Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ วีดีโอแนะนำบ้านสอบครูและการสมัครสมาชิก
+ ช่องทางการชำระเงินค่าสมาชิกและค่าสั่งซื้ออีบุ๊ค
+ การสมัครสมาชิกทั่วไปดาวน์โหลดข้อมูล(งดบริการ)
+ การสมัครสมาชิกวีไอพีดาวน์โหลดข้อมูล(งดบริการ)
+ เงื่อนไขการดาวน์โหลดข้อมูลสำหรับผู้ไม่ได้เป็นสมาชิก
อ่านทั้งหมด
9 พ.ย. 60
ถามตอบจากข่าว(แนวคิด PulicSchool เพื่อปฏิรูปการศึกษา)
 

ตั้งข้อสอบจากข่าว

ถาม ข้อใดคลาดเคลื่อนไปจากแนวคิด PulicSchool  ในไทย

          ก. เป็นโรงเรียนนิติบุคคล

          ข. รัฐบาลเป็นเจ้าของโรงเรียน

          ค. เอกชนบริหารโรงเรียน

          ง. ครู ปรับเป็นพนักงานของโรงเรียน

ตอบ ;  ง. ครู ปรับเป็นพนักงานของโรงเรียน

เหตุผล  Public School  เป็นนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ เพื่อให้รูปแบบและกระบวนการบริหารจัดการโรงเรียนตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน  Public School ซึ่งจะเป็นโรงเรียนนิติบุคคลที่มีอิสระ เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามาบริหาร โดยรัฐบาลยังคงเป็นเจ้าของและมีการประเมินเป็นระยะๆ ซึ่งหน่วยงานภาคเอกชนที่เข้ามาจะต้องไม่มีการแสวงหากำไร แต่จะเข้ามาเพื่อช่วยยกระดับการศึกษาชาติ และเปิดโอกาสให้ครูสามารถเลือกสถานภาพได้ 2 รูปแบบ คือ ยังคงเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานของโรงเรียน

สรุปประเด็นข่าว

คลอด PulicSchool ปลดล็อกสู่นิติบุคคล(ข่าว)

- การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ครั้งที่ 1/2560 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการรายงานผลการดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นข้อเสนอเบื้องต้นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)

- ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็ได้มีการเสนอเรื่องการพัฒนาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ (Sandbox) เพื่อให้รูปแบบและกระบวนการบริหารจัดการโรงเรียนตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน โดยได้มีการเสนอให้มีการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาแบบใหม่ คือ Public School ซึ่งจะเป็นโรงเรียนนิติบุคคลที่มีอิสระ เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามาบริหาร โดยรัฐบาลยังคงเป็นเจ้าของและมีการประเมินเป็นระยะๆ ซึ่งหน่วยงานภาคเอกชนที่เข้ามาจะต้องไม่มีการแสวงหากำไร แต่จะเข้ามาเพื่อช่วยยกระดับการศึกษาชาติ

- จะมีการปลดล็อกกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และหลักสูตรให้มีความคล่องตัวในการบริหาร แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ และสามารถสร้างนวัตกรรมเกี่ยวเนื้อหาหลักสูตร ปรับรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ที่สำคัญโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับการจัดสรรงบประมาณแบบเงินอุดหนุนทั่วไป ให้ในลักษณะเป็นเงินก้อนที่สามารถนำไปบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ได้ ส่วนนักเรียนจะไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

- มีคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบาย หลักการ ขับเคลื่อน กำกับดูแล ซึ่งจะมีศึกษาธิการจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) เป็นตัวแทนกระทรวงอยู่ในคณะกรรมการอำนวยการฯ

- สำหรับโรงเรียนที่เข้าข่ายโครงการ Public School จะต้องเป็นโรงเรียนรัฐบาล ขนาดเล็กและกลาง ที่มีการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา โดยจะไม่เน้นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว เช่น โรงเรียนประจำจังหวัด ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการตั้งเป้าที่จะจัดโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 77 แห่ง และเริ่มในภาคเรียนที่ 1/2561 พร้อมทั้งกำหนดว่าผู้เรียนจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น และสถานศึกษาที่เข้าร่วมจะต้องผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพภายนอกระดับดีมากภายใน 5 ปี รวมทั้งได้มีการคาดหวังว่าการเรียนการสอนจะต้องเกิดนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน และยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ

- การบริหารของโรงเรียนในรูปแบบใหม่ก็จะต้องสอดคล้องกับระบบการศึกษาปกติ และต้องการให้การจัดการศึกษาในลักษณะนี้ครอบคลุมทั่วประเทศ มีการจัดการศึกษาทั้งสายสามัญและอาชีพ มีความหลากหลายและเป็นรูปธรรม และยังย้ำว่าการทำงานจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน

- การเตรียมการขับเคลื่อน เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปลดล็อกเรื่องการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งของครูและผู้บริหาร ซึ่งในส่วนของครูอาจจะมีการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเลือกสถานภาพได้ 2 รูปแบบ คือ ยังคงเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานของโรงเรียน สำนักงานปลัด ศธ.ดูแลเรื่องงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดูแลเรื่องหลักสูตร

ที่มา ; ไทยโพสต์  Thursday, November 9, 2017 ; เดลินิวส์ พุธที่ 8 พฤศจิกายน 2560

ขยายประเด็นข่าว

1. Public School ในอังกฤษ

    คำหนึ่งในภาษาอังกฤษที่เห็นและใช้กันบ่อยๆ คือคำว่า public (พับ-บลิค) ที่แปลว่าสาธารณะ หากเป็นโรงเรียน public school แปลตรงคือโรงเรียนสาธารณะ หมายถึง โรงเรียนรัฐ ในต่างประเทศ public school หมายถึง ทั้งโรงเรียนรัฐ และโรงเรียนราษฎร์ มาดูกัน

ข้อเขียน คุณนิติ นวรัตน์ public school ในบทความ ศัพท์ที่ใช้ในแวดวงการศึกษา และโรงเรียนแบบไหน?
     ในประเทศอังกฤษ public school หมายถึง โรงเรียนราษฎร์ ซึ่งโรงเรียนราษฎร์ของอังกฤษดังมาก ท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อ Winchester College โรงเรียนวินเชสเตอร์ (ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1382) Eton College โรงเรียนอีตัน (ค.ศ.1440) Rugby School โรงเรียนรักบี (ค.ศ.1567) Harrow School โรงเรียนฮาร์โรว์ (ค.ศ.1571) ฯลฯ เหล่านี้คือ public schoolในอังกฤษ
     public school ของอังกฤษ ถ้าท่านพลิกดูในใบโฆษณาจะเห็นว่าร้อยละ 90 ประกาศว่ารับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา อายุระหว่าง 13 ถึง 18 ปีเข้าเรียนแบบ boarding school หมายถึง นักเรียนต้อง อยู่แบบกินนอน หรือ อยู่ประจำ แต่ก็มีบางแห่งครับ ที่รับ day-pupils หมายถึง รับนักเรียนประเภทไป-กลับ ค่าเล่าเรียนใน public school ของอังกฤษแพงมาก ปีหนึ่งอาจจะถึงล้านบาท แต่ละแห่งรับเด็กน้อยมาก ประมาณ 500-700 คน นอกจาก public school จะสอนวิชาการแล้ว ยังสอนเน้นไปในเรื่องของ discipline ระเบียบวินัย games การกีฬา team spirit ส่งเสริมให้มีสปิริตในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ out-of-school activities มีกิจกรรมนอกหลักสูตร (พวกดนตรี ศิลปะ)  discussion groups การจัดกลุ่มอภิปราย ฯลฯ คนที่จบมาจาก public school มักจะมี snob value หมายถึง มีค่านิยมว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง เป็นคนหัวสูง เป็น elite เอลีต หรือเป็น พวกผู้ดี
       แต่ public school พับลิคสกูล ในบางประเทศ หมายถึง โรงเรียนของรัฐบาล หรือบางประเทศใช้ว่า government school

ที่มา ; ไทยรัฐ

2. Public School ในประเทศออสเตรเลีย

ระบบการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย (Australian Education System)

    มาดูโรงเรียนแบบต่างๆในประเทศออสเตรเลียกันดีกว่า โรงเรียนในระดับ ประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา ในประเทศออสเตรเลีย แบ่งออกเป็น  

ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin