Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ รวมสูตรต่างๆ ในคำนวณ
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 13
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 12
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 11
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 10
อ่านทั้งหมด
+ ความสามารถด้านเหตุผล
+

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

+

ความสามารถพหุปัญญา

+

องค์ประกอบด้านสติปัญญา IQ (Intelligent Quotient

+ ความสามารถด้านเหตุผล
อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
+ ทฤษฏีและพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย
+ 7 แนวโน้มการศึกษาทั่วโลกที่มุ่งเน้นบทเรียนนอกตำรา
+ การวัดผลประเมินผลตามความเป็นจริง (สุทัศน์ เอกา)
+ แก่นแท้ของการเรียนรู้เพื่อชีวิต (สุทัศน์ เอกา)
+ คำไขหัวใจการศึกษา (สุทัศน์ เอกา)
อ่านทั้งหมด
30 พ.ค. 60
คำสั่ง คสช.การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ
 

1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยที่รัฐบาลได้มีนโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จึงจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปและพัฒนาการศึกษาของประเทศเพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับทิศทางของนโยบายดังกล่าว ซึ่งการเพิ่มช่องทางการจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาเอกชนที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศให้สามารถเข้ามาจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสเข้าศึกษาในสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงดังกล่าว อันเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการผลิตและพัฒนาทรัพยากรบุคคลในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานและมีความสำคัญต่อการรองรับการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีจะกำหนดอันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้ สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงหมายความว่า สถานศึกษาเอกชนที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศซึ่งมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อ ๒ การจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้
   (๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
   (๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้

ข้อ ๓ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจพิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทำข้อตกลงกับสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย โดยให้คำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งอีกไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณา กลั่นกรอง และเสนอรายชื่อสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่เหมาะสม รวมทั้งจัดทำข้อตกลงกับสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

การดำเนินการ การกำกับดูแล และการเลิกกิจการของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อ ๔ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ผู้จัดการศึกษาเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
   (๑) โครงการและแผนการดำเนินงาน
   (๒) หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการศึกษา
   (๓) อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น
   (๔) คุณสมบัติ อัตราเงินเดือน ค่าสอน ค่าชดเชย ค่าตอบแทน หลักเกณฑ์การจ้างและเลิกจ้างและสวัสดิการของผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ ๕ สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงซึ่งได้รับอนุมัติให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคำสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังต่อไปนี้
   (๑) กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
   (๒) กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ เฉพาะบุคลากรชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสอนและการบริหารสถานศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง
   (๓) กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคำสั่งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้

สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ข้อ ๖ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบและกำกับดูแลการดำเนินการของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย

ข้อ ๗ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำ สั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำ วินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๘ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

ข้อ ๙ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

2.คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลจำเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาการที่มีคุณภาพและทันสมัย ให้กับเยาวชนที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของชาติ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อจะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอื่นในประเทศไทย อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาของไทยเพื่อนำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต และเป็นการรองรับการดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ให้ดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้
   (๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
   (๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศตามคำสั่งนี้

การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจะดำเนินการนอกเขตพื้นที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้โดยความเห็นชอบของ คพอต. ทั้งนี้ การจัดการศึกษาดังกล่าวต้องเป็นการดำเนินการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน หรือพัฒนาการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่ตาม (๑) หรือ (๒)

ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เรียกโดยย่อว่า คพอต.ประกอบด้วย
   (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
   (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
   (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๓ ให้ คพอต. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
   (๑) กำหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย
   (๒) พิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทำข้อตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย
   (๓) กำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษาตาม (๒) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
   (๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ คพอต. หรือตามที่ คพอต. มอบหมาย
   (๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคำสั่งนี้

ข้อ ๔ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่ง คพอต. อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคำสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังต่อไปนี้
   (๑) กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
   (๒) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
   (๓) หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคำสั่งนี้ คพอต. อาจเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้

สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ข้อ ๕ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงานธุรการของ คพอต. รวมทั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่ คพอต. แต่งตั้ง

การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของ คพอต. คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นที่จำเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำ สั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำ วินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

ข้อ ๘ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

ที่มา ; ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๗๐/๒๕๖๐

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin