Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ รวมสูตรต่างๆ ในคำนวณ
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 13
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 12
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 11
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 10
อ่านทั้งหมด
+ ความสามารถด้านเหตุผล
+

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

+

ความสามารถพหุปัญญา

+

องค์ประกอบด้านสติปัญญา IQ (Intelligent Quotient

+ ความสามารถด้านเหตุผล
อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
+ ทฤษฏีและพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย
+ 7 แนวโน้มการศึกษาทั่วโลกที่มุ่งเน้นบทเรียนนอกตำรา
+ การวัดผลประเมินผลตามความเป็นจริง (สุทัศน์ เอกา)
+ แก่นแท้ของการเรียนรู้เพื่อชีวิต (สุทัศน์ เอกา)
+ คำไขหัวใจการศึกษา (สุทัศน์ เอกา)
อ่านทั้งหมด
11 ม.ค. 60
คำสั่ง หน.คสช. ที่ 1/2560 ให้มี อ.ก.พ.กระทรงคณะเดียวและกำหนดตำแหน่งศึกษาธิการภาคและรองศึกษาธิการภาค
 

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

      โดยที่ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมี อ.ก.พ. กรม ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง จำนวนห้าคณะ ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ แต่การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้การบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการมีความแตกต่างและไม่เป็นเอกภาพในด้านมาตรฐานของการบริหารงานบุคคล นอกจากนี้ ในการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคยังมีปัญหาเกี่ยวกับอัตรากำลังและการกำหนดตำแหน่งศึกษาธิการภาค และรองศึกษาธิการภาค เพื่อรองรับการจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559

 

      ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องกำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการมี อ.ก.พ. ขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงเพียงคณะเดียว และให้มีการเกลี่ยอัตรากำลังในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งเป็นศึกษาธิการภาคและรองศึกษาธิการภาค อันจะทำให้สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 ให้กระทรวงศึกษาธิการ มี อ.ก.พ. กระทรวง คณะหนึ่ง ประกอบด้วย

       (1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน
       (2) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน
       (3) อนุกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้แทน ก.พ. ซึ่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนในสำนักงาน ก.พ. จำนวนหนึ่งคน
      (4) อนุกรรมการซึ่งประธานแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมาย ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว และมิได้เป็นข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนไม่เกินสามคน
      (5) อนุกรรมการซึ่งประธานแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งต้องมิใช่อนุกรรมการตาม (3) โดยให้คัดเลือกกันเองจากข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จำนวนไม่เกินห้าคน

ให้ อ.ก.พ. นี้ตั้งเลขานุการ จำนวนหนึ่งคน

 

ข้อ 2 ให้ อ.ก.พ. กระทรวง มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และตามกฎหมายอื่น

 

ข้อ 3 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาหรือการเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตามข้อ 1 (4) และ (5) วาระการดำรงตำแหน่ง และจำนวนขั้นต่ำของอนุกรรมการดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามกฎ ก.พ. ตามวรรคหนึ่งได้ ให้กระทรวงศึกษาธิการทำความตกลงกับ ก.พ.

 

ข้อ 4 ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงานธุรการของ อ.ก.พ. กระทรวง

 

ข้อ 5 มิให้นำความในมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาใช้บังคับแก่ อ.ก.พ. กรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ ให้ อ.ก.พ. กรม ดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

 

ข้อ 6 ในวาระเริ่มแรกให้ อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วยอนุกรรมการตามข้อ 1 (1) (2) และ (3) จนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการตามข้อ 1 (4) และ (5) ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

 

ข้อ 7 การใดที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ อ.ก.พ. กระทรวงตามคำสั่งนี้เป็นผู้ดำเนินการต่อไป

ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานอื่นใด ซึ่ง อ.ก.พ. กรม ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง แต่งตั้งไว้อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า อ.ก.พ. กระทรวง ตามคำสั่งนี้จะได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

ข้อ 8 ให้กระทรวงศึกษาธิการมีตำแหน่งศึกษาธิการภาค จำนวนสิบสองตำแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง และมีตำแหน่งรองศึกษาธิการภาค จำนวนสิบสองตำแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น โดยให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเกลี่ยอัตรากำลังภายในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดตำแหน่ง

การเกลี่ยอัตรากำลังตามวรรคหนึ่ง ให้ตัดโอนอัตราตำแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา รวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งที่เกลี่ยนั้นมาเป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และการโอนหรือการนำรายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับส่วนราชการใดในกระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมไปใช้สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกเหนือจากกรณีตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 ให้กระทำได้

 

ข้อ 9 ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

 

ข้อ 10 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

สั่ง ณ วันที่ 10 มกราคม พุทธศักราช 2560

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

ที่มา ; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

 
ดาวน์โหลดไฟล์    
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin