Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
อ่านทั้งหมด
 
17 พ.ค. 60
พระบรมราโชวาทคุณธรรม 4 ประการ(ถามตอบจากข่าว 181)
 

 สรุปประเด็นข่าว

คุณธรรมพระราชทาน 4 ประการ นำชาติเจริญ ร่มเย็น(ข่าว)

-รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) บรรยายพิเศษ เรื่อง มุมมองการบริหารและประสบการณ์ของผู้บริหารในการอบรมหลักสูตรผู้อำนวยการระดับสูง รุ่นที่ 1 ของสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม ตอนหนึ่งว่า ความอยู่รอดปลอดภัยขององค์กรอยู่ที่ผู้นำ ผู้ซึ่งต้องเป็นต้นแบบให้แก่สมาชิกในองค์กรอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ระบบที่เป็นระเบียบแบบแผน ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความไม่สุดโต่งทางความคิด ที่สำคัญคือความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่เป็นของควบคู่กัน ไม่ใช่ใช้อำนาจจนเกินเลยความรับผิดชอบที่ทำให้ระบบเสียหาย เกิดความชะงักงัน เดินหน้าต่อไปไม่ได้

-ระบบคุณธรรมจริยธรรมเท่านั้น คือ คำตอบขององค์กรและสังคม สมาชิกในองค์กรต้องเป็นแบบอย่าง (Role Model) แก่กัน ผู้บริหารต้องมีเมตตาธรรม เปรียบเสมือนเป็นครูเป็นที่พึ่งพาทางการบริหารและการปกครองแก่สมาชิกในองค์กรและสังคม

- คุณธรรม 4 ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงเน้นย้ำเป็นพิเศษโดยตลอดรัชสมัย และข้าราชการทุกหมู่เหล่าควรได้น้อมนำสู่การปฏิบัติมีอยู่ 4 ประการสำคัญ

     1) ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติ รวมทั้งต่อผู้อื่น มุ่งมั่นปฏิบัติสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขและเป็นธรรม

     2) ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งความสัจความดีนั้น

      3) ประการที่สาม คือ ความอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใดก็ตาม

       4) ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

-คุณธรรมทั้ง 4 ประการดังกล่าวนี้ ถ้าแต่ละคนทุกผู้ทุกฝ่ายพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกันแล้ว ย่อมจะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความเจริญ มีความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคง ก้าวหน้าต่อไปได้ดั่งประสงค์คุณธรรมพระราชทาน 4 ประการดังกล่าว

- อยากแลเห็นเป็นวาระสำคัญของการขับเคลื่อนสถานศึกษา ส่วนราชการ องค์กร และการปฏิรูประบบราชการของทุกภาคส่วนสู่ความสำเร็จบริบูรณ์เป็นสังคมคุณธรรม ประเทศไทยคุณธรรม

 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 17 พฤษภาคม 2560

ขยายประเด็นข่าว

แนวพระบรมราโชวาทเรื่องคุณธรรม 4 ประการ

1.กระบวนการวิเคราะห์และปฏิบัติตามแนวพระบรมราโชวาทเรื่องคุณธรรม ๔ ประการ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ทรงมีพระราชดำรัสในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จ พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า เมื่อวันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2525 ความว่า

        "... คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมนำมาปฏิบัติ มีอยู่สี่ประการ ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติ ปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ และเป็นธรรม ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์ ..."

2.ฆราวาสธรรม 4

     พระบรมราโชวาทเรื่องคุณธรรม ๔ ประการนี้ สอดคล้องกับหลักพุทธธรรมในเรื่อง ฆราวาสธรรม 4 คือ
          1) สัจจะ มีความจริงใจต่อตนเองที่จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับตน
          2) ทมะ การรู้จักข่มใจตนเองที่จะปฏิบัติตามสัจจะที่กำหนด
          3) ขันติ มีความอดทนอดกลั้นที่จะปฏิบัติตามสัจจะนั้นให้สำเร็จลุล่วง
          4) จาคะ การสละความชั่วความทุจริตตามสัจจะนั้นๆ

3. การนำคุณธรรม 4 ประการไปประยุกต์ใช้

       ถ้าขยายความแนวทางปฏิบัติคุณธรรม 4 ประการให้ครอบคลุมชัดเจนขึ้น จะสามารถแยก กระบวนการ วิเคราะห์ และปฏิบัติได้ เป็น 7 ขั้นตอน คือ
          1) การจับประเด็นปัญหา
          2) การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
          3) การกำหนดขอบเขตเป้าหมายในการแก้ปัญหา
          4) การกำหนดสิ่งที่ตั้งใจจะปฏิบัติ
          5) การดำรงความมุ่งหมาย
          6) การอดทนอดกลั้น
          7) การปลดปล่อยชีวิตสู่อิสรภาพ

        กระบวนการทั้ง 7 ขั้นตอนนี้ อาจสามารถสรุปย่นย่อให้เห็นเป็นกระบวนการปฏิบัติตามแนวคุณธรรม 4 ประการ กล่าวคือ

         ในขั้นแรกจะต้องมีความเห็นความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อกำหนดประเด็นของสัจจะที่ตั้งใจจะรักษาได้อย่างเหมาะสมก่อน ขั้นตอนนี้สามารถใช้หลักอริยสัจ 4 ช่วยในกระบวนการวิเคราะห์ ตั้งแต่การจับประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดภาวะความบีบคั้นต่างๆ (ทุกข์การค้นหาสาเหตุของ ปัญหา (สมุทัยการกำหนด ขอบเขตเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะไปให้ถึง เพื่อขจัดสาเหตุของปัญหานั้นๆ (นิโรธการออกแบบ แนวทางปฏิบัติ ที่เป็นเสมือนการกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุ ตามป้าหมาย (มรรคแล้วก็ตั้งเป็นสัจจะ ที่จะปฏิบัติ ในเบื้องแรก ตามกรอบแนวทางปฏิบัติ ที่วางไว้ ดังกล่าว

        จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติ เมื่อเริ่มปฏิบัติตามสัจจะที่ตั้งใจ อันเป็นสิ่งที่ฝืนความเคยชินของพฤติกรรมปรกติที่ผ่านมา บางครั้ง ก็จะหลงลืม การปฏิบัติบ้าง เผอเรอบ้าง ไม่อยากทำบ้าง ฉะนั้นต้องมีสติที่จะข่มใจ ให้ดำรง ความมุ่งหมาย ในการปฏิบัติ ตามสัจจะนั้น อย่างต่อเนื่องเหมือนลิงซึ่งมีธรรมชาติซุกซนไม่อยู่นิ่ง การจะฝึกฝนให้ทำตามคำสั่งของเราได้ ในขั้นแรก ต้องใช้เชือก ผูกลิงไว้ ถึงลิงจะวิ่งไป วิ่งมาอย่างไร เชือกก็จะได้ควบคุมกำกับไม่ให้วิ่งเลยออกไปจากกรอบรัศมี ของเชือก เส้นนั้นฉันใด การมีสติข่มใจ ให้ดำรงความมุ่งหมาย ที่จะปฏิบัติตามสัจจะอย่างต่อเนื่อง ก็มีลักษณะ ฉันนั้น เหมือนกัน

นอกเหนือจากนี้ ก็ต้องอาศัยความเพียรพยายามที่จะปฏิบัติตามสัจจะดังกล่าวอย่างอดทนอดกลั้นด้วย เพราะถึงจะมีสติ ข่มใจ ไม่ให้เผอเรอ และคอยควบคุมกำกับให้ปฏิบัติตามกรอบแห่งสัจจะที่ตั้งใจนั้นๆ แต่ในบางครั้ง เราก็อาจเกิด ความรู้สึกท้อถอย ที่จะต่อสู้กับตัวเองต่อไป รู้สึกฝืนใจปฏิบัติต่อได้ยาก และอยากกลับไปมีพฤติกรรม ตามความเคยชิน ดังเดิม ทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดีก็ตาม ในภาวะเช่นนี้ จะต้องใช้ความพากเพียรและความอดทนอดกลั้นเข้าสู้ เหมือนต้องอาศัยหลัก ที่มีความมั่นคง แข็งแรง จึงจะสามารถยึดเชือกที่ผูกลิง ซึ่งกำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงนั้นไม่ให้ล้มไปได้

หากสามารถกำหนดประเด็นของสัจจะที่ตั้งใจจะปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม มีสติคอยข่มใจ ให้ดำรง ความมุ่งหมาย ในการปฏิบัติ ตามสัจจะนั้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเพียรพยายาม ที่จะปฏิบัติตามสัจจะ ดังกล่าวด้วยความอดทนอดกลั้น ในที่สุดเราก็จะสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่ตั้งใจนั้น ได้อย่างเป็นปรกตินิสัย โดยไม่รู้สึกเป็นเรื่องที่ต้องฝืนข่มอะไร อีกต่อไป เหมือนคนที่ฝึกวิ่ง ออกกำลังกาย ทุกวัน แรกๆ ก็อาจจะเหนื่อยและรู้สึกฝืน แต่เมื่อวิ่งจนเป็นปรกติ ก็จะรู้สึกว่าการวิ่งดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร

เมื่อพฤติกรรมความชั่วความไม่ดีที่ก่อให้เกิดปัญหาและภาวะความบีบคั้นเป็นทุกข์ให้แก่ชีวิตของเรา ในประเด็น เรื่องนั้นๆ ได้รับการกำจัดไปแล้ว จิตใจของเราก็จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ จากการถูกครอบงำด้วยความชั่ว ความไม่ดีดังกล่าว และจะมีธรรมชาติใหม่ที่ไม่อยากกลับไปประพฤติ ในสิ่งที่ไม่ดี เช่นนั้นอีก เหมือนคนที่วิ่งออกกำลังกายทุกวัน จนเป็นปรกติวิสัย วันไหนที่ไม่ได้ออก กำลังกาย ก็จะกลับรู้สึกเป็น ความผิดปรกติ ไม่สดชื่นแจ่มใส เหมือนวันก่อนๆ เป็นต้น

หลังจากสามารถปฏิบัติตามสัจจะที่ตั้งใจนั้นให้สำเร็จลุล่วงตามขั้นตอนต่างๆดังที่กล่าวมาแล้ว ในขั้นสุดท้าย จะต้องทบทวนสรุปและประเมินผลการปฏิบัติอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ที่ชัดเจนขึ้น ตลอดจนเกิด ความมั่นใจ ในกระบวนธรรม ที่ช่วยพัฒนาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้ดีขึ้นดังกล่าว จากนั้น ก็อาศัยกระบวนการวิเคราะห์ และปฏิบัติ ตามขั้นตอนของคุณธรรม 4 ประการ แก้ปัญหา ในรอบของการประพฤติปฏิบัติรอบใหม่ หมุนไปสู่ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นของชีวิต และสังคมสืบไป
ที่มา ; ความคิดทางการเมืองในพระพุทธศาสนา สุนัย เศรษฐบุญสร้าง

ตั้งข้อสอบ

1.  คำถาม  :  คุณธรรม 4 ประการ สอดคล้องกับหลักพุทธธรรมเรื่องใด

    คำตอบ  :  ฆราวาสธรรม 4

2. คำถาม   :  การนำคุณธรรม 4 ประการไปสู่ปฏิบัติควรเริ่มที่ใดก่อน

    คำตอบ  :  การจับประเด็นปัญหา

 
ดาวน์โหลดไฟล์    
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin