Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ทำไมต้องใช้ดินสอเบอร์ 2 ในการทำข้อสอบ
+ ความรู้ความสามารถทั่วไป 6
+ ความรู้ความสามารถทั่วไป 5
+ ความรู้ความสามารถทั่วไป 4
+

ความรู้ความสามารถทั่วไป 3

อ่านทั้งหมด
+ พิมพ์หนังสือราชการไทยอย่างไรให้ถูกต้อง 2
+ พิมพ์หนังสือราชการไทยอย่างไรให้ถูกต้อง 1
+

เลขานุการกับการใช้ตู้เก็บเอกสาร 

+

อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานสำหรับเลขานุการในอนาคต

+

รูปแบบสำนักงาน (office)

อ่านทั้งหมด
+ ผู้บริหารก็ต้อง Learning by Doing
+ หลักปฏิบัติ 12 ประการ สำหรับผู้บริการโรงเรียน
+ ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
+ บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน
+ บุคลิกภาพของครูไทย
อ่านทั้งหมด
+ 5วิธีเพิ่มเพิ่มพลังกาย พลังสมอง
+ นิสัยรักการอ่านแบบ วอร์เรน บัฟเฟตต์
+ 8 นิสัยแย่ๆ ที่ทำลายสมอง (ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ)
+ ทำอย่างไรคุณจึงจะสามารถจดจำสิ่งที่คุณเรียนรู้ได้มากถึง 90%
+ "ระบบพี่ดูแลน้อง" เคล็ดวิชาแอดมิชชั่นยกห้อง
อ่านทั้งหมด
5 ส.ค. 59
ทำอย่างไรคุณจึงจะสามารถจดจำสิ่งที่คุณเรียนรู้ได้มากถึง 90%
 

คุณปรารถนาที่จะเรียนรู้ได้เร็วขึ้นอยู่ใช่ไหม?

ไม่ว่าคุณจะกำลังเรียนภาษาอังกฤษ ฝึกเครื่องดนตรีใหม่ๆ หรือกีฬาที่ยังไม่เคยได้ลอง เราทุกคนสามารถที่จะใช้วิธีการเรียนรู้แบบเร่งรัดได้  เพื่อกอบโกยความรู้ต่างๆ แต่ปัญหาก็คือมันจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างมากต่อวัน

หัวใจหลักของแนวคิด การเรียนรู้เชิงเร่งรัด นั้น ไม่ใช่แค่การต้องใช้เวลาให้มากขึ้นในการเรียนรู้ แต่คือการทำให้เวลาที่ถูกใช้ไปกับการเรียนรู้เกิดผลลัพธ์สูงสุดและคุ้มค่า มากที่สุด

 

เปรียบเสมือนน้ำและถังใส่น้ำ

สมมติว่าคุณต้องการที่จะเติมน้ำลงไปในถัง ถังใส่น้ำโดยทั่วไปแล้ว ควรจะกักเก็บน้ำได้อย่างดีตามหน้าที่ของมัน จนกระทั่งมันเริ่มถูกเติมน้ำลงไปจนล้นถัง 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่ไม่ใช่วิธีการทำงานของสมอง เพราะว่าข้อมูลส่วนมากที่เราได้รับถ่ายทอดสู่สมองนั้นมักจะซึมออกไปในที่สุด แทนที่จะมองว่าความทรงจำของสมองเรานั้นคือถังเก็บน้ำที่กักเก็บทุกๆ อย่างเอาไว้ แต่ให้ลองมองใหม่ว่าสมองของเรานั้นก็คือถังน้ำที่มีรอยรั่วอยู่ 

แม้ว่าการเปรียบเปรยว่าสมองเราเหมือนถังน้ำที่มีรอยรั่วอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่มันคือความจริง สมองของคนเรานั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้จดจำได้ทุกๆ อย่างที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือประสบการณ์ต่างๆ เว้นแต่ว่าคุณจะเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษในการจดจำทุกสิ่งได้ราวกับภาพถ่าย

 

ทำอย่างไรถึงจะสามารถจดจำทุกๆ สิ่งที่เรียนรู้มาได้ถึง 90%?

จากการศึกษา ปีระมิดแห่งการเรียนรู้ ในช่วงยุค 60 ซึ่งถูกวิจัยโดย สถาบัน NLT เมืองเบธเอล รัฐเมน สหรัฐอเมริกา ได้สรุปวิธีการที่มนุษย์เรียนรู้ไว้ดังนี้ 

         โดยจากผลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่ามนุษย์มักจะจดจำ:

          5% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการเรียนรู้ในห้องเรียน เช่น โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย

          10% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการอ่านหนังสือ หรือบทความ

          20% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการรับรู้ผ่านสื่อโสตทัศน์ เช่น แอฟพลิเคชั่น หรือวิดีโอ

           30% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการดูการสาธิตต่างๆ

           50% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการเรียนรู้ผ่านการอภิปรายแบบกลุ่ม

            75% คือ สิ่งที่พวกเขาจำได้จากการฝึกฝนสิ่งที่ได้เรียนรู้มา

           90% คือ สิ่งที่พวกเขาเอาเรื่องที่ได้เรียนรู้นำไปใช้ทันที หรือนำไปถ่ายทอดให้คนอื่นๆต่อไป

 

ในปัจจุบันเราเรียนรู้กันอย่างไรล่ะ?

หนังสือ การฟังบรรยายในห้องเรียน วิดีโอ หรือวิธีการเรียนรู้ที่ไร้ซึ่งการสื่อสารระหว่างกันและกันนั้น 80% – 95% ของข้อมูลที่เรียนรู้มักให้ผลในเชิงเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หรือเรียกได้ว่าไร้ประสิทธิภาพ

ประเด็นก็คือ แทนที่จะบังคับให้สมองของเราจำข้อมูลต่างๆ ให้ได้มากจากการเป็นผู้รับข้อมูลเพียงอย่างเดียว เราควรทุ่มเทเวลา กำลัง และทรัพยากรต่างๆ ที่มีไปกับการมีส่วนร่วม จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า พร้อมกับใช้เวลาที่น้อยกว่าด้วย

ซึ่งหมายความว่า 

หากคุณอยากฝึกพูดภาษาต่างประเทศ คุณควรที่จะหมั่นฝึกสนทนากับเจ้าของภาษาในแบบที่ได้เผชิญหน้ากันและสามารถ โต้ตอบกับคุณได้ทันที (แทนที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านสื่อต่างๆ)

หากคุณต้องการที่จะมีรูปร่างที่ดีสมดั่งปรารถนา คุณควรจะลองหาเทรนเนอร์ส่วนตัวไว้ปรึกษา และให้คำแนะนำคุณในเรื่องนี้อย่างจริงจัง (แทนที่จะชมวิดีโอออกกำลังกายผ่านยูทูป)

หากคุณต้องการลองฝึกฝนเล่นดนตรีชิ้นใหม่ๆ คุณก็ควรจะเรียนจากคุณครูสอนดนตรีหรือเข้าไปมีส่วนร่วมกับคนที่เก่งดนดรี

 

เวลา หรือ เงิน?

หลายต่อหลายครั้งที่คุณมักจะได้ยินใครสักคนพูดว่า ฉันไม่มีเวลาให้กับ…”

แต่เวลาคือสิ่งที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเราจะเป็นใคร อยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ หรือพยายามทำให้สิ่งใด เราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันในทุกๆ วัน ซึ่งเวลาไม่เหมือนกับเงิน เพราะทุกๆ นาทีนั้นมีความเป็นหนึ่งเดียว และเมื่อมันเสียไปแล้ว ไม่มีทางที่จะทวงคืนมาได้อีก

 

คุณอาจจะเชื่องช้า แต่เวลาไม่ได้เชื่องช้าไปกับคุณ เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin)

 เราทุกคนต่างมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมความสำเร็จของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน? ความสำเร็จของมหาเศรษฐีอายุน้อยผู้ที่เริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย หรือนักเรียนที่เก่งภาษาที่เริ่มจากการเป็นแค่ผู้เริ่มหัดพูดไปสู่ความ สามารถที่จะพูดภาษาได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียงแค่สามเดือน ก็เพราะพวกเขาเรียนรู้ที่จะทำให้เกิดประสิทธิผลที่สูงสุด 

ยกตัวอย่างเช่น บุคคลกลุ่ม A ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการเรียนรู้ภาษาหนึ่ง และสามารถจดจำได้ถึง 90% ของเรื่องที่เขาเรียนรู้ ส่วนบุคคลกลุ่ม B ใช้เวลาถึงเก้าชั่วโมงแต่กลับจำจำได้เพียง 10% จะสังเกตได้ว่า กลุ่ม B ต้องใช้เวลามากกว่ากลุ่ม A ถึง 9 เท่า เพื่อที่พวกเขาจะสามารถจดจำเรื่องที่เรียนรู้ให้เท่ากลุ่ม A 

ซึ่งวิธีที่จะช่วยลดเวลาฝึกฝนของเราให้น้อยลงและได้ประสิทธิผลสูงสุด ไม่ใช่การมุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายเล็กๆ เช่น การดูวิดีโอการสอน บนยูทูปเพียงแค่ 10-15 นาที (ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะน้อย เวลาฝึกฝนก็จะต้องมากตาม) แต่หากเรามุ่งเป้าหมายไปจุดที่ใหญ่กว่า อย่างเช่นการเลือกวิธีการที่ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มต้น เช่น การลงทุนในการเรียนรู้จากผู้รู้ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิผลสูงและสามารถลดเวลาฝึกฝนได้เป็นเดือนๆ (ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมาก เวลาฝึกฝนก็น้อยลง)  ซึ่งดีกว่าการใช้เวลาเป็นปีๆ ไปอย่างไม่คุ้มค่ากับความยากลำบาก ความผิดพลาด และสำคัญที่สุดคือ ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเลย

มันคือการตอบโจทย์ที่ว่า เวลาที่เรามีนั้นจำกัด เราต้องมุ่งความสนใจไปที่วิธีการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และเลือกที่จะเพิกเฉยต่อวิธีการอื่นๆ ที่ให้ผลลัพธ์น้อยกว่า

ความสามารถที่จะคงไว้ซึ่งความรู้ในยุคที่การเข้าถึงข้อมูลเกิดขึ้นได้อย่างไม่จำกัดนี้ คือพลังที่แข็งแกร่งที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น 

เราทุกคนแก่ลงในทุกวันๆ แต่วันนี้ ตอนนี้ และเวลานี้ คือเวลาที่คุณยังคงมีความเยาว์วัยมากที่สุด  

คำถามก็คือ แล้วคุณจะปล่อยให้ช่วงเวลาชีวิตวัยเยาว์นี้เสียไปอย่างไร้ประสิทธิผลเหรอ?

cr. : Life Hack

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin