Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ รวมสูตรต่างๆ ในคำนวณ
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 13
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 12
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 11
+ สูตรคณิตคิดเลขเร็ว 10
อ่านทั้งหมด
+ ความสามารถด้านเหตุผล
+

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

+

ความสามารถพหุปัญญา

+

องค์ประกอบด้านสติปัญญา IQ (Intelligent Quotient

+ ความสามารถด้านเหตุผล
อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
+ ทฤษฏีและพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย
+ 7 แนวโน้มการศึกษาทั่วโลกที่มุ่งเน้นบทเรียนนอกตำรา
+ การวัดผลประเมินผลตามความเป็นจริง (สุทัศน์ เอกา)
+ แก่นแท้ของการเรียนรู้เพื่อชีวิต (สุทัศน์ เอกา)
+ คำไขหัวใจการศึกษา (สุทัศน์ เอกา)
อ่านทั้งหมด
25 ต.ค. 52

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

 

 1.1 อนุกรมตัวเลข

การแก้ปัญหาโจทย์อนุกรมและตัวเลข


1) อนุกรมตัวเลขชุดเดียวกันที่เกิดจากการบวก และตัวเลขบวกเป็นเลขคงที่

     เช่น โจทย์ 4   9   14  19...โดยตัวเลขบวกคือ 5 ตลอด ซึ่งตัวต่อไปคือเลข 25

2) เกิดจากการบวก และตัวบวกเป็นค่าที่เพิ่มขึ้นแบบเป็นสัดส่วนกัน

     เช่น โจทย์ 20 23 28 35 44...โดยตัวบวกเป็น 3,5,7,9 และ 11 เป็น 55

3) เกิดจาการลบ และตัวลบเป็นเลขสัดส่วนกัน

     เช่น โจทย์ 45 40 33 24 13... โดยตัวเลขที่ลบคือ 5,7,9,11 และ 13 เป็น 0

4) เกิดจากการคูณ และตัวคูณเป็นตัวคงที่ เช่นคูณด้วย 3 ตลอด

     เช่น โจทย์ 1 3 9 27 81 ฉะนั้นตัวต่อไปจะได้ 243

5) เกิดจากการหาร และตัวการเป็นเลขเรียงอันดับ ที่ลดลงครั้งละครึ่ง

     เช่น ....160 40 20 20...หารด้วย 4,2,1 และ 5 เป็น 40

6) เกิดจากเลขเรียงอันดับที่ยกกำลังสอง และเลขยกกำลังเป็นสัดส่วนกัน

       เช่น โจทย์ 16 36 64 100... ซึ่งเกิดจาก   4 ยกกำลัง 2 , 6 ยกกำลัง 2 ,  8 ยกกำลัง 2  
      ,10 ยกกำลัง 2   ,  12 ยกกำลัง 2 เป็น 196

7) เกิดจากตัวเลขสัดส่วนยกกำลังสาม และเป็นตัวเลขเรียงอันดับเพิ่มขึ้น
                                                                
      เช่น โจทย์ 8 64 216 512 ... ซึ่งเกิดจาก     2 ยกกำลัง 3 , 4 ยกกำลัง 3 ,  6 ยกกำลัง 3
      ,  8 ยกกำลัง 3  และ 10 ยกกำลัง 3 เป็น 1,000

8) เกิดจาการอนุกรมตัวเลข 2 ชุด ที่เรียงซ้อนกันอยู่ เช่น โจทย์ 3 7 5 9 7 11 9 ..ซึ่งชุดแรก

     มี 3 5 7 9 และชุดที่ สองคือ 7 9 11 13 โดยคำตอบอยู่ในชุดที่ 2 คือ 13

9) กรณีเกิดจากเลขอนุกรม 3 ชุด โดยทั้งสามชุดวางไว้สลับกัน

     โจทย์ 4 4 4 9 8 6 16 12 8 25 16 ...ซึ่งแต่ละชุดมีดังต่อไปนี้
     - ชุดแรก 4 9 16 25
     - ชุดสอง 4 8 12 16
     - ชุดสาม 4 6 8 ..?.. โดยคำตอบเป็น 10

10) กรณีอนุกรมตัวเลขอยู่ในรูปตาราง และในตารางนั้นจะมีช่องว่างให้หาตัวเลขมาใส่

     โจทย     

2

3

6

7

1

?

5

8


     วิธีคิด โดยการนับจาก 1 ถึง 8 เช่นนับจากล่างข้นบนไปขวา แล้วลงล่างสลับกันไปซึ่ง
ได้คำตอบคือ 4

1.2 คณิตศาสตร ์(สัดส่วน)


     โจทย์เกี่ยวกับร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ ให้แทน 1 % เป็น 0.01 เมื่อต้องการหาค่าร้อยละ
ก็ใช้ 1% คูณไปเลย

1.3 อุปมาอุปมัย

     อุปมาอุปมัย หมายถึง การเปรียบเทียบ ข้อสอบลักษณะนี้เป็นข้อสอบด้านการวิเคราะห์
หาเหตุผล ข้อสอบมักจะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ
    แบบที่ 1. เอเซีย : ปากีสถาน  ; ? : ?

                   ก.ญี่ปุ่น : เกาหลี ข. ไทย : บางกอก   ค. เยอรมัน : อิตาลี       ง. อเมริกา : แคนาดา 
                
      คำตอบคือข้อ ง.

     แบบที่ 2. ? กิน ; น้ำ : ?

                   ก. อาหาร : เคี้ยว  ข. ข้าว : กระหาย ค. ผักสด : ดื่ม    ง. เนื้อ : รับประทาน
                  
       คำตอบคือข้อ ค.เพราะคำว่ากินใช้กับผลไม้ได้ ส่วนน้ำนั้นก็ใช้กับ ดื่ม

     แบบที่ 3. พรรค : สมาชิก ; เมฆ : ?

                   ก.ฝน     ข.ละอองน้ำ   ค.น้ำค้าง   ง.แม่น้ำ
 
      คำตอบคือข้อ ข.เพราะต่อจากเมฆคือละอองน้ำ

      *****สำหรับการแก้ปัญหาอุปมาอุปมัยนั้นต้องดูที่ข้อความข้างต้นซึ่งมีทั้งความ
     สัมพันธ์จากเล็กไปหาใหญ่และจากใหญ่ไปหาเล็ก หรือในกลุ่มเดียวกัน หรือใน
     กลุ่มที่ตรงข้ามกัน เมื่อหาข้อสิ้นสุดไม่ได้   ก็ควรเลือกข้อที่ใก้ลเคียงหรือผิดน้อย
     ที่สุด เป็นคำตอบ

1.4 เงื่อนไขทางภาษาหรือกาารสรุปความ


     ข้อสอบประเภทนี้ควรทำหลังสุดเพราะมักจะให้โจทย์ที่ให้คำตอบเลือกที่ วก วน
     ไปมาทำให้งงได้

     หลักการคิด

     1. ถ้าเงื่อนไขกล่าวไว้เช่นไร เมื่อพิจารณาข้อสรุปแล้ว ถ้าข้อสรุปตรงกับเงื่อนไขที่ให้มา      ก็ตอบว่าจริงหรือถูกต้องตามเงื่อนไข

     2. ถ้าข้อสรุปเมื่อพิจารณาแล้วไม่ตรงับเงื่อนไขที่ให้ไว้ให้ตอบว่าผิด หรือไม่ตรงกับเงื่อน
    ไขที่ให้ไว้

     3. ถ้าพิจารณาข้อสรุปแล้วเงื่อนไขไม่ได้กล่าวว่าไว้ คือเป็นเรื่องที่เหนือจากข้อ 1 และก็ให้
ตอบว่าไม่แน่ชัด กล่าวคือไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นจริงหรือไม่จริง ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้

   
1.5 เงื่อนไขทางสัญลักษณ์


     = หมายถึง เท่ากับ
     # หมายถึงไม่เท่ากับ
     > หมายถึง มากว่า
     \> หมายถึงไม่มาากกว่า ซึ่งอาจหมายถึงเท่ากับ หรือ น้อยกว่าก็ได้
     < หมายถึง น้อยกว่า
     <\ หมายถึงไม่น้อยกว่า ซึ่งอาจหมายถึง เท่ากับ หรือมากกว่าก็ได้
     \< หมายถึงน้อยกว่าหรือ เท่ากับ
     >/ หมายถึง มากกว่าหรือเท่ากับ 

     หลักในการตอบคำถาม
 
 
    ตอบข้อ 1 ถ้าข้อสรุปทั้งสองถูกต้อง หรือเป็นจริงตามเงื่อนไข
    ตอบข้อ 2 ถ้าข้อสรุปทั้งสองผิด หรือไม่เป้นจริงตามเงื่อนไข
    ตอบข้อ 3 ถ้าข้อสรุปทั้งสองไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ว่าถูหรือผิดตามเงื่อนไข
    ตอบข้อ 4 ถ้าข้สรุปทั้งสองมีข้สรุปใดสรุปหนึ่ง ที่เป็นจริงหรือไม่เป็นจริง หรือไม่แน่ชัด     โดยไม่ซ้ำกับอีกข้อสรุปหนึ่ง

     1.6 ความสามารถทางด้านภาษา


     เป็นการวัดความสามารถทางภาษาหรือการสรุปข้อความ จากบทความนี้      เป็นการวัดความสามารถทางด้านกการอ่านเพื่อจับใจความ สรุปความและ
     ตีความจากข้อความต่างๆที่โจทย์ให้มา

  

     1.ชื่อเรื่องคืออะไร

     2.จุดมุ่งหมายในการเขียนบทประพันธ์คืออะไร

     3.ผู้เขียนมีความประสงค์อย่างไรในการนำเสนอบทความนี้

     4.ประเด็นสำคัญของข้อความนี้อยู่ในตอนใด

     5.ประโยคที่ว่า "..............."มีความหมายอะไร

     6.บทความดังกล่าวท่านคิดว่ามีสาเหตุสำคัญอย่างไร

     7.ข้อสรุปใดต่อไปนี้ ข้อใดที่ตรงกับประเด็นสำคัญของบทความนี้

 

 

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin