Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ แหล่งเรียนออนไลน์ครู
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
อ่านทั้งหมด
 
12 ก.ย. 60
ปลัดศึกษาธิการแจงไม่ทอดทิ้งคนพิการ(ตั้งข้อสอบจากข่าว 96)
 

สรุปประเด็นข่าว

ศธ.แจงไม่ทอดทิ้งคนพิการ(ข่าว)

- สถานศึกษาหรือศูนย์การศึกษาที่ให้บริการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ คือ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

- การดูแลผู้พิการนั้นจะต้องมีการคัดกรองประเภทความพิการ แต่เนื่องจากผู้พิการมีความพิการหลายประเภท ทำให้การจัดการศึกษามีข้อจำกัด ไม่สอดคล้องกับความพิการครบทุก

- ศธ.จึงกำลังดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องตรงกับความพิการแต่ละประเภท เพราะที่ผ่านมาการศึกษาสำหรับผู้พิการเน้นการศึกษา ให้มีความรู้ด้านการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และทักษะชีวิต การช่วยเหลือตนเองไม่เป็นภาระต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 11 กันยายน 2560

ขยายประเด็นข่าว

ประเภทของความพิการ

1. ประเภทของความพิการตามกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

    ประเภทความพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2556  กำหนด ดังนี้

   1. ความพิการทางการมองเห็น

      ๑) ตาบอด หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการเห็น เมื่อตรวจวัดการเห็นของสายตาข้างที่ดีกว่าเมื่อใช้แว่นสายตาธรรมดาแล้ว อยู่ในระดับแย่กว่า ๓ ส่วน ๖๐ เมตร (๓/๖๐) หรือ ๒๐ ส่วน ๔๐๐ ฟุต (๒๐/๔๐๐) ลงมาจนกระทั่งมองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง หรือมีลานสายตาแคบกว่า ๑๐ องศา

       ๒) ตาเห็นเลือนราง หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการเห็นเมื่อตรวจวัดการเห็นของสายตาข้างที่ดีกว่า เมื่อใช้แว่นสายตาธรรมดาแล้ว อยู่ในระดับตั้งแต่ ๓ ส่วน๖๐ เมตร (๓/๖๐) หรือ ๒๐ ส่วน ๔๐๐ ฟุต (๒๐/๔๐๐) ไปจนถึงแย่กว่า ๖ ส่วน ๑๘ เมตร (๖/๑๘) หรือ ๒๐ ส่วน ๗๐ ฟุต (๒๐/๗๐) หรือมีลานสายตาแคบกว่า ๓๐ องศา

    2. ความพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย

         ๑) หูหนวก หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยินจนไม่สามารถรับข้อมูลผ่านทางการได้ยิน เมื่อตรวจการได้ยิน โดยใช้คลื่นความถี่ที่ ๕๐๐ เฮิรตซ์๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียง ๙๐ เดซิเบล ขึ้นไป

         ๒) หูตึง หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยิน เมื่อตรวจวัดการได้ยิน โดยใช้คลื่นความถี่ที่ ๕๐๐ เฮิรตซ์ ๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียงน้อยกว่า ๙๐ เดซิเบลลงมาจนถึง ๔๐ เดซิเบล

         ๓) ความพิการทางการสื่อความหมาย หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องทางการสื่อความหมาย เช่น พูดไม่ได้ พูดหรือฟังแล้วผู้อื่นไม่เข้าใจ เป็นต้น

   3. ความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย

       ๑) ความพิการทางการเคลื่อนไหว หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องหรือการสูญเสียความสามารถของอวัยวะในการเคลื่อนไหว ได้แก่ มือ เท้า แขน ขา อาจมาจากสาเหตุอัมพาต แขน ขา อ่อนแรง แขน ขาขาด หรือภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังจนมีผลกระทบต่อการทำงานมือ เท้า แขน ขา

       ๒) ความพิการทางร่างกาย หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรม

ในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่อง หรือความผิดปกติของศีรษะ ใบหน้า ลำตัว และภาพลักษณ์ภายนอกของร่างกายที่เห็นได้อย่างชัดเจน

   4. ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม

      ๑) ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องหรือความผิดปกติทางจิตใจหรือสมองในส่วนของการรับรู้ อารมณ์ หรือความคิด

      ๒) ความพิการออทิสติก หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำ กัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษาและการสื่อความหมาย พฤติกรรมและอารมณ์ โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมอง และความผิดปกตินั้นแสดงก่อนอายุ ๒ ปีครึ่ง ทั้งนี้ ให้รวมถึงการวินิจฉัย กลุ่มออทิสติกสเปกตรัมอื่น ๆ เช่น แอสเปอเกอร์ (Asperger)

   5. ความพิการทางสติปัญญา

       การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ หรือมีระดับเชาว์ปัญญาต่ำกว่าบุคคลทั่วไป โดยความผิดปกตินั้นแสดงก่อนอายุ ๑๘ ปี

    6.  ความพิการทางการเรียนรู้

        การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมโดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องทางสมอง ทำให้เกิดความบกพร่องในด้านการอ่านการเขียน การคิดคำนวณ หรือกระบวนการเรียนรู้พื้นฐานอื่นในระดับความสามารถที่ต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐานตามช่วงอายุและระดับสติปัญญา

   7.  ความพิการทางออทิสติก

       การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษาและการสื่อความหมาย พฤติกรรมและอารมณ์โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมองและความผิดปกตินั้นแสดงก่อนอายุสองปีครึ่ง ทั้งนี้ให้รวมถึงการวินิจฉัยออทิสติกสเปกตรัมอื่น ๆ เช่น แอสเปอร์เกอร์

 

อ้างอิง

ประเภทคนพิการตามกฎหมายการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 1  2

 

2. ประเภทของความพิการตามกฎหมายการศึกษา

    ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552  ได้กำหนดประเภทความพิการทางการศึกษาไว้  9 ประเภท ได้แก่

   

ความพิการตามกฎหมายกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา (ศึกษาธิการ) มี 9 ประเภท ได้แก่

          1) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น       

          2) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

          3) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา   

          4) บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

          5) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

          6) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

          7) บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์

          8) บุคคลออทิสติก

          9) บุคคลพิการซ้อน

อ้างอิง

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552

ตั้งข้อสอบ

คำถาม ข้อใดมิใช่ประเภทความพิการ

             ก. พิการอารมณ์

             ข. พิการสังคม

             ค. พิการสติปัญญา

             ง. พิการซ้อน

คำตอบ ;  ข. พิการสังคม

เหตุผล  ความพิการตามกฎหมายกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา (ศึกษาธิการ) มี 9 ประเภท ได้แก่ 1) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น  2) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 3) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 4) บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ 5) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 6) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 7) บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ 8) บุคคลออทิสติก 9) บุคคลพิการซ้อน