Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ หมายรับสั่ง  กำหนดการ หมายกำหนดการใช้ต่างกันอย่างไร
+ ภาษาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
+

ตัวหนังสือไทย

+ ความสามารถด้านภาษาไทย
+ ความสามารถด้านภาษาไทย
อ่านทั้งหมด
+

 ความสามารถด้านตัวเลข

+ ข้อสอบวัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์
+ ข้อสอบวัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์
+ ความสามารถด้านตัวเลข
+ คณิตไม่ยากอย่างที่คิด
อ่านทั้งหมด
+ ความสามารถด้านเหตุผล
+

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

+

ความสามารถพหุปัญญา

+

องค์ประกอบด้านสติปัญญา IQ (Intelligent Quotient

+ ความสามารถด้านเหตุผล
อ่านทั้งหมด
+

คู่มือปฏิบัติราชการของครู

+

คู่มือปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณข้าราชการ

+

คู่มือประเมินสมรรถนะครู

+

คุณธรรมของผู้บริหารการศึกษา

+

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง)

อ่านทั้งหมด
+

รวมรูปแบบทฤษฎีการเรียนการสอน

+ จิตวิทยาการศึกษา
+

พหุปัญญาคืออะไร

+

การเรียนการสอนแบบ CAI

+

เรียนการสอนแบบ 4 MAT

อ่านทั้งหมด
24 ต.ค. 53
หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
 

           สำนักงาน ก.พ.ร. จัด การประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2553 เรื่อง ธรรมาภิบาลกับการพัฒนาระบบราชการไทย”  เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา  ณ ห้องจูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยได้รับเกียรติจาก ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม มาปาฐกถาพิเศษ เรื่อง หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 

          ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม กล่าวในการปาฐกถาพิเศษว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 8 ของการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งตามกฎหมายใช้คำว่า การพัฒนาระบบราชการโดยคำว่าการปฏิรูปและการพัฒนานั้น มีความหมายไม่แตกต่างกัน แต่แตกต่างกันในแง่ของความรู้สึก โดย การปฏิรูปเป็นการแสดงพลัง ความแข็งแกร่ง และแสดงถึงนโยบาย ในขณะที่ การพัฒนาเป็นวิธีการ การกระทำที่ต่อเนื่อง ไม่จบสิ้น หรือที่เรียกว่า “endless activities”

          ปี 2553 นี้ ถือว่าเป็นปีที่ 8 ของการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเป็นปีที่ 21 ที่ธนาคารโลกได้ประกาศเรื่อง Good Governance ซึ่ง จุดเริ่มต้นที่ทำให้ธนาคารโลกให้ความสำคัญกับ Good Governance เกิดจากความตื่นกลัวในการปล่อยกู้ให้กับประเทศลูกหนี้ ซึ่งเกรงว่าจะไม่สามารถชำระคืนได้ ธนาคารโลกจึงเห็นควรให้มีการจัดระเบียบราชการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ ความคุ้มค่า และถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมา Good Governance หรือธรรมาภิบาล ก็ได้ขยายไปยังองค์กรอื่น ๆ เช่น OECD IMF และนอกจากจะถูกนำมาใช้ในระบบราชการแล้ว ยังขยายไปสู่ทุกวงการอื่น ๆ โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ในภาคเอกชน ครอบครัวภิบาล รวมไปถึงอารามภิบาล ซึ่งนำไปใช้ในวัด

           ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุกล่าวต่อไปถึงระบบราชการก่อนการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี พ.ศ. 2545 ว่า เดิมการขออนุมัติ อนุญาต ต้องผ่านหลายขั้นตอนและหลายหน่วยงาน ซึ่งทำให้ต้องใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังมีภาระในเรื่องของเอกสารที่มีเป็นจำนวนมาก เพราะในการดำเนินการต่าง ๆ ต้องมีการขอเอกสารเนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งการมีกฎหมาย ระเบียบมาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบราชการไม่พัฒนาไปในทางที่ดี นอกจากนี้ ภารวะทางเศรษฐกิจ ความต้องการของประชาชน และการเมือง ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้การดำเนินงานมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                 การปฏิรูประบบราชการนั้นได้ดำเนินการมาหลายสมัยรัฐบาล โดยได้ดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ๆ คือ 1) ปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ (Public Structure)  2) ปฏิรูปการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ (Public Performance)  และ 3) ปฏิรูปบุคลากรทั้งหมดในภาครัฐ (Public Personal) ซึ่งประเด็นสำคัญที่จะพูดถึงในครั้งนี้เป็นเรื่องของปฏิรูปการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพกล่าวคือ การปรับปรุงระบบการทำงานให้รวดเร็ว ว่องไว และลดขั้นตอนลง โดยการทำงานโดยยึดหลักสากล คือ Good Governance ซึ่งจะทำให้งานมีประสิทธิภาพ คนมีส่วนร่วม มีการกระจายอำนาจ มีการทำงานที่คุ้มทุน คุ้มค่า มีการรับผิดรับชอบ และต้องมีการประเมินผล โดยการทำให้ข้าราชการมีแรงจูงใจในการปฏิรูประบบราชการนั้น จะต้องมีสิ่งจูงใจ/มีรางวัล สำหรับคนทำดี และมีบทลงโทษหากทำไม่ดี

                ศาต ราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุได้ยกตัวอย่างการดำเนินการเรื่อง Good Governance ในต่างประเทศ ในกรณีของประเทศอังกฤษ ซึ่งใช้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ โดยทุกกระทรวงต้องลงนามสัญญากับกระทรวงการคลัง และผูกเข้ากับการจัดสรรงบประมาณ โดยมีการลงนามสัญญาว่าในแต่ละปีจะทำอะไร แต่สิ่งที่ทำจะต้องเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากภารกิจ หากการดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ลงนามไว้ก็จะต้องถูกตัดงบประมาณ และรายงานผลจะถูกส่งไปสำนักงาน ก.พ. อังกฤษ ซึ่งผู้บริหารจะมีการโยกย้ายตามผลการดำเนินงาน หรือในกรณีของประเทศออสเตรเลีย ในการบริหารเรื่องเรือนจำ มีข้าราชการคนเดียที่ปฏิบัติหน้าที่ บุคลากรที่เหลือจะเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทที่ประมาเข้ามาเพื่อบริหารเรือนจำ ดังนั้น งานใดที่ข้าราชการทำได้ไม่ดี ควรจะถ่ายโอนให้เอกชนทำแทน หรือ outsource จะดีกว่า

               จากตัวอย่างดังกล่าว นำไปสู่การดำเนินการเรื่อง Good Governance ในประเทศไทย โดยนำหลักของ Good Governance มากำหนดไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 3/1 ว่า 
          “การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุข ของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การยุบภารกิจและยกเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลงาน
          การจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ ต้องคำนึงถึงหลักการตามวรรคหนึ่ง
          ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ

           นี่จึงเป็นที่มาของคำว่าหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีซึ่งเป็นคำที่ใช้ตามกฎหมาย แทนคำว่า Good Governance อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกระดับ ทั้งบ้านเมือง ครอบครัว บริษัท  จึงได้มีการใช้คำว่าธรรมาภิบาลซึ่งเป็นคำกลางที่ใช้ได้กับทุกระดับ ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้นำ Good Governance มาใส่ไว้เป็นครั้งแรก ในมาตรา 74 วรรคหนึ่งบุคคลผู้เป็นข้าราชการ ข้าราชการลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวจความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและในมาตรา 78 วรรค 4 “รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยพัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงรูปแบบและวิธีการทำงาน เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ
          ดังนั้น จึงมีทั้งคำว่าหลักธรรมาภิบาลและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีซึ่งเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องการหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นหลักใหญ่ โดยมีหลักธรรมาภิบาลซ้อนอยู่ อาทิ เรื่องความโปร่งใส ฉันทามติ ความถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้รวมทั้งหมดมาใส่ไว้ สรุปว่าจะใช้คำใดก็ได้ เพราะเรื่องชื่อนั้นไม่สำคัญ แต่ขอให้ทำได้ตามนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งกว่า

             ธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ระบบราชการเดินหน้าไปได้ ซึ่งได้มีการดำเนินการไปหลายเรื่องแล้ว เช่น การประเมินผล ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่นำไปใช้ในการพิจารณาโยกย้ายตำแหน่งต่าง ๆ แต่ในบางเรื่อง บางตัวชี้วัด ยังถูกละเลย ได้แก่ การเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วม และการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งคือเรื่องของการกระจายอำนาจ การตัดสินใจ การมีส่วนร่วมจะทำให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ แต่การร่วมตัดสินใจหลายคนนั้นจะมีเรื่องของความรับผิดชอบเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วย ดังนั้น การกระจายอำนาจจึงเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งยังดำเนินการในเรื่องนี้น้อยมาก

          ในเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจนั้น ได้มีการนำร่องในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพ เช่น การรังวัดที่ดิน การตรวจสภาพเครื่องยนต์ โดยมีรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขในการตรวจ ซึ่งเรื่องเหล่านี้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องดำเนินการเอง สามารถจ้างเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินการก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

          ศาต ราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุได้กล่าวถึงบทบาทของสำนักงาน ก.พ.ร. ว่า ควรทำหน้าที่เป็นเสนาธิการ คอยติดตาม (monitor) ให้ความรู้ความเข้าใจกับส่วนราชการในเรื่องธรรมาภิบาล แล้วให้ไปดำเนินการเอง ไม่ควรคิดให้และกำหนดให้ทำตาม เพราะการดำเนินการในแต่ละหน่วยงานอาจไม่เหมือนกัน เช่น การดำเนินการเรื่องธรรมาภิบาลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอาจไม่เหมือนกับกรม วิชาการเกษตร สำนักงาน ก.พ.ร. ควรทำหน้าที่กระตุ้นให้ส่วนราชการดำเนินการ โดยอาจมีการจัดการประเมินหรือแข่งขันและให้รางวัล
          ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุกล่าวสรุปว่า การดำเนินการเรื่องธรรมาภิบาลนั้น ท่านต้องคิดเองว่าท่านทำอะไรได้บ้างที่เป็นธรรมาภิบาล ไม่มีใครสามารถคิดแทนท่านได้ และควรติดประกาศไว้หน้าหน่วยงานเลยว่าสิ่งเหล่านี้ท่านจะทำอย่างไร
          - การชอบด้วยกฎหมาย ท่านจะทำอย่างไร
          - การมีส่วนร่วม ท่านจะทำอย่างไร
          - การรับผิดรับชอบ ท่านจะทำอย่างไร
          - การทำงานให้มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ท่านจะทำอย่างไร
          - การกระจายอำนาจ ท่านจะทำอย่างไร
          และควรมีการกำหนดตัวชี้วัดธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าท่าได้ทำเช่นที่ประกาศไว้หรือไม่

           นอกจากการปาฐกถาพิเศษของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม แล้ว การสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2553 ในครั้งนี้ยังมีการนำเสนอผลการศึกษาระดับการปฏิบัติราชการตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและมุมมองของสื่อมวลชน โดย ดร.วิพุธ อ่องสกุล จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รอง ประธานกรรมการ (ฝ่ายบริหาร) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่งการศึกษาดังกล่าวเป็นการสำรวจสถานะของการปฏิบัติราชการตามหลักธรรมภิบาล ของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในหน่วยงานของรัฐ โดยนำหลักธรรมาภิบาล หรือ Good Governance 10 หลัก มา สำรวจว่าหน่วยงานของรัฐได้ปฏิบัติราชการตามหลักธรรมาภิบาลดังกล่าวมากน้อย เพียงใด ซึ่งผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างรวม 79 หน่วยงาน (ส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่ากรม จำนวน 46 หน่วยงาน จังหวัด 19 จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา 14 หน่วยงาน) เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2553 ที่ผ่านมา สรุปผลได้ ดังนี้
          หลักธรรมาภิบาลที่มีการปฏิบัติราชการในระดับค่อนข้างดี ประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักการตอบสนอง หลักภาระรับผิดชอบ หลักความโปร่งใส หลักประสิทธิผล หลักประสิทธิภาพ และ หลักความเสมอภาค

          หลักธรรมาภิบาลที่มีการปฏิบัติราชการในระดับปานกลาง ประกอบด้วย หลักการมีส่วนร่วม และ หลักการกระจายอำนาจ
          หลักธรรมาภิบาลที่มีการปฏิบัติราชการในระดับค่อนข้างต่ำ ประกอบด้วย หลักมุ่งเน้นฉันทามติ

          ทั้ง นี้ อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า แม้ส่วนราชการจะมีการปฏิบัติราชการตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้าน เมืองที่ดีเป็นอย่างดีพอสมควรแล้วในหลายประการ แต่ยังคงมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น อาทิ การเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางร่วมแก้ปัญหาในกระบวนการ ตัดสินใจต่อการจัดบริการของรัฐ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคส่วนอื่นเข้ามา ดำเนินการแทน รวมไปถึงการแสวงหาฉันทามติหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วน เสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งหลักฉันทามติจะเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ของสังคมไทยได้
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                Copyright. & Created by Mr.Borworn Taesarin