Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ แหล่งเรียนออนไลน์ครู
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
อ่านทั้งหมด
 
26 ก.ย. 60
โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(ตั้งข้อสอบจากข่าว101)
 

สรุปประเด็นข่าว

นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน(ข่าว)

- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวบรรยายพิเศษและเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสัมมนามิติการศึกษาพัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสาระสำคัญคือ

       1) ระบบการศึกษาไทยยังมีปัญหาที่ยังมุ่งเน้นการเรียนให้จบ การได้รับปริญญา เด็กยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต  ศธ.จะต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้องให้กับเยาวชนทุกคนเพื่อเป็นพื้นฐานให้กับสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือ

        2) การผลิตกำลังคนของมหาวิทยาลัยต้องคำนึงความต้องการของตลาด บัณฑิตจบแล้วไม่ตกงานติดตามว่าหลังเรียนจบมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ เพราะประเทศต้องเติบโตด้วยคน ครอบครัว และสังคม การผลิตกำลังคนต้องรองรับความต้องการของประเทศด้วย

       3) ศธ.จะต้องกำหนดว่าจะทำอะไร เช่นการไม่ใช้หนี้กู้ยืมทุนการศึกษา ควรต้องป้องกันตั้งแต่ก่อนให้ทุน

ที่มา ; ไทยโพสต์ Tuesday, September 26, 2017

ข่าวเกี่ยวกัน

สอศ.ตั้งเป้าอีก5ปีผลิตกำลังคน 2แสน รองรับ EEC(ข่าว)

- การรองรับนโยบายโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC : Eastern Economic Corridor ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ( ศธ.) มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กำหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน แนวทาง และโครงการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

- จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC TVET Career Center : Eastern Economic Corridor Technical and Vocational Education and Training Career Center) โดย สอศ. ขึ้นใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยมีศูนย์หลัก 1 แห่ง ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคบางแสน ศูนย์จังหวัด 3 แห่ง และศูนย์ย่อยทั้ง 3 จังหวัด อีก 10 แห่ง โดยศูนย์ประสานงานฯ จะเป็นศูนย์กลางข้อมูล Demand และ Supply ดำเนินการวิจัยในการพัฒนากำลังคน พัฒนาหลักสูตร พัฒนาครู กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนนโยบาย ฝึกอบรมภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ รวมถึงฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ตลอดจนพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรด้านการโรงแรม อากาศยาน และสาขาอื่น ๆ ที่จะตอบสนอง First S-Curve และ New S-Curve

- สอศ.ได้ตั้งเป้าหมายว่าในอีก 5 ปี จะร่วมกับสถานประกอบการในพื้นที่พัฒนาทุกหลักสูตร และจะมีการฝึกอบรมครู จำนวน 6,000 คน เพื่อรองรับการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จำนวน 200,000 คน อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ที่มา ; เดลินิวส์ จันทร์ที่ 25 กันยายน

ขยายประเด็นข่าว

โครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development หรือ EEC)

1.ความเป็นมา EEC  ; โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา  โดยสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ)  มีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว   โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา  ให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพผ่านกลไกการบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

2.ความสำคัญ EEC; เป็นอาวุธที่กำลังเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนที่โดดเด่นใน AEC และไทยจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเดิมในอนาคตอันใกล้ คือ ไทยจะหลุดจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ในอนาคตอันใกล้เพื่อมุ่งไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยใช้พื้นที่ EEC เป็นประตูเชื่อมไทยสู่โลก และเปิดโลกเข้าสู่ AEC ผ่านระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตลอดจนมุ่งเน้นให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Economy) ผ่านผู้ประกอบการที่เน้นการขับเคลื่อนธุรกิจโดยเน้นนวัตกรรม (Innovation Driven Entrepreneur หรือ IDE)
3.วัตถุประสงค์ของ EEC ; ต้องการสร้างฐานเศรษฐกิจในประเทศ  ต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากเน้นการเจริญเติบโตภายในให้เกิดความเข้มแข็งเพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 โดย EEC ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง
4.พื้นที่ EEC  ; โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จะแบ่งเขตส่งเสริมและพัฒนาเป็น 6 เขต คือ 1.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษไบโอเทคโนโลยีและอาหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา 2.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษยานยนต์อนาคต จังหวัดชลบุรี 3.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี 4.เขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษอุปกรณ์อากาศยาน จังหวัดระยอง 5.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและไบโออีโคโนมี จังหวัดระยอง 6.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษสนามบินอู่ตะเภาและพื้นที่ข้างเคียงจังหวัดระยอง

สำหรับการวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ใน 3 จังหวัดใน EEC จะวางให้พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเมืองน่าอยู่ รองรับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก, พื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนาทักษะนานาชาติ, พื้นที่อำเภอศรีราชาและแหลงฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นเมืองแห่งสมดุลระหว่างที่อยู่อาศัยกับสถานที่ทำงาน, พื้นที่เมืองพัทยาและสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพและเชิงสุขภาพระดับโลก, พื้นที่อู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งศูนย์ให้บริการอากาศยานและพาณิชย์นาวีของภูมิภาคในอนาคต และพื้นที่จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมพลังงาน

5. โครงสร้างพื้นฐาน EEC ; เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว รัฐบาลจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อรองรับการลง ทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลเรียกว่า First S-curve และ New S-curve ซึ่งประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  2.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 3.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และหุ่นยนต์ 4.อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 5.การเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ 6.เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ 7.อุตสาหกรรมการบิน 8.อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ 9.อุตสาหกรรมดิจิทัล และ 10.การแพทย์ครบวงจร

6. ความคาดหวังต่อ EEC ; ในช่วงของการพัฒนาระหว่างปี 2560-2565 รัฐบาลหวังว่าจะสามารถยกระดับอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยจาก 3% ไปสู่ระดับ 5% ต่อปี และสามารถสร้างงานใหม่ปีละ 1 แสนอัตรา สร้างฐานภาษีใหม่ปีละ 1 แสนล้านบาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ได้ปีละ 4 แสนล้านบาท คาดหวังว่าจะเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 รวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา ; http://www.eeco.or.th/th

ตั้งข้อสอบ

ถาม ข้อใดไม่จัดอยู่ในกลุ่ม New S-curve

          ก. Digital

          ข. Robotics

          ค. Smart Electronics

          ง. Aviation and Logistics

ตอบ ;  ค. Smart Electronics

เหตุผล อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วย 5 อย่าง ซึ่งต้องต่อยอด ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next – Generation Automotive)  2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4)การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnolgy)  5) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) และ 2. อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)  ประกอบด้วย  ประกอบด้วย 5 อย่างซึ่งต้องเติม ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) 2)อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics)  3)อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 4)อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital)  5)อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin