Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ
+

ความรู้พื้นฐานสำหรับใช้ในการสอบครูธุรการโรงเรียน สพฐ.

+

แนวปฏิบัติงานสารบรรณด้วยระบบอิเลกทรอนิกส์

+

อายุของการจัดเก็บหนังสือราชการ

+

แนวปฏิบัติในการจัดเก็บทำลายหนังสือราชการ

อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
16 ก.ย. 58
MQ : ความฉลาดทางคุณธรรม
 

เอ็มคิว: ความฉลาดทางคุณธรรม (MQ: Moral Quotient)

บทนำ

       การพัฒนาความฉลาดทางคุณธรรม (MQ) หรือ Moral quotient ของเด็ก หรือการสอนแนวทางในการประพฤติตนของเด็กที่จะทำให้ตัวเองและคนในสังคมมีความ สุข หรือจะพูดอีกอย่างได้ว่า การสอนแนวทางในการประพฤติตนของเด็กที่จะไม่เบียดเบียนตนเอง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็ก เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ไม่สามารถจะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังได้ คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาคนในสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทักษะในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นหรือคนในสังคมจึงเป็นทักษะที่สำคัญอย่าง ยิ่งของคนเรา ทักษะเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกปลูกฝังตั้งแต่ในวัยต้นๆของชีวิต

ความฉลาดทางคุณธรรมมีความสำคัญอย่างไร?

              คนเราจะไม่สามารถที่จะมีความสุขที่แท้จริงได้เลย ถ้าเราคิดถึงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ความสุขของตัวเอง โดยลืมที่จะคิดถึงผู้อื่น ละเลยที่จะคิดถึงความสุขของคนอื่น ถ้าเรามัวแต่คิดถึงตัวเอง คิดถึงแต่ความสุขของตัวเอง โดยลืมคิดถึงผู้อื่น ความสุขของเรานั้นอาจจะทำให้คนรอบข้างจำนวนมากไม่มีความสุข มีแต่ความทุกข์ และความทุกข์ของคนรอบข้างนั้นก็จะวกกลับมาทำให้เราต้องมีความทุกข์ไปด้วยใน ที่สุด การให้การศึกษาแก่เด็กอย่างแท้จริง จะต้องไม่ใช่การทำให้เด็กได้เรียนรู้แต่เฉพาะเนื้อ หาทางวิชาการ เช่น อ่านออก เขียนได้ ทำเลขได้ ฯลฯ เท่านั้น แต่จะต้องเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพ นิสัยใจคอ ความคิดด้านบวก ความมีระเบียบวินัยในตนเอง และการมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อที่พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมได้ สิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายในการพัฒนาเด็กตามแนวนีโอฮิวแมนนิสที่อาจจะแตกต่าง จากการศึกษาแบบอื่นๆ การมีระเบียบวินัยในตนเองของเด็กตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส หมายความว่า การควบคุมตนตนเองให้ ทำในสิ่งที่จำเป็น ต้องทำ และไม่ทำในสิ่งที่ต้องไม่ทำได้ด้วยตนเองของเด็ก การมีระเบียบวินัยในตนเองและการมีคุณธรรมเป็นสิ่งที่เด็กๆ จะต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กจะเป็นคนที่มีคุณธรรมโดยปราศจากการมีระเบียบ วินัยในตนเอง

เด็กที่มีความฉลาดทางคุณธรรมตามแนวนีโอฮิวแมนนิสมีลักษณะอย่างไร?

 เด็กที่มีความฉลาดทางคุณธรรม (MQ) ตามแนวนีโอฮิวแมนนิสมีลักษณะ ดังนี้

   - ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็กๆ โดยเฉพาะตาและหู จะซึมซับพฤติกรรมที่ดีงาม มีคุณธรรมของผู้ใหญ่เข้าไปไว้ในจิตใต้สำนึก และพฤติกรรมที่ดีงามของผู้ใหญ่เหล่านี้จะค่อยๆพัฒนากลายมาเป็นพฤติกรรมของ เด็กๆในที่สุด

    - ได้รับแรงเสริมด้านบวกเมื่อมีพฤติกรรมที่ดีงามเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

    - จากการปลูกฝังคุณค่าของคุณธรรมผ่านทางนิทานและเสียงเพลง

    - เด็กจะมีหลักคุณธรรมตามแนวนีโอฮิวแมนนิส 2 ส่วน ดังนี้

     มียามะ (Yama) ซึ่งเป็นหลักในการปฏิบัติตัวกับผู้อื่น หรือสิ่งอื่น มี 5 ข้อ คือ

      - การไม่มีเจตนาทำความเจ็บปวดให้กับผู้อื่น ทั้งจากความคิด คำพูด และการกระทำ (Non-harming)

      - การมีปิยะวาจา หรือการคิด และการใช้คำพูดที่ทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์และมีความสุข (Benevolent Truth)

       - การไม่นำสิ่งของผู้อื่นมาเป็นของเรา (Non-Stealing)

       - การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย พอเพียง (Simple Living)

        - การมีจิตสาธารณะ (Universal love)

      มีนิยามะ (Niyama) ซึ่งเป็นหลักในการพัฒนาร่างกายและจิตใจของตนเอง มี 5 ข้อ คือ

        - การรักษาความสะอาด (Cleanliness)

        - ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ (Contentment)

        - การรับใช้ช่วยเหลือผู้อื่น (Services)

        - การศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง (Study)

        - การทำสมาธิ (Meditation)

เด็กจะได้ประโยชน์อะไรจากความฉลาดทางคุณธรรม?

       เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยวิธีการด้านบวกตามแนวนีโอฮิวแมนนิส ทำให้มี MQ สูง จะมีอุปนิสัยที่พึงประสงค์ดังต่อไปนี้

        - เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำเรื่องอะไรในชีวิตให้สำเร็จ (มี will power สูง) ไม่กลัวต่ออุปสรรค ไม่ท้อถอยในเรื่องการทำสิ่งใดๆในชีวิต ไม่กลัวความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ พร้อมที่จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้งเสมอ ตรงกันข้ามกับเด็กที่เติบโตมาแบบที่โดนผู้ใหญ่ใช้อำนาจหักหาญน้ำใจ ข่มขู่ ห้ามปราม ฯลฯ อยู่ตลอดเวลา เช่น หยุด เงียบ ห้ามเล่น ห้ามซน ห้ามจับ ห้ามหกล้ม ห้ามเปื้อน ห้ามเหงื่อออก ห้ามส่งเสียงดัง ฯลฯ ซึ่งเด็กที่น่าสงสารเหล่านี้จะมีความเชื่อมั่นในตนเองน้อย มีพลังความมุ่งมั่นในการทำสิ่งใดๆในชีวิตให้ประสบความสำเร็จน้อย

         - เป็นคนที่มองโลกมองชีวิตด้านบวก เด็กที่ถูกฝึกมาให้เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตนเอง และมีคุณธรรมด้วยวิธีการจูงใจ และการใช้คำพูดด้านบวก (โดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น) จากพ่อแม่ และครู เช่น เก่ง เยี่ยม น่ารัก เข้มแข็ง แจ๋ว ฯลฯ จะเป็นคนที่รู้สึกบวกกับตัวเอง ตรงกันข้ามกับเด็กที่เติบโตขึ้นมาจากการโดนบังคับให้เป็นคนที่มีระเบียบ วินัยในตนเอง และมีคุณ ธรรมพร้อมกับได้ยินได้ฟังแต่คำพูดด้านลบจากคนรอบข้าง เช่น โง่ เซ่อ เด๋อ เปิ่น เชย อ้วน ซน ไม่ได้เรื่อง ควาย ฯลฯ ก็จะเป็นคนที่มีความรู้สึกด้านลบกับตัวเอง นักจิตวิทยาในปัจจุบันได้ค้นพบแล้วว่าความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งอื่นๆรอบตัวเรา แปลผันตามความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเองดังนั้น เด็กๆที่รู้สึกบวกกับตัวเองก็จะรู้สึกบวกกับคนรอบๆตัว ทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวมากขึ้น เช่น พ่อ แม่ ครู ครอบครัวของตัวเอง โรงเรียน ประเทศ โลก ฯลฯ เด็กๆเหล่านี้จะเป็นเด็กที่มีความสุข คิดบวก พูดบวก ทำบวก อยากแต่จะทำสิ่งดีๆให้กับตัวเอง กับครอบครัว กับโลกของเรา

          - เป็นคนที่พูดจาไพเราะ การพูดจาไพเราะเป็นคุณธรรมที่สำคัญข้อหนึ่งของแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส การที่เด็กๆได้เห็นตัว อย่างของผู้ใหญ่ที่พูดจาไพเราะ ได้ฟังนิทาน ได้ร้องเพลงที่เน้นให้เด็กๆพูดจามีหางเสียง ไม่ใช้คำพูดที่จะทำให้คนอื่นเสียใจ เด็กๆก็มักจะเป็นคนที่ไม่พูดพร่ำเพรื่อ พูดมาก พูดเฉพาะในเรื่องที่จำเป็น ที่มีประโยชน์ต่อทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

          - เป็นคนที่มีจิตสาธารณะสูง การปฏิบัติตัวตามหลักคุณธรรมและการทำสมาธิตามแนวนีโอฮิวแมนนิส จะทำให้เด็กๆมีคลื่นสมองต่ำลง มีความรู้สึกที่ดีๆกับตัวเอง คนรอบข้าง สัตว์ พืช ธรรมชาติรอบตัวมากขึ้น ทำให้เด็กเป็นคนที่มีความรัก ความเมตตา มีน้ำใจ รู้จักพอ รู้จักให้ มีชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมที่จะแบ่งปันส่วนเกินของชีวิตให้คนรอบข้าง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

         ครูควรทำให้เด็กตระหนักว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของคนในห้อง ทุกคนมีความสำคัญ ดังนั้น ความสำเร็จหรือความสุขของเด็กคนหนึ่งในห้องจะมีผลต่อความสำเร็จหรือความสุข องค์รวมของคนทั้งห้อง ทุกวันก่อนเลิกเรียน ครูควรมีการประชุมเด็กทั้งห้อง พูดถึงพฤติกรรมที่เหมาะสม และไม่เหมาะสมของเด็กในห้อง และถามเด็กทั้งห้องพร้อมกันว่า เป็นพฤติกรรมที่ดีหรือไม่ เช่น

         - น้อง A พูดจาไพเราะ ครูถามนักเรียนทั้งห้องว่า น้อง A พูดจาไพเราะไหม? เด็กทั้งห้องก็มักจะตอบว่า ใช่

         - ถ้าน้อง B รังแกเพื่อน คุณครูถามนักเรียนทั้งห้องว่า ชอบน้อง B ไหม? เด็กๆก็มักจะตอบว่า ไม่ชอบครูถามต่อไปว่า     ทำไมไม่ชอบน้อง B คะ? เด็กๆก็มักจะตอบว่า น้อง B ชอบแกล้งเพื่อน และชอบทำให้คนอื่นเสียใจ

         คำตอบของเพื่อนทั้งห้องมักมีผลต่อพฤติกรรมต่างๆของเด็ก ซึ่งทำให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กไปในทิศทางที่พึงประสงค์เป็นไปได้ ง่ายขึ้น

          นอกจากนั้น การให้หน้าที่พิเศษที่ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อทำตัวเป็นคนดีตามหลักคุณธรรม เช่น แต่งตั้งให้เป็นผู้ ช่วยครู เป็นผู้ปิดไฟเปิดไฟเวลาทำสมาธิในตอนเช้า เป็นผู้นำร้องเพลงทำสมาธิ เป็นคนบริการอาหารว่างแก่เพื่อน ให้อาหารปลา ฯลฯ ก็จะช่วยทำให้เด็กๆมั่นคงกับพฤติกรรมที่ดีๆของตัวเองต่อไปอย่างยาวนาน

บทความโดย ;  รองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา : http://taamkru.com/th/