Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ลองดูกฎหมาย(เวริด์)
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
+ สภาปฏิรูปแห่งชาติ
+ รวมกฏหมายการศึกษาขั้นพื้นฐาน
+ รวมคำสั่งมอบอำนาจ
+ ตรวจสอบวุฒิที่ ก.คศ.รับรอง
+ กฎหมายไทย
+ ราชกิจจานุเบกษา
+ เครือข่ายกฎหมายมหาชน
อ่านทั้งหมด
17 ส.ค. 59
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559
 

หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ....และพร้อมประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 160 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา

               “ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกาในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ บอกเล่าถึงการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ว่า ตอนนี้มีกฎหมาย 2 ส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลฯ และ ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ ซึ่งจะต้องรอให้เสร็จออกมาจึงจะดำเนินการจัดตั้ง "ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลฯ สนช. ลงมติเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ....ที่ศาลยุติธรรมยกร่างขึ้นมา และคณะกรรมาธิการ ชั้น สนช. กำลังพิจารณาอยู่ คาดว่าร่างจะเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ 

               “ชาญณรงค์ยังเล่าว่า ระหว่างยังหาที่ก่อสร้างอาคารใหม่ซึ่งอาจใช้เวลาก่อสร้างอีกนานพอสมควร ศาลยุติธรรมมีแผนสำรอง จะหาสถานที่เช่าอาคาร เป็นที่ทำการศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยขณะนี้ฝ่ายแผนงานและงบประมาณ กำลังทำเรื่องเพื่อของบประมาณเช่าจากรัฐบาลเพื่อดำเนินการให้สามารถเปิดศาล ได้ทันภายในเดือน ตุลาคมนี้ แล้วหลังจากก่อสร้างอาคารใหม่เสร็จภายใน 2-3 ปี จึงจะย้ายที่ทำการศาล 

               “เราก็อยากจะเปิดศาลให้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคมนี้" 

               แล้ว...ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีขอบเขตอำนาจพิจารณาคดีอะไรบ้าง 

               ทั้งนี้ ตามร่างจัดตั้งศาลฯ ที่ สนช.ลงมติผ่านแล้ว บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ว่า คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หมายถึง

               (1) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือทุจริตต่อหน้าที่ 

               (2) คดีอาญาที่ฟ้อง ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลธรรมดาที่กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดตาม (1) หรือทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ, กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือกฎหมายอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบ

               (3) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษบุคคลธรรมดาเกี่ยวกับการเรียก รับ หรือให้สินบน หรือการใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจหรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ, ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใด

               (4) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลธรรมดา ตามกฎหมายที่กำหนดให้เป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

 

             (5) คดีอาญาที่ฟ้อง ให้ลงโทษบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตาม (1)-(4) ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ 

               (6) คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ หรือจงใจยื่นบัญชีและเอกสารด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

               (7) คดีที่ร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นปกติ

               “ชาญณรงค์อธิบายให้ฟังง่ายๆ ว่า คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะเป็นคดีที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และพนักงานสอบสวน สรุปสำนวนส่งให้อัยการ ยื่นฟ้อง ข้าราชการทุกระดับ และคดีที่มีเอกชนร่วมกระทำผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ

               ตามกฎหมายทุจริตและประพฤติมิชอบที่ระบุไว้เป็นความผิดด้วย เช่น เอกชน กับเอกชน ร่วมกันทำผิดฮั้วประกวดราคา หรือความผิดเกี่ยวกับเสนอสินบนของเอกชน หรือการใช้อิทธิพล สั่งการ ครอบงำเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งคดีที่ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุข้าราชการมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ส่วนคดีทุจริต และคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ยังคงอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

               “ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะมีศาลที่อยู่ส่วนกลาง 1 แห่งและภาคถึง 9 แห่ง ทำให้ใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาคดีหนึ่งๆ อีกทั้งใช้ระบบไต่สวน ที่พิจารณาคดีติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจนเสร็จการพิจารณาคดี รูปแบบศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยังมีถึง 3 ชั้นศาล คืออุทธรณ์-ฎีกาได้ แต่ยื่นการฎีกาจะเป็นระบบการขออนุญาตโดยศาลฎีกาตรวจดูว่าเป็นการถ่วงคดี หรือมีเหตุควรยื่นฎีกาหรือไม่"

               “ชาญณรงค์ยังชี้ให้เห็นว่า กฎหมายจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริต ฯ ถือว่า ครบเครื่องที่จะแก้ปัญหาทั้งเรื่องจำเลยหลบหนีคดี เพราะมีบทบัญญัติให้ลงโทษสำหรับจำเลยที่หนีคดี โดยคดีหยุดการนับอายุความระหว่างที่จำเลยหนีคดี และคดีสามารถเดินหน้าสืบพยานในชั้นศาลต่อไปได้ และมีคำพิพากษาโดยไม่ต้องมีตัวจำเลย อีกทั้งหากจำเลยจะอุทธรณ์คดีก็ต้องมายื่นเอง หากหลบหนีก็ถือสละสิทธิ์นั้นไป ศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้วว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น

               ส่วน คดีริบทรัพย์หากไปทำทุจริตแล้วได้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมา อย่างเช่น สิทธิที่ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ การค้า ที่สามารถตีประโยชน์นั้นเป็นมูลค่าได้ ก็จะตามริบหมด เพราะบางครั้งการทุจริตอาจไม่ได้เป็นเงินอย่างที่เห็นก็ได้ หรือแม้ทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริตหายไปแล้ว ก็จะต้องตีเป็นมูลค่าเงินว่ากี่ล้าน แล้วตามยึดจากทรัพย์สินอื่น

               การจัดองค์คณะก็มีความสำคัญ ซึ่งการพิจารณาคดีต้องมีระดับหัวหน้าคณะ ที่ผ่านการเป็นหัวหน้าศาลมาแล้ว อายุงานอย่างน้อย 25 ปี ส่วนลูกคณะ ก็ต้องผ่านการทำคดีมาแล้วอย่างน้อย 10 ปี

               “เราตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ขึ้นมา ไม่ได้มุ่งแต่จะลงโทษ แต่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย”  

               เป็นคำทิ้งท้ายจากคนของศาลยุติธรรม

คลิกฉบับราชกิจจา

ที่มา ; คม ชัด ลึก  26 มิถุนายน 2559

 
ดาวน์โหลดไฟล์    
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin