ค้นหา

แผนพัฒนากำลังคนรูปแบบใหม่สร้างบุคลากรที่โลกต้องการ

หากอ้างอิงตามผลสำรวจของ World Economic Forum ที่รายงานไว้เมื่อปี ค.ศ. 2020 จะพบข้อเท็จจริงว่า ระบบพัฒนากำลังคนและการจ้างงานทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รวมถึงความต้องการแรงงานในงานแห่งอนาคต ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาจะชัดเจนขึ้นในหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Analysts and Scientists), ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (AI and Machine Learning Specialists), ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Specialists), ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและกลยุทธ์ดิจิทัล (Digital Marketing and Strategy Specialists) ฯลฯ และเมื่อเทรนด์โลกเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่า แผนยุทธศาสตร์การผลิตกำลังคน เพื่อสร้าง บุคลากรไทย คุณภาพที่โลกต้องการย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ในการผลิต บุคลากรไทย คุณภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงรีบเร่งวางมาตรการพัฒนากำลังคนทักษะอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การสกัดแผนพัฒนากำลังคน ผสมผสานบริบทไทยกับทฤษฎีสากล สร้าง บุคลากรไทย ที่โลกต้องการให้ได้

ชี้ความท้าทายที่มาพร้อมกับโมเดลรูปแบบใหม่ เพื่อพัฒนา บุคลากรไทย คุณภาพ ตอบสนองเทรนด์โลก

โดยล่าสุดในที่ประชุมวางมาตรการพัฒนากำลังคนทักษะอนาคต ของ กระทรวง อว. ได้มีการอัปเดตข้อมูลลและกลไกในการขับเคลื่อนแผนการผลิตกำลังคนคุณภาพของประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานโลก โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้กล่าวถึงข้อมูลที่น่าสนใจต่อที่ประชุมว่า

ผลสำรวจสมรรถนะบุคลากรในอนาคตสำหรับ 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2567 จากภาคเอกชน เราพบว่า 5 อับดับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการอาชีพที่มีความต้องการสูง (Premium Job) ได้แก่

1. อุตสาหกรรมดิจิทัล

2. อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

3. อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

4. อุตสาหกรรมพลังงานชีวมวลและชีวเคมี

5. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ด้านกำลังคนของประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนแรงงานบางสาขาที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุน เช่น สาขาดิจิทัล สาขาบริการทางการแพทย์และสุขภาพ สาขาปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์”

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการลงทุนในระยะยาวยังมีอยู่อย่างจำกัด และไม่ทันต่อความต้องการ สอวช. จึงได้จัดทำโมเดลรูปแบบใหม่ในการพัฒนากำลังคนในปัจจุบัน ประกอบด้วย

1. การจับคู่จ้างงานระหว่างผู้ต้องการทำงานกับภาคเอกชนหรือนายจ้าง ซึ่งภาคเอกชนหรือนายจ้างมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตร

2. การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามข้อจากัดด้านเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อผลิตกำลังคนทักษะสูงที่ตอบโจทย์ประเทศ และสร้างนวัตกรรมการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox)

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างและยกระดับความสามารถของผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาและพัฒนางานวิจัยในภาคการผลิตและบริการ

4. การพัฒนาแพลตฟอร์มทักษะอนาคตให้ทุกคนเข้าถึงได้

โดยในโอกาสนี้ได้มีการขึ้นรูปแพลตฟอร์มรองรับความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม มาตรการ Thailand Plus Package เพื่อพัฒนา บุคลากรไทย ให้มีทักษะสูงทางด้านสะเต็มและส่งเสริมการจ้างงานบุคลากรผู้มีทักษะสูงสะเต็มด้วย”

ทั้งนี้ บริษัทที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก อว. สามารถนำค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ 250% ส่วนบริษัทในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จ้างพนักงานใหม่ด้านสะเต็ม สามารถนำค่าจ้างพนักงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ 150%”

และจากการหารือล่าสุดระหว่าง สอวช.กับกรมสรรพากร มีข้อสรุปว่าจะขยายระยะเวลาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการข้างต้นต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี ขณะเดียวกัน สอวช. ยังได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด (ไบร์ทเทอร์บี) ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม BrighterBee Talent Solution ที่จะเปิดให้นักศึกษา 2 ล้านคนเรียนฟรี ในหลักสูตรทั้งด้าน Hard skill และ Soft skill รวมกว่า 250 หลักสูตร ซึ่งสามารถต่อยอดจับคู่สถานประกอบการและได้งานทันทีหลังเรียนจบ”

นอกจากนั้น ดร.กิติพงค์ ยังได้เสนอต่อที่ประชุม ถึงกรอบมาตรการการพัฒนากำลังคนทักษะแห่งอนาคตเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีข้างหน้า ครอบคลุม 6 หัวข้อหลัก

1. แพลตฟอร์มทักษะอนาคต (Skill Future Platform) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ถึงความต้องการ การประเมินผล โปรแกรมการอบรม รวมถึงการจับคู่การจ้างงาน

2. บัญชีทักษะอนาคต (Skill Future Account) แนวทางการนำกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Wallet มาใช้

3. ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) ที่จะเชื่อมโยงกับสถานศึกษาและหน่วยฝึกอบรมทั้งรัฐและเอกชน เชื่อมโยงไปถึงการเข้าสู่เส้นทางอาชีพของบัณฑิต

4. การปรับเปลี่ยนรูปแบบของมหาวิทยาลัย (University Transformation) ผ่านการพัฒนามาตรฐานหลักสูตร จัดทำหลักสูตรที่แตกต่างไปจากมาตรฐานเดิม และมีการทำงานควบคู่ไปกับการเรียนด้วย

5. กำลังคนศักยภาพสูงของไทย (Talent Thailand) มีการจัดทำคลังรวบรวมกลุ่มที่มีศักยภาพสูง

6. สิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจ (Incentive) ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนด้านการเงิน

ใช้บริบทไทยผสมผสานกับแนวทางจากต่างชาติ สร้างแผนผลิตกำลังคนแบบใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานโลก

 

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้ข้อคิดเสนอแนะ ต่อแผนมาตรการพัฒนากำลังคนทักษะอนาคต ที่เสนอโดย สอวช. ว่า

การพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในส่วนของบริบทของประเทศไทยอยากให้คิดนอกกรอบและเสริมทักษะในส่วนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry), เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ครอบคลุมถึงการพัฒนากำลังคนด้านศิลปะ สุนทรียะ กีฬา การท่องเที่ยว การแพทย์ รวมถึงการพัฒนากำลังคนในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่จะเป็นสัดส่วนประชากรสำคัญของไทย ต้องดึงคนเหล่านี้เข้ามาเป็นกำลังของประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศ”

นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการปรับบทบาท ปรับกระบวนทัศน์ ปรับวิธีคิดของนักศึกษาและมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยจะต้องปรับรูปแบบเป็นมหาวิทยาลัยของบริษัทหรือองค์กร (Corporate University) มากขึ้น เช่น แนวทางการจัดการศึกษาในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติ ทำงานจริงในระหว่างเรียน และสามารถหารายได้ได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่”

ทั้งนี้ ศ.ดร.เอนก ยังได้มอบหมายให้ สอวช. จัดทำแผนพัฒนากำลังคนที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้สกัดแผนให้เข้ากับบริบทไทยผสมผสานกับแนวทางจากต่างชาติ ค้นหาในส่วนที่เป็นจุดแข็งของเรา ให้รู้ว่าเราเก่งในด้านไหน เก่งเพราะอะไร เพื่อเสริมตาน้ำให้แข็งแกร่งขึ้น หรือมองหาสิ่งที่เรายังขาดเพื่อเติมเต็มในจุดนั้น ให้ได้เป็นแผนพัฒนากำลังคนที่มีความเข้มแข็ง เห็นแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถยกระดับการพัฒนากำลังคนของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลจาก : รายงานข่าว เรื่อง ““เอนก” มอบ สอวช. สกัดแผนพัฒนากำลังคน ผสมผสานบริบทไทยกับทฤษฎีสากล มั่นใจสู้ต่างชาติได้ ในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว” จากเว็บไซต์ สอวช. 

ที่มา ; SALIKA

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น