ค้นหา

ครูเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา จี้สอนเด็กรับมือยุคดิสรัปชั่น

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปราศัยเปิดงานวันครู ครั้งที่ 67 ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” Teacher’s Power is the Heart of Transforming the Educational Quality ตอนหนึ่งว่า ตนได้มาร่วมงานวันครู และวันเด็กที่ ศธ.เป็นประจำทุกปี ครูเป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่ของครูทุกคนในการสร้างสรรค์ ปั้นแต่งให้ศิษย์ มีคุณลักษณะที่ดี เป็นพลเมืองดี เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของสังคม สำหรับคำขวัญวันครูปีนี้ ที่ว่า “ครูดี ศิษย์ดี มีอนาคต” เพราะต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่า ส่วนสำคัญที่สุดของการศึกษา คือทำให้ทุกคนมีอนาคต 

เชื่อมั่นว่า พลังของครูทุกคนเป็นหัวใจของการนำความเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพการศึกษา ในการสร้างและพัฒนาคนเพื่ออนาคตของประเทศ ครูต้องเป็นผู้นำของการเรียนรู้ กระตุ้นสร้างแรงบรรดาลใจ ทัศนคติที่ดีให้เด็กนักเรียน เด็กเปรียบเสมือนเหมือนผ้าสีขาว ด้ายหรือไหมสีขาว ที่พร้อมจะถูกใส่ลวดลาย ใส่สีที่สวยงาม เพราะฉะนั้นควรจะต้องเริ่มจากสีที่บริสุทธิ์ก่อน อยากให้ทุกคนมอง ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กสนใจเรื่องการศึกษา สนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง พัฒนาการของโลกใบนี้ ซึ่งไม่ใช่โลกใบเดิม มีเทคโนโลยีและการเจริญเติบโตทางด้านเทคโนโลยี 

หากไม่เตรียมตัวรับมือกับสิ่งเหล่านี้ จะเกิดดิสรัปชั่นขึ้นมามากมาย เกิดผลกระทบกับตัวเรา ครอบครัว ประเทศชาติ ดังนั้นครูเป็นผู้นำการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ทัศนคติที่ดีให้กับผู้เรียน เติมเต็มความรู้พัฒนาผู้เรียนให้มีปัญญางอกงาม ในทางที่ดี ในทางที่ถูกต้อง ไม่ทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายทำให้เกิดปัญหากับสังคมโดยรวม เป็นหน้าที่ของครูทุกคนที่จะต้องจุดประกาย ให้ผู้เรียนรู้จักคิดเป็นและแก้ปัญหาได้ 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของ คำว่า ครูดี ศิษย์ดี ถึงจะมีอนาคต ซึ่งหมายถึงประเทศชาติที่จะมีอนาคตไปด้วย ขอฝากตรงนี้ ครูจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กทุกคนในการเรียกรู้ที่ถูกต้อง เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี ซึ่งไม่ยาก ทุกอย่างอยู่ที่จิตใจ ร่างกาย ความประพฤติประกอบกัน ตัวเรารู้ตัวว่าอะไรดีหรือไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรที่ไม่ดี ตนพยายามที่จะประคับประคองทุกอย่างให้เดินไปข้างหน้าได้ บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ตนไม่อาจไปกล่าวว่าใครทำดีหรือไม่ ผมมีหน้าที่คือ ทำดีไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นต้องสร้างคนของเราให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต ซึ่งคือ เรื่องความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ผู้บริหารการศึกษาในทุกรูปแบบ จำเป็นต้องพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดไปแล้ว คือการจัดการศึกษาให้ตอบสนองต่อทันต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ดังนี้

·      เน้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะในการออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสัญลักษณ์การเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีทักษะในการใช้เทคโนลียีดิจิทัลได้อย่างรู้เท่าทัน ทักษะการใช้ชีวิตในโลกอนาคต พร้อมต้องรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว รู้จักรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

·      ส่งเสริมการเรียนรู้ และการสร้างสมรรถนะโดยใช้เครื่องมือ ดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศมากขึ้นในอนาคต โดยขณะนี้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้ง 5 อุตสาหกรรมเดิม ที่ต้องพัฒนาให้ทันสมัย และได้มีการจัดตั้งอุตสาหกรรมใหม่ รวมทั้งหมด 12 อุตสาหกรรม พัฒนาในพื้นที่ที่มีการสร้างเครือข่ายพื้นฐานไว้ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องทำให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับประเทศรอบด้าน จำเป็นต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้ เพราะบางอย่างไม่มีในตำรา และนำเข้าสู่วิชาการ

วันนี้การสอนการเรียน ทั้งหมดเป็นการเรียนที่เรียกว่า แอ๊กทีฟเลิร์นนิ่ง ไม่ใช่สอนแต่ตำราอย่างเดียวและก็ตอบข้อสอบไม่ได้ เพราะสอนแต่ถูกผิดอย่างเดียว ไม่ได้สร้างจิตวิญญาณในการคิด เข้าใจร่วมกันออกมา ผมเองก็ถูกสอนมาแบบเดิม แต่ก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองเรียนรู้ อ่านหนังสือ รับฟังผู้รู้ และใช้วิจารณญาณในการใคร่ครวญว่าจะพัฒนาประเทศอย่างไร ขอบคุณครูผู้อาวุโสทั้งหมดที่ได้สอน กระทั่งผมได้มายืนอยู่ตรงนี้ เพราะผมมีครูที่ดี และมีสังคมที่ดี ผมพยายามจะทำตัวให้อยู่ในกรอบ มีวินัย และสิ่งสำคัญคือ สอนให้ผมเป็นคนดี สุจริต ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทั้งสิ้น จะไม่มีละเว้นใคร ตราบใดที่มีคดีเกิดขึ้นมา ทุกเรื่องกำลังขับเคลื่อน เมื่อเกิดขึ้นก็สอบสวนและ

·      การจัดสถานการณ์การเรียนรู้ให้นักเรียนได้รู้จักรากเหง้าของชาติ เอกลักษณ์ของชาติ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของไทยแม้จะให้ความสนใจในวัฒนธรรมต่างประเทศ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่วัฒนธรรมรากเหง้าของไทยยังมีอยู่ ดังนั้นอย่าลืม ถ้าเราไม่รู้ความเป็นมา ก็จะไม่รักประเทศ หลายคนลืมไปแล้วว่า เราคือคนไทย เกิดที่ไทย ประกอบอาชีพ กินนอนที่ไทย และอาจต้องตายที่ไทย เพราะคือแผ่นดินของเรา เป็นสิ่งที่ต้องถ่ายทอด เราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เป็นคำที่กล่าวแล้วอาจจะเข้าใจยาก แต่แค่ทำความดี ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ทำให้ประเทศสงบสุขมากแล้ว 

ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องออกแบบการเรียนรู้และกิจกรรมให้นักเรียนเข้าใจในส่วนนี้ รวมไปถึงสอนให้เด็กศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้และกลับไปพัฒนาครอบครัว เรากำลังก้าวไปสู่อนาคตที่ดี โดยจะต้องอยู่ในหลักการที่ว่านักเรียนสามารถสร้างการเรียนรู้เองได้ ด้วยเหตุและผล เรียนประวัติศาสตร์แนวใหม่ไม่ใช่สอนท่อง อีกอย่างที่ผมเห็นคือข้อสอบ วัดเป็นแบบวงกลม เลือกคำตอบทั้งสิ้น ทำให้เด็กไม่ถนัดการเขียนที่สละสลวย ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่เน้นการเขียนข้อสอบแต่ก็เข้าใจว่า ข้อเขียนจะตรวจยาก เพราะฉะนั้น การออกข้อสอบ จะต้องให้คนได้พัฒนาและเรียนรู้ อ่านเข้าใจ เกิดประโยชน์ ตัดสินใจได้ถูกต้อง ซึ่งต้องไปดูว่าจะปรับปรุงอย่างไร รวมถึงต้องสอนทั้งในและนอกตำรา ที่ไม่ทำให้เกิดความสับสน” นายกฯกล่าว 

นายกฯกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งหมดนี้อยู่ที่ ศธ.และทุกคนที่จะแก้ไข โดยตนให้ความสำคัญไปถึงสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่เปิดรับเด็กขาดโอกาส ตนเป็นคนเริ่มนำ กศน. เข้าไปในค่ายทหาร เพื่อพัฒนาการศึกษาพลทหาร กลับไปให้ความรู้ในชุมชน ขอให้มีการขยาย เรียนรู้ทางออนไลน์ ให้ทุกคนได้ศึกษาเล่าเรียน วันนี้หลายคนต้องออกจากการศึกษา

ดังนั้นต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรที่จะดึงกลับเข้ามา เช่น ให้ความรู้ผ่านออนไลน์ ซึ่งมีหลายหน่วยงานดำเนินการ หากสามารถดำเนินการได้จะประสบความสำเร็จ เรามีเป้าหมายร่วมกัน คือพัฒนาผู้เรียน ทุกคนต้องร่วมมือกัน ตนพยายามจะดูแลแก้ปัญหาครู โดยได้ให้แนวทางแก้ปัญหา ทุกอย่างค่อยๆ ดำเนินการพัฒนาและแก้ปัญหา ตนอาจจะพูดเยอะเพราะวันนี้สถานการณ์อาจจะมีปัญหา จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น ขอให้ทุกคนใคร่ครวญให้ดี ตนไม่บังอาจจะไปว่าใครดี หรือไม่ดี สิ่งสำคัญที่ดีที่สุดคือทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ มีเสถียรภาพทางการเงิน การคลังที่เข้มแข็งเหมือนทุกวันนี้ 

เราผ่านสถานการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มาได้แล้ว การท่องเที่ยว เศรษฐกิจดีขึ้น ฝ่าฟันมาด้วยหยาดเหงื่อ แรงกาย เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าก็ต้องฝ่าฟัน จับมือเดินไปด้วยกัน การช่วยเหลือแบบให้เปล่ามากๆ เป็นไปไม่ได้ จำไว้ว่าเป็นไปไม่ได้ ทุกคนต้องเข้าใจระบบบริหารราชการแผ่นดิน ระบบการเงินการคลังของประเทศ 

นายกฯ’ ย้ำครู เป็นหัวใจ สำคัญของการศึกษา จี้สอนเด็กรับมือยุคดิสรัปชั่น รู้ประวัติศาสตร์ รักชาติ ทิ้งท้ายใกล้เลือกตั้ง ขอทุกคนใคร่ครวญ ใครดีไม่ดี 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ รับลูก ‘บิ๊กตู่’ พัฒนาการสอนประวัติศาสตร์ให้เด็กรักชาติ-คิดวิเคราะห์เป็น

 

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.ได้ปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ลดเวลาการย้ายจาก 4 ปี เหลือ 2 ปี เพื่อให้ครูสามารถกลับบ้านและมีขวัญกำลังใจในการทำงาน ส่วนของการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็จะปรับกลไกในการสอบที่เดิมต้องสอบในรูปแบบเดียวกันหมด ซึ่งทำให้เราได้ครูไม่ตรงตามความต้องการ จึงปรับการสอบเหลือเพียงวิชาชีพครู กับวิชาที่สอน หรือวิชาเอก เพื่อให้ได้รับครูได้ตรงกับตามเป้าหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้นโยบายว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็ว ครูจะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งจะต้องพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ดังนั้น ศธ.จะขับเคลื่อนการพัฒนาครูต่อไป นอกจากนี้ นายกฯ ได้เน้นย้ำการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมา ศธ.ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็จะเดินหน้าต่อ โดยให้เด็กรู้ที่มา สามารถนำประวัติศาสตร์มาใช้ในการคิดวิเคราะห์ และทำให้เกิดความรักชาติ ทั้งนี้ ศธ.จะทบทวนการวัดและประเมินผล เพื่อให้สอดกับบริบทต่างๆ” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ ย้ำ ครูเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง-ทำประเทศเจริญก้าวหน้า

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสการจัดงานวันครูแห่งชาติครั้งที่ 67 พ.ศ.2566 ภายใต้หัวข้อ “พลังครูคือหัวใจ ของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” ขอส่งความรัก ความคารพ ความศรัทธา และความปรารถนาดีมายังพี่น้องเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ขอขอบคุณหัวใจครูทุกดวงที่ได้ร่วมใจรวมพลัง มุ่งมั่นทุ่มเทด้วยสติปัญญา และจิตวิญญาณของผู้ให้ เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งในห้วงเวลาปกติและห้วงเวลาที่เกิดสภาวะการณ์ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นบทพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจของครูผู้ให้ยังคงยิ่งใหญ่เสมอ ไม่ว่าเกิดเหตุการณ์ หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ 

ความสำเร็จในการขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษาโดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน ให้เป็นผู้มีความรู้มีสมรรถนะ และมีทักษะสำคัญต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ที่ควบคู่กับการมีคุณธรรมและจริยธรรมนั้น ศธ.จึงได้กำหนดนโยบายและจุดเน้น 7 ประการที่เป็นมิติสำคัญเชื่อมโยง เสริมหนุน สู่การยกระดับคุณภาพจัดการศึกษา ตอบโจทย์สภาพปัจจุบันและเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับโลกอนาคต อันได้แก่ สร้างวิถีใหม่การจัดการศึกษา เพื่อความปลอดภัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาส ความสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย พัฒนาทักษะอาชีพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล และการขับเคสื่อนกฎหมายทางการศึกษา โดยมีความเชื่อมั่น ว่าพลังจากทุกท่านจะช่วยขับคลื่อนคุณภาพการศึกษาของขาติ ให้สัมฤทธิ์ผสได้ตามเป้าหมาย และมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ มอบรางวัลคุรุสดุดี ขอครูไม่หยุดนิ่ง พัฒนาการสอนให้ทันโลกศตวรรษที่ 21 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ..ตรีนุช เทียนทอง รับมนตรีว่าการ ศธกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งในการเป็นประธานมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2565 ว่า รางวัล “คุรุสดุดี  สื่อความหมายได้เป็นที่ชัดเจนว่า ครูที่ได้รางวัลนี้ เป็นผู้ได้รับการสรรเสริญ ถึงคุณงามความดี และความสามารถในวิชาชีพครู ที่ได้มีการสั่งสม และพัฒนาให้มีความก้าวหน้า อีกทั้งได้นําความรู้ ความชํานาญ และประสบการณ์ในวิชาชีพ มาถ่ายทอด และบ่มเพาะให้ศิษย์เป็นผู้มีความรู้ มีทักษะความสามารถ มีทักษะการดําเนินชีวิต และเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคล ที่มีคุณค่า เพื่อสร้างประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และประเทศชาติ  

 

ผู้เป็น คุรุ ย่อมเป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่งในการเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะโลกในศตวรรษที่ 21 ครูต้องเป็นผู้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ และพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม และเทคโนโลยี บทบาทของครูต้องปรับเปลี่ยนเป็นผู้อํานวยการเรียนรู้ให้กับศิษย์ เป็นผู้เฝ้าสังเกต และแนะนําแนวทางให้ศิษย์ได้แสดงศักยภาพ และความสามารถ ของตนเองออกมาให้ได้ ผ่านรูปแบบทางการศึกษาที่ส่งเสริมให้ศิษย์ได้มีทักษะ การคิดวิเคราะห์ เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีพื้นฐานทางสุขภาวะและอารมณ์ที่ดี ขณะเดียวกัน ครูยังต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสู่ความเป็นสากลทั้งด้านภาษา และเทคโนโลยีดิจิทัล” ..ตรีนุช กล่าว  

 

..ตรีนุช กล่าวต่อว่า วันครูในปี 2566 ภายใต้แนวคิดที่ทางคุรุสภาได้กําหนดไว้ว่า พลังครู คือหัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา  เป็นการเน้นย้ำให้คุณครูทุกคนได้ ตระหนักถึงความสําคัญของพลังในตัวเองว่า พลังของครูคือพลังสําคัญ ที่จะพัฒนาและพลิกโฉมการศึกษาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นไป ครูต้องเป็นผู้สร้างศิษย์ สร้างตัวเอง และสร้างศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ การสร้างอนาคตของชาติ ดังคําขวัญวันครูที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้ไว้ว่าครูดี ศิษย์ดี มีอนาคต 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 17 มกราคม 2566

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น