Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
+ เข้าใจพุทธศาสนาแค่วินาที
+ ครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ คลัง PISA ออนไลน์
+ เลขประชาชน 13 หลัก
+ คู่มือเข้าสอบครูผู้ช่วย
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
อ่านทั้งหมด
 
31 ม.ค. 60
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาโดนัลด์ ทรัมพ์ (ตั้งข้อสอบจากข่าว 57)
 

 สรุปประเด็นข่าว

แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์ (ข่าว)

- โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา เป็นจุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมของวิถีประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรง และย่อมส่งผลกระทบทั่วโลก ความคิดและทิศทางของการศึกษาในมุมมองของเขา  ย่อมส่งผลกระทบต่อแนวนโยบายรัฐบาลเขาอย่างแน่นอน
- ลิซ่า นีลเซน (Lisa Nielsen) บล็อกเกอร์ (Blogger) ชาวอเมริกันได้เขียนบทความในบล็อก (blog) ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขาได้สังเคราะห์แนวคิดด้านการศึกษาของทรัมพ์ ที่เขียนไว้ในหนังสือ 3 เล่ม คือ The America We Deserve, Think Like a Champion และ Great Again: How to Fix Our Crippled America และได้ผลการสังเคราะห์ออกมาเป็น 3 ประเด็นสำคัญที่อาจจะเป็นนโยบายด้านการศึกษาของสหรัฐอเมริกาในอนาคต เมื่อทรัมพ์ขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็ได้ ดังนี้ 
          1) การลดหลักสูตรแกนกลาง เพิ่มแผนความสำเร็จรายบุคคล (Less Common Core – More Personal/Student Success Plans) 
          2) การลดอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มการกระจายอำนาจสู่หน่วยงานท้องถิ่น (Less DOE – More Distribution of Service to Local & Other Executive Branch Department) 
          3) การลดการทดสอบมาตรฐานกลาง เพิ่มใบรับรอง ประกาศนียบัตรและแฟ้มผลงาน (Less Standardized Testing – More Micro-credential, Certifications, and Portfolio)
- ทำอย่างไรหรือ?
   1) การลดหลักสูตรแกนกลาง เพิ่มแผนความสำเร็จรายบุคคล (Less Common Core – More Personal/Student Success Plans) 
     - ข้อเขียนเขาที่บอกว่า การศึกษาจะต้องเป็นการดำเนินการโดยท้องถิ่น นโยบายการใช้หลักสูตรแกนกลาง นโยบายไม่มีเด็กคนไหนถูกทอดทิ้ง และการแข่งขันสู่ที่หนึ่งนั้น ล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้ปกครองและคณะกรรมการโรงเรียนระดับท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ นโยบายเหล่านี้เป็นการปล่อยให้กระทรวงศึกษาธิการปลูกฝังความเชื่อมากกว่าให้การศึกษากับเด็กของเรา ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรูปแบบการกำกับดูแลของอเมริกา” (Trump, 2016)
    - แสดงให้เห็นว่า ทรัมพ์ไม่เชื่อเรื่องการศึกษาแบบตัดเสื้อโหล (one-size-fits all) เชื่อว่านักเรียนแต่ละคนไม่ควรที่จะได้รับการศึกษาในรูปแบบเดียวกันหมด แต่สาระการเรียนรู้ควรจะสอดคล้องกับท้องถิ่นและอาชีพที่ผู้เรียนต้องการจะเป็น  ดังนั้นจึงเป็นที่น่าสนใจมากว่าทิศทางของนโยบายการศึกษาของรัฐบาล

  - ทรัมพ์น่าจะเน้นการเรียนรู้แบบการเรียนรู้รายบุคคล (Personalised Learning) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหลายประเทศ เนื่องจากเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เฉพาะนักเรียนแต่ละคน มากกว่าจะต้องเรียนรู้ในหลักสูตรหรือผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดียวกันหมด นักเรียนแต่ละคนจะมีแผนความสำเร็จส่วนบุคคล (Personal Success Plans) ซึ่งแผนความสำเร็จนี้จะส่งเสริมและกระตุ้นความชอบ พรสวรรค์ ความสนใจและความสามารถของนักเรียนแต่ละคนได้  
   2) การลดอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มการกระจายอำนาจสู่หน่วยงานท้องถิ่น (Less DOE – More Distribution of Service to Local & Other Executive Branch Department) 
   - ทรัมพ์แสดงทรรศนะไว้ชัดเจนว่า เขาต้องการที่จะลดบทบาทหรือทอนอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเห็นว่า การศึกษาจะต้องมาจากความต้องการของท้องถิ่นและการศึกษาจะต้องเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสู่การทำงาน โดยเขา

    - จึงเชื่อว่า ทรัมพ์จะกระจายอำนาจการบริการด้านการศึกษาของภาครัฐลงไปให้กับท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการการให้บริการ และกระจายความรับผิดชอบอื่นๆ ที่เกินพันธกิจและหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการให้กับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่ภาครัฐจะลดอำนาจลงและกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมตลอดจนการพัฒนานโยบายและการปฏิบัติให้ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

    3) การลดการทดสอบมาตรฐานกลาง เพิ่มใบรับรอง ประกาศนียบัตรและแฟ้มผลงาน (Less Standardized Testing – More Micro-credential, Certifications, and Portfolio) 
     - ทรัมพ์ได้แสดงทรรศนะไว้ชัดเจนว่า จะต้องหยุดการวัดผลสมรรถนะด้วยการทดสอบมาตรฐานที่ไร้หัวใจ เขาต้องการการศึกษาที่สามารถเพิ่มโอกาสด้านอาชีพให้กับนักเรียน โดยจะเพิ่มการวัดและประเมินผลผ่านเครื่องมือที่หลากหลายเช่น ใบรับรอง ประกาศนียบัตรและแฟ้มผลงาน เพราะการใช้ระบบใบรับรองและประกาศนียบัตรจะเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีทักษะในระดับที่เหมาะสมของแต่ละอาชีพ เช่น เครื่องหมายต่างๆ (Badge)  จะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผู้เรียนได้มีการผ่านการฝึกอบรม มีความรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละทักษะ เมื่อทำการเลือกเครื่องหมายเหล่านี้แล้วจะเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลที่เป็นหลักฐานรับรองการได้มาซึ่งเครื่องหมายนั้นๆ  -

    - ซึ่งการใช้แฟ้มผลงานจะอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Portfolios) ที่สามารถเชื่อมโยงกับวิทยาลัยและความพร้อมสำหรับการทำงาน e-Portfolios จะประกอบด้วย ๓ ระดับ คือ ระดับที่ ๑ การเก็บข้อมูล (Storage) ระดับที่ ๒ พื้นที่ทำงาน (Workspace) และระดับที่ ๓ การแสดงผลงาน (Showcase) ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกมากขึ้นผ่านการสนับสนุนให้นักเรียนสร้างชุดความเป็นเลิศรายบุคคล (collection of personal bests)

         จาก 3 ประเด็นข้างต้นจะเห็นได้ว่า แนวโน้มที่เด่นชัดของนโยบายการศึกษาของทรัมพ์คือ การศึกษารายบุคคลไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษา การเรียนรู้ที่เฉพาะและเหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคลแล้ว การวัดและประเมินผลก็จำเป็นที่จะต้องเป็นรายบุคคลเช่นเดียวกัน จึงจะมีความสอดคล้องกันทั้งระบบ (input-process-output) อีกทั้งยังเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือในการจัดการข้อมูลอย่างบูรณาการไม่แยกส่วน ซึ่งจะส่งเสริมการนำข้อมูล (Big Data) ด้านการศึกษาไปวิเคราะห์ทิศทางความต้องการและการใช้ประโยชน์กำลังคนได้ นอกจากนี้ ยังมีความชัดเจนต่อแนวโน้มที่สำคัญของการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยลงทุนด้านการศึกษาอีกด้วย

         อย่างไรก็ดี ยังไม่แน่ชัดว่า เมื่อทรัมพ์รับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในต้นปี ๒๕๖๐ การกำหนดนโยบายด้านการศึกษาจะเป็นดังที่วิเคราะห์ไว้หรือไม่


รายการอ้างอิง
Nielsen, L. (15 November 2016). 3 Areas A #TrumpEducation Admin Cld Focus On More. Retrieved from http://www.techlearning.com/blogentry/11459 Accessed on 20 November 2016.
Trump, D.J. (2016). Great Again: How to Fix Our Crippled America. Threshold Editions


โดย ดร.จอมหทยาสนิท พงษ์เสฐียร สำนักนโยบายและแผนการศึกษา

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ขยายประเด็นข่าว

เปิดประวัติ โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา (ข่าว)

- เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1946 เป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล นักเขียน และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ เขาเป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัททรัมป์ออร์กาไนเซชัน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา

- เป็นผู้ก่อตั้ง ทรัมป์เอนเตอร์เทนเมนต์รีสอร์ต ที่มีกิจการกาสิโนและโรงแรมหลายแห่งทั่วโลก และด้วยการใช้ชีวิตที่หรูหราและการพูดจาที่โผงผางทำให้เขามีชื่อเสียง ซึ่งเป็นส่วนทำให้เขาประสบความสำเร็จในรายการเรียลลิตี้โชว์ทางช่องเอ็นบีซี ที่ชื่อ The Apprentice (ที่เขารับตำแหน่งพิธีกรและผู้อำนวยการสร้าง)

- เป็นบุตรคนที่ 4 ใน 5 ของ เฟรด ทรัมป์ เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนครนิวยอร์ก เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากพ่อของเขาในเป้าหมายของอาชีพการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และในครั้งจบการศึกษาจากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ในปี ค.ศ. 1963 เขาได้เข้าร่วมบริษัทของพ่อเขา ทรัมป์ออร์กาไนเซชัน

- ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นช่วงชีวิตที่ไม่สู้ราบรื่นนัก เขาต้องหย่าขาดกับภรรยาคนแรกคืออิวานา และต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้กับเธอ หลังอิวานาพบว่าเขามีสัมพันธ์กับนางแบบสาว มาร์ลา เมเปิลส์ ซึ่งต่อมากลายเป็นภรรยาคนที่สองของเขา นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่สั่นคลอนวงการอสังหาริมทรัพย์ของนครนิวยอร์ก ยังทำให้อาคารหลายแห่งของทรัมป์ รวมทั้งทรัมป์ พลาซา ต้องยื่นขอเป็นกิจการล้มละลาย และเขามีหนี้สินสูงกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

-เขาได้กลับฟื้นคืนสู่ความเป็นมหาเศรษฐีดาวรุ่งอีกครั้ง หลังขายกิจการบางส่วนเพื่อใช้หนี้ และได้เข้าซื้อสิทธิในการบริหารเวทีประกวดนางงามจักรวาลและนางงามสหรัฐอเมริกา ในปี 2004 เขาได้เป็นพิธีกรและผู้บริหารรายการเรียลลิตี้ โชว์ The Apprentice โดยเขาเป็นผู้ตัดสินการประชันความสามารถทางธุรกิจของผู้เข้าแข่งขัน

- เขาสมรสเป็นครั้งที่สามกับเมลาเนีย นางแบบสาวเชื้อสายสโลวีเนียในปีต่อมา

- เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในช่วงปี 1999 โดยพยายามผลักดันให้ตนเองได้เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของพรรคปฏิรูป (Reform Party) ซึ่งภายหลังเขากลับถอนตัวเนื่องจากความวุ่นวายภายในพรรค

-ในปี 2015 เขาประกาศจะลงแข่งขันเพื่อเป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเสนอนโยบายลดภาษี ส่งเสริมการถือครองอาวุธปืน และควบคุมการอพยพเข้าสหรัฐฯของคนต่างชาติอย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้เขาตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง

 

ข้อมูลบางส่วนจาก  บีบีซีไทย – BBC Thai

ข้อมูล/ภาพ wikipedia , www.newsday.com

ที่มา ; MThai News

 

ตั้งข้อสอบ

คำถาม ; ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ทิศทางการศึกษาของโลก

             ก. มาตรฐานเดียวกัน

             ข. เน้นรายบุคคล

             ค. กระจายอำนาจ

             ง. ลดการสอบ

เฉลย ; ก. มาตรฐานเดียวกัน

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin