Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ
+

ความรู้พื้นฐานสำหรับใช้ในการสอบครูธุรการโรงเรียน สพฐ.

+

แนวปฏิบัติงานสารบรรณด้วยระบบอิเลกทรอนิกส์

+

อายุของการจัดเก็บหนังสือราชการ

+

แนวปฏิบัติในการจัดเก็บทำลายหนังสือราชการ

อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
12 ต.ค. 58
คำไขหัวใจการศึกษา (สุทัศน์ เอกา)
 

ภาพจากสุทัศน์ เอกา

คำไข หัวใจการศึกษา

          ท่านที่เคารพ มีคำอยู่ 3 คำ ที่ เป็นเส้นผมบังภูเขาทำให้เรามองภาพข้างหน้าอย่างพร่ามัว

          คำนั้นคือ ความรู้ความจำ และความเข้าใจ..ซึ่งถ้าคุณครูจะลองเขี่ยเส้นผมที่บังตานี้ออกไปได้ บางทีการศึกษาไทยอาจกระเตื้องขึ้นจากที่เป็นอยู่ เนื่องจากบุคลากรระดับบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และคุณครูผู้มุ่งมั่นในการยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียน มองมองเห็นทางเดินไปข้างหน้าได้กระจ่างขึ้น

          คำว่าความรู้ความจำเรามักพูดติดกันจนติดปาก จนในที่สุดมันก็กลายเป็นคำเดียวกัน เมื่อกลายเป็นคำเดียวกัน เราก็เลยไม่รู้ความหมายที่แท้จริงที่มี ความสำคัญยิ่งในวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน การเรียนรู้ และวิธีการเรียนรู้ กลายเป็นเส้นผมที่บังตาอย่างถาวรแก่คนในวงการศึกษาไทย

          ความรู้ กับ ความจำ มันเป็นคนละเรื่องกัน อย่างสุดขั้วเลยทีเดียว ถ้าสับสนมันจะสร้างความหายนะแก่การศึกษา ดังที่เห็นและเป็นอยู่ 

          เมื่อเขี่ยเส้นผมที่บังภูเขาออกไปเสียได้..จำมองเห็นภาพชัดเจนดังนี้..

          1.ความจำ Memory

          เป็นสิ่งที่ได้จากการสอน แบบเล่าให้ฟัง หรือ แบบบอกต่อๆกันมา หรือ Traditional Learning” เป็นการสอนแบบ Passive Learning คือ ถ่ายทอดจากครูสู่นักเรียน

          ความจำ หรือ Memory นี้ จะอยู่กับผู้เรียนไม่นานก็ลืม จำเป็นที่จะต้องท่อง หรือทำซ้ำบ่อยๆ สิ่งที่ได้ฟังจากครู หรือได้อ่านจึงจะอยู่ได้นาน

          ความจำนั้น เป็นความรู้ของผู้อื่นไม่ใช่ความรู้ของตนเอง จึงมีขีดจำกัดในการนำไปใช้งาน

          2.ความรู้ Knowledge

          ความรู้เกิดจาก การเรียนรู้ แบบ Active Learning คือ การที่ประสาทสัมผัสของผู้เรียน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจ ที่เรียกว่า อายตนะ 6 ของได้สัมผัสกับ แหล่งความรู้ Sources of knowledge”เกิดการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาทำให้เกิดเป็นความรู้จากภายในตัวผู้เรียน การเรียนรู้ด้วยตัวของผู้เรียนเองนี้ เรียกว่าการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ Experience Learning ซึ่งคุณครูได้นำประสบการณ์นี้ มาทำเป็น กิจกรรมการเรียนรู้ Learning activities” ให้ผู้เรียนเข้าไปทำกิจกรรมนี้ด้วยตนเอง เรียกว่า Learning by Doing

          ความรู้ที่เกิดจากภายในตัวผู้เรียนนี้ เป็นความรู้ที่ผลิตขึ้นจากภายในของตัวผู้เรียน จึงเป็นความรู้ที่แท้จริง เป็นความรู้ของตนเอง..มีคุณค่า และสามารถนำไปต่อยอดความรู้อื่นๆ เพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถพัฒนาได้อย่างไม่หยุดยั้ง

          การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21.ต้องการสร้างคนให้มี ความรู้ของตนเอง ดังที่กล่าวแล้ว

          3. ความเข้าใจ Understanding

          ความเข้าใจนี้ เกิดขึ้นจากพื้นฐานความรู้ “This understanding stems from the knowledge base.” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความจำ  

          ท่านที่เคารพ...

          ในการศึกษาแบบ พุทธวิธีและ BBL ได้มีการนำเอา ความจำไปพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ที่เรียนกว่า โยนิโสมนสิการ Critical Thinking” จนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ที่เรียกว่า ปัญญานั้น จะอธิบายว่าอย่างไร

          อธิบายได้ดังนี้..

          โยนิโสมนสิการ แปลว่า การกระทำไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง เป็นประสบการณ์ทางใจ Mental experience จึงเป็นการ Learning by Doing ทางใจ และมีผลในทางวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับการปฏิบัติทางกาย เหมือนกัน

          ผู้มีความเข้าใจ สามารถนำความรู้ของตน ไปประยุกต์ใช้ Apply ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่นได้ตามความต้องการ สามารถคิดวิเคราะห์ Critical Thinking และสังเคราะห์ Synthesis เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่เรียนกว่า Innovation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ความรู้ และ ความเข้าใจจากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์นี้ ทำให้คนมีคุณสมบัติ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ อันเป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21.ครับ 

วันนี้ ขอเสนอเพียงเท่านี้ และฝากบอกความไปยังท่านผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการว่าเขี่ยเส้นผมที่บังภูเขาออกไป จะได้มองเห็นโลกภายนอกตามความเป็นจริง เพื่อจัดการศึกษาไทยให้ทัดเทียมกับชาติอื่นๆใน AEC เถิด นะขอรับ

สุทัศน์ เอกา..................................บอกความ

ที่มา : https://www.facebook.com/sutat.eaka

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin