Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการหน่วยงานองค์กรที่ควรรู้
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
+ รวมเว็บไซต์ราชการ
+ สำนักกีฬานันทนาการ
+ กระทรวงศึกษาธิการ
+ กระทรวงวัฒนธรรม
+ กระทรวงกีฬาท่องเที่ยว
อ่านทั้งหมด
+

การปฏิบัติผู้เข้าสอบ

+ อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
+ การเลือกตั้งผู้แทนครู
+

ปรับ มฐ.ตำแหน่ง ผอ.รร.

+

ต่อใบอนุญาตวิชาชีพ

+

อบรมต่อใบอนุญาต

+

ข้อมูลบุคลากร ศธ.

+

พระสังฆราชของไทย

+ แผนฉุกเฉินสถานศึกษา
+ กรอบอัตรากำลัง 38 ค(2)
อ่านทั้งหมด
 
13 ส.ค. 56

ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็กประเมินครู (14 ส.ค. 56)

 

             ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) ฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) กล่าวว่า จากกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนให้มีผลต่อเกณฑ์ประเมิน วิทยฐานะของครูและผู้บริหารสถานศึกษา เป็นอย่างน้อยร้อยละ 50 นั้น เห็นว่าการพิจารณาเฉพาะผลลัพธ์หรือผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่าง เดียวจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจากคุณภาพผู้เรียนในแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะโรงเรียนตามต่างจังหวัดซึ่งนักเรียนมีความขัดสนในทุกด้าน จึงอาจไม่สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ได้มากเท่ากับนักเรียนในเมือง ฉะนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือ การประเมินวิทยฐานะควรเน้นพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้เรียนในทุกด้าน ทั้งด้านบุคลิกภาพและคุณภาพการเรียน ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมหาวิธีคำนวณเกณฑ์การพัฒนาของผู้เรียนในกรณีที่ผู้ เรียนนั้นได้ผลสัมฤทธิ์สูงอยู่แล้ว จึงอาจมีพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยากกว่าผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่า ตัวอย่างเช่น บางโรงเรียนรับนักเรียนชั้น ม.4 ที่มีผลการเรียนดีอยู่แล้วเข้ามา ดังนั้นการจะพัฒนาให้เพิ่มขึ้นไปอีก ย่อมยากกว่าการพัฒนาเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่า เป็นต้น

                ระบบการประเมินวิทยฐานะจะมีผลถึงการจูงใจให้คนดีคนเก่งอยากมาเป็นครู ด้วย ดังนั้นผมอยากเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนระบบความก้าวหน้าในตำแหน่งผู้บริหาร สถานศึกษา ซึ่งควรพิจารณาจากการเป็นครูดีครูเก่ง ไม่ใช่เอาครูที่ท่องหนังสือเก่งแล้วสอบข้อเขียนได้คะแนนสูงมาเป็นผู้บริหาร แต่กลับสอนไม่เป็น พร้อมกันนี้ควรกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเลื่อน วิทยฐานะหรือเลือกผู้บริหารโรงเรียน แทนการมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่ ซึ่งจะไม่สามารถเข้าถึงทุกโรงเรียนได้อย่างแท้จริงผศ.ดร.สุรวาทกล่าว

                ด้าน นายจักรพล แสนเมือง ผอ.โรงเรียนบ้านเชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวนโยบายดังกล่าว เพราะเด็กตามต่างจังหวัดมักจะเรียนอ่อนกว่าเด็กในเมือง อีกทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กำหนดมาตรฐานไว้ให้เด็กเก่งดีมีความสุข แล้วทำไมรัฐบาลจึงมุ่งแต่คะแนนทางการเรียน นอกจากนี้อยากเสนอให้พิจารณาเรื่องปริมาณความรับผิดชอบของครูต่อสัดส่วน จำนวนครูและนักเรียนในแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น โรงเรียนบ้านเชียงยืน มีนักเรียน 1,300 คน ครู 63 คน ถือว่ามีครูน้อยแต่ภาระงานมาก ดังนั้นการให้ครูผู้สอนพัฒนาคุณภาพจึงทำได้ไม่เต็มที่.

 

ที่มา : เดลินิวส์ วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2556

สาระสำคัญ ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็ก ประเมินวิทยฐานะครูผู้บริหารสถานศึกษา หวั่นโรงเรียนต่างจังหวัดเสียเปรียบ

 

คำถามคำตอบ

1. คำถาม  : ระบบการประเมินวิทยฐานะ หมายถึงข้าราชการกลุ่มใด

    ตอบ  :   ข้าราชการครูฯ

2. คำถาม   :  กฎหมายให้เงินตอบแทนค่าวิทยฐานะ

    คำตอบ   : พรบ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

 

คำถามวิชานโยบายความรอบรู้/กฎหมาย/งานในหน้าที่สำหรับ ครู ผู้บริหารทุกตำแหน่ง

ถามตอบสอบครู  โดย อ.บวร เทศารินทร์ วันที่  14 สิงหาคม   2556   ถามตอบสอบครู  สอบครูวีดีโอ

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                Copyright. & Created by Mr.Borworn Taesarin