Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
อ่านทั้งหมด
 
24 ม.ค. 60
นักวิชาการห่วงสงครามแย่งเด็กอนุบาล (ตั้งข้อสอบจากข่าว 56)
 

สรุปประเด็นข่าว

นักวิชาการห่วงสงครามแย่งเด็กอนุบาล (ข่าว)

- จากข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมปรับเพิ่มการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาลในสถานศึกษาของรัฐ จากที่จัดอนุบาล 2 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่กำลังจะประกาศใช้ โดยกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยได้เตรียมหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า ศธ.จะรับผิดชอบเรื่องการจัดการศึกษาระดับอนุบาล รองรับเด็กจากศูนย์เด็กเล็กเข้าเรียน

- นักวิชาการ (บางท่าน) ให้ทัศนะว่า อาจทำให้ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนออกมาคัดค้าน เพราะเห็นว่าโรงเรียนเอกชนมีความพร้อมมากกว่าโรงเรียนรัฐนั้น การที่รัฐจะลงไปจัดการศึกษาระดับอนุบาลเพิ่มจาก 2 ปี เป็น 3 ปี เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเด็กทั้งเรื่องสมอง และพัฒนาการ ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว แต่ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลเด็กเล็กอยู่แล้วถึง 50% ที่เหลือเป็นภาคเอกชน ดังนั้น การที่ ศธ.จะลงมาจัดการศึกษาระดับอนุบาลเพิ่มเป็น 3 ปี ขยายลงมาข้างล่างอีก 1 ปี คิดว่าจะทำให้เกิดปัญหา กลายเป็นสงครามแย่งเด็ก เพราะเด็กที่เรียนประถมศึกษาน้อยลง แต่เด็กที่เรียนอนุบาลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะไปกระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนสังกัดท้องถิ่น

- นักวิชาการคนเดียวกันว่า หลังรัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้ และเกิด พ.ร.บ.เด็กปฐมวัย ใน พ.ร.บ.กำหนดให้มีคณะกรรมการเด็กปฐมวัยแห่งชาติ จะทำหน้าที่ดูแลการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตอนนั้นจึงมากำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โดยจะต้องมีตัวชี้วัดด้านประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม  ตนมองว่าอยากให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เพราะมีความใกล้ชิดกับเด็ก ชุมชน ครอบครัวมากกว่า และให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาร่วมให้ความรู้ และดูแลปัญหาสุขภาพอนามัยของเด็ก  ไม่อยากให้ ศธ.ทำเรื่องนี้ ควรทำในเรื่องของการพัฒนาอบรมบุคลากร จัดการศึกษาที่เข้มแข็งเพื่อเป็นตัวอย่างบางส่วน ไม่ควรมาแย่งหน่วยงานที่ทำได้ดีอยู่แล้วทำ เพราะหากแย่งกันจัด จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ขาดความไว้ใจซึ่งกันและกัน

ที่มา; มติชนออนไลน์ 18 ม.ค. 60

ขยายประเด็นข่าว

1.นโยบายด้านการศึกษา ของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เกี่ยวกับการจัดการศึกษาแก่เด็กก่อนวัยเรียน  

ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่จะประกาศใช้ ได้ระบุตามมาตรา 54 ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย"  ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องเตรียมความพร้อมดำเนินการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เช่น การหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน การสำรวจจำนวนและความพร้อมของโรงเรียน สพฐ. หรือหลักเกณฑ์การอนุญาตการออกใบประกอบวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย เป็นต้น

ที่มา ; ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 3/2560

2.สาระในรัฐธรรมนูญฯที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ฉบับลงประชามติ มาตรา 54 บัญญัติไว้ว่า

- รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

- รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย

-รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบการด าเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย

- การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

- ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน

- ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุน ได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกล่าว อย่างน้อยต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ที่มา ; ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ....

ตั้งข้อสอบ

คำถาม ; ร่างรัฐธรรมนูญฯรัฐจัดให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาฟรีเป็นเวลาสิบสองปี ตามข้อใด

             ก. ตั้งแต่เด็กเล็กจนจบการศึกษาภาคบังคับ

             ข. ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ

             ค. ตั้งแต่อนุบาลจนจบการศึกษาภาคบังคับ

             ง. ตั้งแต่อนุบาล 3 ขวบจนถึงชั้นมัธยมปีที่3

เฉลย ข. ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ

เหตุผล ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ฉบับลงประชามติ ในมาตรา 54 บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ส่วนการศึกษาเด็กเล็กบัญญัติว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย ซึ่งหากพิจารณาตามบทบัญญัติหมายความว่าให้รัฐจัดการศึกษาก่อนวัยเรียนถึงการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนการศึกษาเด็กเล็กให้ท้องถิ่นเอกชนจัด การใด ชั้นใด อายุเท่าใดเป็นเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียน อนุบาล ภาคบังคับเป็นไปตามกฎหมายที่จะออกตามมา

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin