Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ อีสาน คนอีสาน ภาคอีสาน
+ ราชบัณฑิตยสภา ตอบข้อสงสัยการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย”
+ เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
+ 'สาสน์' 'สาส์น' และ 'สาร'
+ คำไทยที่มักเขียนผิดกันบ่อยๆ
อ่านทั้งหมด
+ การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ
+

ความรู้พื้นฐานสำหรับใช้ในการสอบครูธุรการโรงเรียน สพฐ.

+

แนวปฏิบัติงานสารบรรณด้วยระบบอิเลกทรอนิกส์

+

อายุของการจัดเก็บหนังสือราชการ

+

แนวปฏิบัติในการจัดเก็บทำลายหนังสือราชการ

อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
23 ก.ย. 58
แก่นแท้วิชาครู(สุทัศน์ เอกา)
 

ภาพโดยสุทัศน์ เอกา

             แก่นแท้ "วิชาครู" หากรู้ "อายตนะ 6 หรือ ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ประเภทก็แจกลูกการสอนที่ก้าวหน้าได้มากมาย คงได้ประโยชน์ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย..ยุคสมัยนี้

การเรียนรู้ของมนุษย์ 6 ทางดังนี้...

           1.ทางตา เมื่อตามองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว ก็เกิดความรู้สึกนึกคิด (Emotion, Feeling, Sentiment)ทาง ใจซึ่งความรู้สึกนึกคิดนี้ แบ่งออกได้อย่างกว้างๆเป็น 3.อย่าง คือ ประทับใจ หรือ ไม่ประทับใจ หรือ รู้สึกเฉยๆ..แล้วก็ เก็บไว้ในความทรงจำต่อไป....

          2. ทางหู เมื่อหูได้ยินเสียงจากที่ใดก็ตาม จะเกิดความรู้สึกนึกคิดทาง ใจซึ่งความรู้สึกนึกคิดนี้ แบ่งออกได้อย่างกว้างๆเป็น 3.อย่าง คือ ประทับใจ หรือไม่ประทับใจ หรือ รู้สึกเฉยๆ... แล้ว เก็บไว้ในความทรงจำต่อไป...

          3. ทางจมูก เมื่อจมูกได้กลิ่นจากอะไรก็ตาม จะเกิดความรู้สึกนึกคิดทาง ใจซึ่งความรู้สึกนึกคิดนี้ แบ่งออกได้อย่างกว้างๆเป็น 3.อย่าง คือ ประทับใจ หรือไม่ประทับใจ หรือ รู้สึกเฉยๆ... แล้ว เก็บไว้ในความทรงจำต่อไป...

          4. ทางลิ้น เมื่อลิ้นได้ลิ้มรสของอะไรก็ตาม จะเกิดความรู้สึกนึกคิดทาง ใจซึ่งความรู้สึกนึกคิดนี้ แบ่งออกได้อย่างกว้างๆเป็น 3.อย่าง คือ ประทับใจ หรือไม่ประทับใจ หรือ รู้สึกเฉยๆ... แล้ว เก็บไว้ในความทรงจำต่อไป...

          5. ทางกาย เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับสิ่งใดๆก็ตาม จะเกิดความรู้สึกนึกคิดทางใจซึ่งความรู้สึกนึกคิดนี้ แบ่งออกได้อย่างกว้างๆเป็น 3.อย่าง คือ ประทับใจ หรือไม่ประทับใจ หรือ รู้สึกเฉยๆ... แล้วเก็บไว้ในความทรงจำต่อไป...

          6.ทางใจ... ใจนี้เป็นแหล่งรวมความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ที่ได้รับมาจากประสาทสัมผัสทั้งห้า และ ใจดวงนี้ก็สามารถ นึกคิดขึ้นมาเองได้จากความทรงจำต่างๆที่เก็บไว้ใน หน่วยความจำหรือ Memory หรือ Perception”.นั่นเอง..และ ใจนี้แหละเป็นตัว กำหนด..เจตนา..หรือ Volition,หรือ Choice,หรือ will” ทำให้มนุษย์แสดง พฤติกรรมต่างๆออกมาตามระดับความรุนแรงของอารมณ์...ที่ได้จากการสัมผัสกับสิ่งนั้นๆ .... วัตถุประสงค์ของการศึกษาที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ รู้ และสามารถหาวิธีระงับยับยั้งอารมณ์ของตนเองกับ สิ่งเร้าในสภาวการณ์แวดล้อมต่างๆได้....

          จะเห็นได้ว่า การที่ประสาทสัมผัสทั้ง 6.ของมนุษย์ ได้ สัมผัสกับ สิ่งเร้า หรือ stimulus”ต่างๆรอบตัว ทำให้เกิดการ เรียนรู้ขึ้นในตัวมนุษย์ ถ้าเป็นเด็ก นี้เป็น Child Centered ของจริง..เป็นยอดปรารถนาในกระบวนการเรียนการสอนยุคปัจจุบัน...

          หน้าที่ของคุณครูก็คือ จะทำกิจกรรม Learning by doing อะไร เพื่อให้พวกเขามีประสบการณ์ Experience learning ที่ทำให้เกิดความรู้ความสามารถขึ้นในตัวเองอย่างแท้จริง

          การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมไปสู่พฤติกรรมที่มีคุณค่า ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ..เพราะตราบใดที่พลเมืองของประเทศนั้นๆ มีปัญญา มีความดี มีคุณสมบัติ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ ประเทศนั้นย่อมสามารถก้าวขึ้นสู่ความเจริญรุ่งเรือง เป็นอันดับต้นๆของโลก อย่างไม่ต้องสงสัยใดๆเลย

ท่านที่เคารพ เหตุที่ทำให้การเรียนการสอนได้ ผลดี มีตัวการอยู่ 2 ตัว คือ

          1. การได้ สัมผัสกับแหล่งความรู้ที่เร้าใจ และ

          2. ความประทับใจ หรือ Impressionที่เกิดขึ้นจากการได้สัมผัสกับแหล่งเรียนรู้นั้น...ท่านผู้อ่านคง ตระหนักแล้วว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือประสบการณ์จริง หรือ Real Experience ที่ประสาทสัมผัสทั้งหกได้สัมผัสโดยตรงกับแหล่งเรียนรู้ที่มีอำนาจเร้าใจ power to Inspire

          ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คุณครูก็ได้รู้แล้วว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับแหล่งความรู้โดยตรง หรือถ้าเป็นไปไม่ได้ จะเป็นเพียงประสบการณ์รอง หรือ Secondary Experience ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ต้องทำให้เกิดความประทับใจ ยิ่งประทับใจมากเท่าไร..ยิ่งเกิดการเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น

          ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ บทสรุปย่อของทฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism : ซึ่งใหม่สุด และแตกสาขาออกไป เป็นการสอนแบบอื่นๆอีกมากมาย แต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

          การเรียนการสอนของคุณครูแห่งศตวรรษที่ 21.ไม่เหน็ดเหนื่อยเหมือนยืนพูดหน้าชั้นทั้งคาบการเรียน และได้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าแบบเดิม คุณครูจะสนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนการสังเกตและวิจัยชั้นเรียน การเสริมศักยภาพเด็ก การวัดผลเพื่อแก้ปัญหาได้ทันที..และคุณครูต้องไม่ถูกบังคับให้ออกไปจากชั้น เรียนโดยเด็ดขาด....

สุทัศน์ เอกา...............บอกความ

ที่มา : https://www.facebook.com/sutat.eaka

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin