เก็บรักษาข้อมูลไว้ในขณะที่เราใส่ใจกับสิ่งอื่นอยู่ เช่น เราสามารถจำและจัดเตรียมส่วนผสมของอาหารได้ ในขณะที่คุยโทรศัพท์อยู่

ในชีวิตประจำวัน เราใช้ความจำที่ใช้ในการปฏิบัติงาน หรือ Working Memory ในการทำงานจำนวนมาก เช่น การจำหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนที่จะจดลงในกระดาษ หรือเมื่อเรากำลังวุ่นอยู่กับบทสนทนา เราต้องจดจำสิ่งที่เราพูด ประมวลผลคำพูดและตอบสนองหรือโต้ตอบออกไปเป็นคำพูด หรือการจดบันทึกที่โรงเรียน เราจำเป็นต้องจดจำสิ่งที่ครูพูด ประมวลผลและบันทึกเป็นภาษาของเราเอง หรือแม้กระทั่งเวลาซื้อของ เรามักจะคำนวณราคาสินค้าในใจ เพื่อดูว่าเรามีเงินเพียงพอที่จะจ่ายหรือไม่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทักษะที่อาศัยความสามารถของ  Working Memory

ความผิดปกติที่เกิดขึ้น หาก Working Memory เปลี่ยนแปลงไป

Working Memory เป็นส่วนที่สำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจและการทำงานของสมองด้านการจัดการ ดังนั้น ผู้ที่บกพร่องทักษะด้านนี้จึงมักจะมีภาวะของ Dysexecutive Syndromes หรือภาวะบกพร่องในการบริหารจัดการ มีความผิดปกติทางการเรียนรู้มากมาย เช่น สมาธิสั้น (ADHD) มีความบกพร่องในการอ่านเขียน (Dyslexia) หรือปัญหาด้านอื่นๆ เช่น โรค Schizophrenia ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคจิตเภท, ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นต้น 

เราสามารถพัฒนาทักษะ Working Memory (ความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงาน) ได้อย่างไร??

เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านนี้ให้ดีได้ด้วยโปรแกรมฝึกสมอง ซึ่ง Brain and Life Center สามารถช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และทักษะที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน

 

  • ความจำระยะสั้นกับการมองเห็น

ทักษะด้านการมองเห็น (Visual Processing) คืออะไร

Visual Processing หรือทักษะด้านการมองเห็นคือความสามารถในการจดจำและจัดการกับข้อมูลที่เป็นรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การวิเคราะห์ หรือการประมวลผลข้อมูลในรูปแบบภาพหรือสัญลักษณ์ต่างๆ สมองของคนเราสามารถรับรู้ข้อมูลที่เป็นรูปภาพได้ดีกว่าข้อมูลตัวอักษร เพราะสมองมีการประมวลผลข้อมูลที่เป็นรูปภาพ (Image Processing) ได้ดีกว่าข้อมูลชนิดอื่นๆ ถึง 60,000 เท่า และข้อมูลกว่า 90% ที่เข้าสู่สมองคือข้อมูลที่เป็นรูปภาพหรือที่ได้จากการมองเห็น  ดังนั้น ทักษะกระบวนการมองเห็นหรือ Visual Processing จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้และจดจำข้อมูล 

หากทักษะด้าน Visual Processing อ่อนหรือมีความบกพร่องจะทำให้

  • มีปัญหาในการประมวลผลข้อมูลที่เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ต่างๆ
  • ไม่สามารถจดจำคำศัพท์ได้ทั้งหมด อาจส่งผลต่อทักษะด้านการอ่าน เช่น อ่านหนังสือช้า เป็นต้น
  • ขาดความคิดสร้างสรรค์ (Non-Creativity)
  • ไม่ค่อยเข้าใจข้อมูลที่เป็นรูปภาพหรือกราฟิคต่างๆ

ความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการมองเห็น (Visual Short-Term Memory) คืออะไร

ความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการมองเห็น (Visual Short-Term Memory) คือความสามารถในการจดจำข้อมูลที่เป็นรูปภาพ เช่น ตัวอักษร รูปร่าง สี ภายในระยะเวลาสั้นๆ ความจำชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความจำระยะสั้นหรือ Short-Term Memory (STM) ข้อมูลที่เรารับรู้จาก Visual Short-Term Memory นั้นยังสามารถเรียนรู้ผ่านทาง Working Memory หรือ ความจำระยะสั้นในการรับรู้ข้อมูล ซึ่งข้อมูลนั้นสามารถกลายเป็นความจำระยะยาวหรืออาจจะถูกลืมไปได้

ตัวอย่างการใช้ทักษะด้านความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการมองเห็น

  • ความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการมองเห็น (Visual Short-Term Memory) อาจต้องอาศัยการจดหรือการอ่านเพื่อที่เราจะสามารถจดจำข้อมูลนั้นๆได้ ถ้าหากทักษะนี้บกพร่องก็จะทำให้การอ่านหนังสือไม่ดีเท่าที่ควรหรืออาจจะอ่านไม่ได้เลย ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเรียน
  • Visual Short-Term Memory  มีบทบาทอย่างมากเกี่ยวกับทักษะการขับรถ เนื่องจากต้องใช้ทักษะการมองเห็นเพื่อใช้จำสัญญาณไฟจราจร คอยดูและระวังไม่ให้ชนกับรถคันอื่น
  • อาชีพส่วนใหญ่ล้วนใช้ทักษะนี้ในการทำงาน เนื่องจากต้องมีการอ่านหรือการเขียนรายงาน โดยจะต้องจดจำคำศัพท์เพื่อที่จะนำไปเขียนในเนื้อหาและบริบทต่างๆ นอกจากนี้อาชีพที่ต้องอาศัยการมองภาพเยอะๆอย่างเช่น สถาปนิก, ดีไซน์เนอร์, จิตรกร ล้วนจะต้องมีความถนัดในทักษะด้านนี้มากกว่าอาชีพอื่นๆ
  • การที่เราสามารถจดจำหน้าคนที่เดินผ่านไปได้ หรือสามารถจำได้ว่าเป็นคนที่เคยรู้จักหรือเคยเห็นแม้นานมาแล้ว

ปัญหาที่พบ เมื่อทักษะด้าน Visual Short-Term Memory ไม่ดี

หากทักษะด้าน Visual Short-Term Memory หรือความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการมองเห็นไม่ดี จะทำให้จดจำข้อมูลได้น้อยลง ทักษะด้านนี้ สามารถถูกลดประสิทธิภาพได้โดยหลายปัจจัย ตัวอย่างเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) หรือภาวะ Dyslexia ซึ่งเป็นภาวะที่มีความบกพร่องทางการอ่าน ทำให้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องยาก เพราะต้องจดจำคำศัพท์และบริบทขณะอ่าน, สารเสพติดบางชนิด เช่น กัญชาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพของ Visual Short-Term Memory ลดลง นอกจากนี้อาการบาดเจ็บทางสมองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทักษะด้านนี้เปลี่ยนแปลงไป

ที่มา ; ศูนย์พัฒนาสมองและศักยภาพ

ความเห็นของผู้ชม