Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
อ่านทั้งหมด
 
15 มี.ค. 60
คลอดแผนการจัดการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี(ตั้งข้อสอบจากข่าว 64)
 

สรุปประเด็นข่าว

ครม.ไฟเขียวแผนการศึกษาชาติ 20 ปี(ข่าว)

- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 เป็นแผนระยะ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตามที่กระทรวงศึกษาธิการโดย สกศ.นำเสนอ โดยแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้เป็นการวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศในการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยทุกช่วงวัยให้เต็มตามศักยภาพ สามารถแสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

- แผนดำเนินงานระยะเร่งด่วน ปี 2560 - 2561 จากนั้นวางกรอบดำเนินงาน 4 ระยะ เฟสละ 5 ปีคือ เฟสแรก ปี 2560 - 2564 เฟสที่ 2 ปี 2565 - 2569 เฟสที่ 3 ปี 2570 - 2574 และเฟสสุดท้าย 2575 - 2579 เน้นการขับเคลื่อนแผน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมเข้าร่วมในการผลักดันแผนการศึกษาชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาการศึกษา ระยะ 5 ปี แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจำปีของทุกหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

ที่มา ; เดลินิวส์ อังคารที่ 14 มีนาคม 2560 ;  มติชนออนไลน์ วันที่: 14 มี.ค. 60 เวลา: 17:03 น.

ข่าวเกี่ยวข้องกัน

ครม.เห็นชอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 (ข่าว)

- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าวต่อไป

- ให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนฯ และมีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ เพื่อให้สามารถปรับปรุงแนวทางการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีรวมทั้งสร้างความเข้าใจให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างถูกต้อง ชัดเจน

- วัตถุประสงค์ของแผนเพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง

ที่มา ; ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 129/2560

ขยายประเด็นข่าว

แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 1-ก่อนปัจจุบัน ได้แก่ แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2475) ถึง แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552 — 2559) 

    ภายหลังที่ได้มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยแต่ละคณะ ต่างก็ได้พยายามทำนุบำรุงและพัฒนาการศึกษาตลอดมา และได้มีการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาด้านการศึกษาขึ้น นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา ได้มีการใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ ดังนี้

1. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2475 ในแผนการศึกษาฉบับนี้เน้นให้การศึกษา 3 ส่วน คือ จริยศึกษา เป็นการอบรมศีลธรรมอันดีงาม พุทธิศึกษา ให้ปัญญาความรู้ และพลศึกษา เป็นการฝึกหัดให้เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์

 2. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2479 ในสมัย พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา(พจน์ พหลโยธิน) เป็นนายกรัฐมนตรีแผนการศึกษาฉบับนี้ได้ปรับปรุงมาจากแผน ปี พ.ศ.2475  เนื่องจากว่าแผนการศึกษาฉบับปี 2475 นั้นมีระยะเวลาในการศึกษาสามัญยาวเกินสมควร คือต้องเรียนสายสามัญ 12 ปี และยังต้องเข้าเรียนต่อสายวิสามัญอีก แผนการศึกษา 2479 นี้กำหนดระยะเวลาของการเรียนชั้นประถมศึกษาเพียง 4 ปี ทั้งนี้เป็นเพราะต้องการเร่งรัดให้ประชาชนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับถึงกึ่งหนึ่งโดย เร็วโดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับกาลสมัยมากขึ้น แต่ยังคงเน้นให้การศึกษาทั้ง 3 ด้าน

3. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2494 สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี   ในแผนนี้ได้เพิ่ม หัตถกรรมคือการฝึกหัดอาชีพและการประกอบอาชีพเข้ามาอีกรวมเป็น 4 ส่วน จึงเป็นองค์สี่แห่งการศึกษาคือ พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา(ได้อิทธิพลปรัชญาการศึกษาแบบอเมริกัน)  และได้มีการกล่าวถึงการศึกษาพิเศษและการศึกษาผู้ใหญ่ด้วย แผนการศึกษาฉบับนี้ได้ยกฐานะกองโรงเรียนประชาบาลในกรมสามัญศึกษาขึ้นเป็นกรมประชาศึกษา เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีความพยายามขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 7 ปีอีกด้วย

4. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี แผนนี้ได้นำเอาแผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2494 มาปรับปรุงใหม่  เพื่อสนองความต้องการของสังคมและบุคคล โดยให้สอดคล้องกับการปกครองประเทศ แผนนี้ร่างโดยคณะกรรมการ 77 คนจากหลายสาขาอาชีพโดยมี หม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาในขณะนั้นเป็นประธาน จากแผนฯนี้ได้ขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 7 ปี  จัดเน้นให้การศึกษา 4 ส่วน  และได้จัดระบบการศึกษา เป็น 7:3:2 (ประถม 7 ปี (ศึกษาภาคบังคับ) มัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 2 ปี) แผนนี้มีอายุการใช้ยาวนานที่สุดถึง 16 ปี

5.แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2512 สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีโดยที่เป็นการสมควรให้คณะบุคคลหรือเอกชนได้มีส่วนร่วมในการให้การศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดาในระดับชั้นอุดมศึกษาได้ด้วย จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมความในข้อ 23 แห่งประกาศเรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติเสียใหม่ให้สอดคล้องด้วยวัตถุประสงค์ดังว่านี้ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกความในข้อ 23 แห่งประกาศเรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งประกาศ  วันที่ 20 ตุลาคมพ.. 2503 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “23. การจัดให้มีสถานศึกษานั้น รัฐใช้วิธีแบ่งแรง คือ รัฐจัดเองบ้าง และส่งเสริมให้คณะบุคคลหรือเอกชนจัดบ้างทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม .. 2512 เป็นต้นไป

6. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2520 สมัยพลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในแผนนี้ต้องการปรับปรุงแผนการศึกษาให้สนองความต้องการและการเปลี่ยนแปลงใน สังคม เพื่อสามารถอบรมพลเมืองให้ตระหนักและเห็นคุณค่าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จัดระบบการศึกษาเป็น 6:3:3 โดยได้ลดชั้นประถมลง 1 ปี และเพิ่มชั้นมัธยมปลาย 1 ปี  เท่าระบบปัจจุบัน แต่เวลาเรียนยังเป็น 12 ปี  แผนการศึกษาฉบับนื้ยังได้ให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบโรงเรียนเป็นพิเศษ อีกด้วย แผนการศึกษาแห่งชาติ 2520 นี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารประถมศึกษาครั้งใหญ่

7. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2535 ประกาศโดยนายอานันท์ ปันยารชุม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น แผนนี้ได้ปรับปรุงมาจากแผนการศึกษา พ.ศ.2520 เพื่อให้ระบบการศึกษาสนองตอบความต้องการและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน สังคมไทยอย่างรวดเร็ว และสร้างความสมดุลในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดการศึกษาในระบบ 6:3:3 โดยมุ่งจัดการศึกษาที่เน้นการพัฒนาบุคคลใน 4 ด้านอย่างสมดุลและกลมกลืนกัน คือ ด้านปัญญา ด้านจิตใจ ด้านร่างกาย และด้านสังคม ตลอดจนมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและสามารถพึ่งตนเองได้

8. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545-2559 โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต เป็นประธานอนุกรรมการ ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี  เรื่องสำคัญที่ครูทุกคนจำได้ในแผนนี้ คือสอนให้นักเรียน เก่ง ดี มีสุข กำหนดวัตถุประสงค์ของแผนเพื่อพัฒนาคนอย่างรอบด้าน และสมดุลเพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนา สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญา และการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน และสร้างสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 
ซึ่งแต่ละวัตถุประสงค์จะมีแนวนโยบายเพื่อดำเนินการให้บรรลุผล

9. แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2552-2559 เสนอโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นการปรับปรุงแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545-2559 ที่ใช้มาแล้วครึ่งทางและยังเหลือระยะเวลาอีกกว่า 7 ปี โดยสาระสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552 — 2559) อ้างถึงปัจจุบันแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เนื่องจากแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับเดิม (พ.ศ. 2545 — 2559) นั้น เป็นแผนระยะยาวที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จึงเห็นควรให้คงปรัชญาหลัก เจตนารมณ์ และวัตถุประสงค์ของแผนฉบับเดิมไว้ แล้วปรับปรุงในส่วนของนโยบายเป้าหมาย และกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 

         10. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 (วันนี้ยังไม่ประกาศใช้) เกิดขึ้นสมัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กำหนดจัดทำแผน เป็นแผนระยะ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี มีองค์ประกอบสำคัญของแผนฯ ได้แก่

          1) วิสัยทัศน์ ; คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21

2) มีวัตถุประสงค์ ได้แก่  1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ 2.เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3.เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรมจริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 4.เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง

3) ยุทธศาสตร์ของแผน ; ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญ คือ การจัดการศึกษาเพื่อความมั่งคงของสังคมและประเทศชาติ การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเม

ร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579

ตั้งข้อสอบ

คำถาม ; แผนการศึกษาแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ใช้เมื่อ 14 มี.ค. 60 เป็นแผนระยะเวลากี่ปี

             ก. 5 ปี

             ข. 10 ปี

             ค. 15 ปี

             ง. 20 ปี 

เฉลย ; ง. 20 ปี

เหตุผล ; ข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 14 มีนาคม 2560 มีมติเห็นชอบอนุมัติแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 เป็นแผนระยะ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin