Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
+ ทฤษฏีและพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย
+ 7 แนวโน้มการศึกษาทั่วโลกที่มุ่งเน้นบทเรียนนอกตำรา
+ การวัดผลประเมินผลตามความเป็นจริง (สุทัศน์ เอกา)
+ แก่นแท้ของการเรียนรู้เพื่อชีวิต (สุทัศน์ เอกา)
+ คำไขหัวใจการศึกษา (สุทัศน์ เอกา)
+ แก่นแท้วิชาครู(สุทัศน์ เอกา)
+ EQ : ความฉลาดทางอารมณ์
+ IQ : ความสามารถทางเชาวน์ปัญญา
+ MQ : ความฉลาดทางคุณธรรม
+ การแบ่งปัน (Sharing)
อ่านทั้งหมด
14 มี.ค. 58

บทความ"เปรียบเทียบ “การประเมิน” แบบเก่า และ แบบใหม่

 

"เปรียบเทียบ การประเมินแบบเก่า และ แบบใหม่

               "Traditional assessment" (TA) I am referring to the forced-choice measuresผม หมายถึงมาตรการบังคับให้เลือกข้อสอบแบบof multiple-choice tests, fill-in-the-blanks,เติมคำลงในช่อลว่าง true-false กาเครื่องหมาย ผิด-ถูก, matching การจับคู่ and the like thatหรืออะไรในทำนองนี้ have been and remain so common in educationยังคงได้นับความนิยมชมชอบในการใช้เป็นเครื่องมือวัดผลประเมินผลที่ สำคัญในวงการศึกษาไทย เพราะ มันตรวจง่าย ให้คะแนนง่าย ให้ใครตรวจคะแนนก็ออกมาเหมือนกัน. Students typically select an answerตามปกตินักเรียนจะเลือกคำตอบ or recall information to complete the assessmentหรือ เรียกคืนข้อมูลเพื่อตอบข้อสอบในการประเมิน. These tests may be standardized or teacher-createdข้อสอบชนิดนี้ คุณครูอาจออกข้อสอบเอง หรืออาจเป็นข้อสอบที่มาจากส่วนกลางก็ได้. They may be administered locally or statewide, or internationally.
              ***การออกข้อสอบชนิดเลือกตอบ multiple-choiceนี้เป็นปัญหาในเรื่องความเที่ยงตรง Accuracy ความชอบธรรม Righteousness เป้าหมาย Goal ตลอดจนตัวชี้วัด Indicators ตลอดมา ทั้งที่ตัวผู้ออกข้อสอบ ตัวนักเรียน และการสื่อสารด้านภาษาอักษร ข้อสอบประเภทนี้วัดได้เที่ยงตรงเฉพาะ ด้านความรู้ และความจำ Knowledge and Memory สูงไปกว่านั้น เช่น การวัดความเข้าใจ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการนำไปใช้ มักก่อให้เกิดปัญหาเป็นกรรมเวรตลอดมา***
เบื้องหลังการประเมิน Behind traditional and authentic assessments

                ทั้งการวัดผลประเมินผงแบบดั้งเดิมTraditional Assessment และแบบใหม่ที่เรียกว่าการวัดผลเชิงประจักษ์ authentic assessments นั้น is a belief that the primary mission of schools เป็นภารกิจหลักของโรงเรียน is to help develop productive citizens.คือการช่วยพัฒนาพลเมืองให้มีประสิทธิภาพ Productive Citizens ด้วยกันทั้งนั้น That is the essence of most mission statements I have read. แต่ถึงแม้จะมีจุดเริ่มต้นร่วมกัน และเป้าหมายอย่างเดียวกันนี้....การวัดผลประเมินผลทั้ง 2 อย่าง กลับมีมุมมองเรื่องการประเมินที่แตกต่างกัน From this common beginning, the two perspectives on assessment diverge.

TA is grounded in educational philosophy การวัดผลแบบดั้งเดิมเป็นเหตุผลในปรัชญาการศึกษา that adopts the following reasoning and practice:ที่รองรับเหตุผลต่อไปนี้และการปฏิบัติดังต่อไปนี้:

            1.ภารกิจของโรงเรียนคือการพัฒนาพลเมืองให้มีประสิทธิภาพ A school's mission is to develop productive citizens.
            2.เพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพนั้น พลเมืองแต่ละคนจะต้องเป็นเจ้าของ possess” องค์ความรู้และทักษะ To be a productive citizen an individual must possess a certain body of knowledge and skills.
            3. ดังนั้นโรงเรียนต้องสอนองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้เรียน Therefore, schools must teach this body of knowledge and skills.
            4. เพื่อ วัดผลว่าผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียน จึงต้อง ทดสอบ Test”ดูว่าพวกเขาได้รับความรู้และทักษะที่สั่งสอนแล้วนั้นเพียงใดTo determine if it is successful, the school must then test students to see if they acquired the knowledge and skills.

             ในรูปแบบของการประเมินแบบดั้งเดิม หลักสูตร เป็นตัวกำหนดการประเมิน. The curriculum drives assessment องค์ความรู้จะถูกกำหนด ก่อนว่าหลักสูตรนั้นๆจะต้อง เรียนรู้วิชาใดบ้าง ความรู้ก็จะได้รับการถ่ายทอดสั่งสอนจาก ครู-อาจารย์สู่ลูกศิษย์ของตน ต่อมาการประเมินได้รับการพัฒนาเป็นการใช้ข้อสอบ แบบเลือกตอบ และอื่นๆดังกล่าวแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียน มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะตามหลักสูตรนั้นๆมากน้อยเพียงใด.

              ***เนื่องจาก การเรียนการสอนแบบดั้งเดิม หลักสูตร คือวิชาต่างๆเป็นตัวกำหนด ตัวข้อสอบ The test” การสอบได้ สอบตก จึงเกิดขึ้นตามมาด้วยประการฉะนี้***

การวัดผลประเมินผลเชิงประจักษ์ Authentic Assessment

              ***การวัดผลประเมินผลเชิงประจักษ์ Authentic Assessment คือการวัดผลประเมินผล ตามความเป็นจริงเพื่อการแก้ไขข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องต่างๆที่พบเห็นให้ถูกต้อง เรียกว่า Corrective Action Request ตัวย่อว่า CAR..เมื่อแก้ไขข้อบกพร่องแล้ว ผู้ประเมินและคณะครู และนักเรียนก็ร่วมมือกันเพื่อพัฒนา ยกระดับ Enhance” การเรียนรู้ต่อไป***

การประเมินเชิงประจักษ์ เกิดจากเหตุผลและการปฏิบัติดังต่อไปนี้

             1. ภารกิจของโรงเรียนคือการพัฒนาพลเมืองให้มีประสิทธิภาพ A school's mission is to develop productive citizens.
             2. เพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพนั้น แต่ละคนจะต้องมีความสามารถในการปฏิบัติงานที่ มีเป้าหมายอันเป็นคุณค่าในโลกแห่งความจริง To be a productive citizen, an individual must be capable of performing meaningful tasks in the real world.
              3. ดังนั้นโรงเรียนจะต้องช่วยให้นักเรียน มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานที่พวกเขาจะได้พบเมื่อพวกเขาจบการศึกษา Therefore, schools must help students become proficient at performing the tasks they will encounter when they graduate.
              4. เพื่อ ตรวจสอบ หรือประเมินว่าผู้เรียนจะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงานที่มีเป้าหมายอันเป็นคุณค่าซึ่งโรงเรียนได้จำลองความท้าทายของโลกแห่งความจริงเพื่อประเมินว่านักเรียนมีความสามารถมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานเช่นนั้นจริง To determine if it is successful, the school must then ask students to perform meaningful tasks that replicate real world challenges to see if students are capable of doing so.

               ดังนั้นการประเมินผลเชิงประจักษ์ หรือ Authentic Assessment จึงเป็นตัวกำหนดหลักสูตร Thus, in Authentic Assessment drives the curriculum. นั่นคือคุณครูจะเป็นคนแรกที่กำหนดงานเพื่อให้นักเรียน สร้างประสบการณ์ สร้างความรู้ให้กับตนเองด้วยการลงมือทำจริงและแสดงออกให้เห็นถึงความสำเร็จในการเรียนรู้ของพวกเขา และจากนั้น..หลักสูตรก็จะถูกพัฒนาเพื่อช่วยให้นักเรียนมีประสิทธิภาพขึ้นไป ได้เรื่อยๆ รวมถึง การได้ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่างๆด้วย...That is, teachers first determine the tasks that students will perform to demonstrate their mastery, and then a curriculum is developed that will enable students to perform those tasks well, which would include the acquisition of essential knowledge and skills.

ท่านที่เคารพ..คำว่า การประเมินผลเชิงประจักษ์ เป็นตัวกำหนดหลักสูตร หรือ Authentic Assessment drives the curriculum.” นั้น หมายความว่า..ดังนี้

               ***ถ้าคุณครูจะสอนเด็กให้ขี่จักรยาน คุณครูก็เอาจักรยานมาให้เด็กหัดขับด้วยตนเอง ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายตลบหลายเที่ยว ร่ายกายฟกช้ำดำเขียวพอสมควร สุดท้ายเด็กคนนี้ขี่จักรยานได้ ความรู้ความเข้าใจในการขี่จักรยานของเขา ถึงขั้นระดับที่เรียกว่าเป็น ปัญญาสามารถเขียนวิธีฝึกหัดขี่จักรยาน ให้คนอื่นไปฝึกตามแบบอย่างได้ เรียกว่าหลักสูตรการหัดขี่จักรยาน”..ทั้งตัวเด็ก ตัวครู และคนอื่นๆก็เห็นประจักษ์ชัดว่า เด็นคนนี้ หัดขี่จักรยานและผ่านการฝึกหัดจนขี่จักรยานมาโรงเรียนได้..นี้เรียกว่า ว่าการประเมินผลเชิงประจักษ์ เป็นตัวกำหนดหลักสูตร หรือ Authentic Assessment drives the curriculum.”นั่นเอง***

เมื่อเราจะเขียนหลักสูตร เราก็ทำดังนี้..

                1. ระบุถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ Identify desired results คือ ตั้งความหวังสูงสุดเอาไว้ว่า เราจะสอนเพื่อให้ลูกศิษย์ของเรา มีคุณภาพ Quality”เช่นไร แค่ไหน คือ เขียนวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัด หรือ เขียน Objective and Indicator นั่นแหละครับ

                2.วางแผนว่า ทำอย่างไร จะเรียนจะสอนกันอย่างไร ขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนรู้ The Process of Experience Learning ต้องทำเป็นขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร นั่นคือ การออกแบบการเรียนรู้ แบบ Backward Design และการวางแผนประสบการณของนักเรียน เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของเป้าหมาย เรียกว่า Planning Backwards

ท่านที่เคารพ...
                  คำว่า Backward Design, คำว่า Planning Backwards สื่อความหมายเช่นเดียวกับ Begin at the top หรือ Begin at the end จึงขอเรียนชี้แจงเปรียบเทียบคร่าวๆ ว่า...

                  ***จุดหมายสุดท้าย “End” คือจุดหมายสูงสุด “Top” คือวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัด ที่คุณครูต้องการให้นักเรียนไปให้ถึงด้วยประสบการณ์ตรงของพวกเขา คุณครูคือผู้นำเกมส์ที่ยืนอยู่บนจุดสุดยอดของภูเขาแห่ง ปัญญาและมองลงไปยังเชิงเขา ดูลูกศิษย์ทั้งหลายกำลังไต่ขึ้นมาที่จุดยอดสุดท้าย..ใครผ่านประสบการณ์อัน เป็นอุปสรรค์หรือปัญหาในการปีน่ายมาได้..ถือว่าพวกเขาได่เรียนรู้ แล้งครับ***

                     ***การวัดผลเชิงประจักษ์ ก็คือการวัดผลตามสภาพที่เห็นจริง ที่พวกเขาได้ผ่านประสบการณ์มาได้อย่างไร..จึงมาถึงจุดสุดยอด ที่เรียกว่ามีปัญญาเป็นของตนเองเช่นนี้ได้ จึงเรียกว่า Authentic Assessment ดังกล่าวแล้ว***
ดังนั้น..

                  ***การวัดผลที่ดี และสอดคล้องกับการเรียนการสอนแห่งศตวรรษที่ 21.จึง ต้องใช้ การวัดผลประเมินผลเชิงประจักษ์ Authentic Assessment ที่เชื่อมั่นได้ว่าผู้เรียนมีความรูจริงๆจึงไม่ควรจำกัดวงอยู่เฉพาะแต่การสอบ ด้วยข้อสอบแบบเลือกตอบอย่างเดียว เพราะข้อสอบแบบเลือกตอบนี้ มีขีดจำกัดความเที่ยงตรงได้เฉพาะการวัดความรู้ความจำ เท่านั้น ควรมีการสอบแบบบรรยาย การแสดงความรู้ด้วยบทความ การอภิปราย การสอนผู้อื่น การแสดงให้เห็นจริงของศักยภาพผลสัมฤทธิทางการเรียน..ฯลฯ เป็นต้น****

                 ***การวัดผลประเมินผลเชิงประจักษ์ Authentic Assessment นี้ สามารถใช้ได้กับการประเมินทุกประเภท และครอบคลุมทุกเนื้อหาและขอบข่ายที่ต้องการวัด***
                 จึงเรียนมาด้วยความเคารพ..ครับผม

                 สุทัศน์ เอกา.......................บอกความ

ที่มา : https://www.facebook.com/sutat.eaka

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin