Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
+ หลักฐานประกอบวิชาชีพครู
อ่านทั้งหมด
 
30 พ.ค. 60
การส่งเสริมการศึกษาเอกชน
 

 การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

1. การอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  ที่ประชุมรับทราบแนวทางการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะได้เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ได้เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณปี 2561 เพิ่มเติม สำหรับการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาดังกล่าว เป็นจำนวน 281.9 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากการคำนวณงบประมาณที่ได้รับจัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนเงินสมทบเป็นเงินเดือนครู นักเรียนโรงเรียนเอกชนจะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่ม ระดับก่อนประถมศึกษา-ประถมศึกษา 360 บาท/คน/ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย 450 บาท/คน/ปี

นอกจากนี้ สช. กำลังดำเนินการยกร่างระเบียบกระทรวงฯ ในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล เพื่อปรับอัตราเงินที่จะจัดสรร มาตรการกำกับ และควบคุมให้โรงเรียนจ่ายเงินเดือนครูตามวุฒิให้ชัดเจนต่อไป

 

2.การรับรองวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนประเภทนานาชาติ

   ที่ประชุมรับทราบ ประกาศ สช. เกี่ยวกับการรับรองวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในระบบ ประเภทนานาชาติ พ.ศ. 2560 พร้อมข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตและเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้มหาวิทยาลัยใช้ประกอบการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาต่อไป โดยการเทียบวุฒิการศึกษา พิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้

ใบอนุญาตจัดตั้งต้องระบุให้เปิดสอนถึงชั้นสูงสุด ระบบอังกฤษ (Year 13) และระบบสหรัฐอเมริกา (Grade 12) และปัจจุบันต้องจัดการเรียนการสอนมีนักเรียนถึงชั้นสูงสุด

โรงเรียนจะต้องผ่านการประเมินคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรต่างประเทศ และ สมศ.

3.การส่งเสริมโรงเรียนสอนขับรถยนต์

   ที่ประชุมรับทราบ กรณีที่ชมรมโรงเรียนสอนขับรถยนต์สงขลาได้มีหนังสือขอให้ สช. ดำเนินการร้องขอต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้โรงเรียนสอนขับรถยนต์ที่อยู่ในการควบคุมดูแลของ สช. ที่มีอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 200 แห่งซึ่งหลายแห่งดำเนินการสอนมาแล้วกว่า 20 ปี มีบุคลากร ครู ผู้สอนที่มีประสบการณ์ สนามขับ ห้องอบรม ฯลฯ ให้มีบทบาทและหน้าที่ในการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์

ซึ่งขณะนี้ สช.ได้มีหนังสือไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนสอนขับรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน ให้สามารถขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สำหรับผู้เข้ารับการอบรมได้

4.ที่ประชุมยังได้พิจารณาหารือในเรื่องที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ

    1) ร่างประกาศ กช. เรื่อง หลักเกณฑ์การให้เงินอุดหนุนแก่โรงเรียนการกุศล  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าในระยะหลังมีการจัดตั้งโรงเรียนการกุศลใหม่เพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 570 โรง แยกเป็นในพระราชูปถัมภ์ 4 โรง, การกุศลของวัด 162 โรง, การศึกษาสงเคราะห์ 193 โรง, สอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ 192 โรง, การศึกษาพิเศษ 19 โรง ดังนั้น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องกำหนดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้ชัดเจน เช่น จำนวนปี เงินสมทบ ฯลฯ โดยให้ สช.เสนอที่ประชุมพิจารณาครั้งต่อไป

    2) การอนุญาตให้โรงเรียนนอกระบบที่เปิดสอนเป็นภาษาต่างประเทศ  ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเภท เช่น หลักสูตรมวยไทย หลักสูตรสอนทำอาหาร หลักสูตรสอนการนวด ฯลฯ โดยที่ประชุมเห็นว่าไม่ควรกำหนดกรอบหลักเกณฑ์ดำเนินการมากจนเกิดความไม่คล่องตัวในการเปิดสอน จึงขอให้ สช. ปรับปรุงประกาศหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าวให้เกิดความคล่องตัวแก่โรงเรียนให้มากขึ้น แล้วเสนอที่ประชุมพิจารณาครั้งต่อไป

    3) การจ่ายเงินสวัสดิการสงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลแก่บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน  ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเดิมครูเอกชนใช้สิทธิ์เบิกจากกองทุนสงเคราะห์ โดยนำเงินอัตราดอกเบี้ยใช้จ่ายเป็นเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล แต่ระยะหลังอัตราดอกเบี้ยกองทุนดังกล่าวต่ำมาก อาจส่งผลต่อค่ารักษาพยาบาลของครูเอกชน นอกจากนี้รายละเอียดของกองทุนของครูเอกชนดังกล่าวก็ยังมีความกำกวมมาก ซึ่งอาจจะดูแลสุขภาพไม่ได้ จึงต้องการให้ครูเอกชนเข้าสู่ระบบสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสามารถเลือกรับเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามอัตราเดิมหรือรับจากบัตรทอง ทางใดทางหนึ่ง  สช.จึงได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตีความต่อไป

ที่มา ; ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี  269/2560

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin