ค้นหา

เตรียมวางไทม์ไลน์ สอบ ‘ผอ.-ครู’ กำหนดปฏิทินรายปี

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการยื่นขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว9/2564) หรือเกณฑ์ PA (Performance Agreement) นั้น ตัวเลขล่าสุด มีครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ขอยืนประเมิน ทั้งหมด 34,000 ราย มีผลการประเมินออกมาแล้ว 25,844 ราย อยู่ระหว่างการประเมิน 3,901 ราย และอยู่ระหว่างสุ่มเลือกกรรมการผู้ประเมิน 1,074 ราย โดยก.ค.ศ. สามารถประเมินได้ เฉลี่ยวันละ 1,000 ราย เนื่องจากมีการเพิ่มกรรมการผู้ประเมิน ทำให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว คิดว่า จากนี้ การประเมินจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก 

ในช่วงแรก ระบบอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง เพราะเป็นเรื่องใหม่ แต่ ก.ค.ศ. รับฟังทุกเสียงสะท้อนจากครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำทุกความคิดเห็นมาปรับปรุงและพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น จนได้รับเสียงสะท้อนจากครู ที่ยื่นประเมิน อาทิ ครูรายหนึ่ง ระบุ ว่า ระบบการประเมินวิทยฐานะ ด้วยเกณฑ์ PA เป็นระบบที่มีความรวดเร็ว โดยครูรายดังกล่าว ยื่นขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ เข้ามาในวันที่ 5 พฤษภาคม และสามารถรู้ผลการประเมินได้ภายในวันที่ 20 มิถุนายน ซึ่งถือว่าเร็วมาก อีกทั้งยังเป็นเกณฑ์ ที่ช่วยลดการจัดทำเอกสารได้จริง รวมถึงทำให้ครูเกิดเครือข่ายการพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน ตรงนี้เป็นเสียงสะท้อนในแง่ดีที่เกิดขึ้น เชื่อว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาการเรียนการสอนในอนาคต” นายประวิต กล่าว 

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า ส่วนการประเมินวิทยฐานะกลุ่มค้างทอ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินแบบเดิมนั้น ดำเนินการแล้วเสร็จเกือบ 100% แล้ว เหลือเพียงสายบริหาร หรือกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน ประมาณกว่า 100 ราย ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เตรียมเสนอตั้งกรรมการอ่านผลงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้เช่นกัน 

ส่วนความคืบหน้ากรณี กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา ฟ้องศาลปกครองกลาง กรณีที่ก.ค.ศ. พิจารณาให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ.0206.3/ว.13 หรือเกณฑ์ ว13 เรื่องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งเปิดให้ยื่นตั้งแต่ปี 2559 และได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติในปี 2561 ทำให้เสียสิทธิ และก.ค.ศ.มีมติให้ผู้ที่ยื่นขอทบทวน แต่ก็ยังมีบางรายได้รับการพิจารณาว่าขาดคุณสมบัติ และได้ยื่นฟ้อง ก.ค.ศ. ในเวลาต่อมานั้น ล่าสุดศาลปกครองได้ตัดสินคดีความดังกล่าวแล้ว 1 ราย โดยสรุปให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ ดังนั้น กรณีที่มีการฟ้องร้องที่คล้ายคลึงกันจึงถือว่าสิ้นสุดเช่นกัน 

นายประวิต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ครั้งต่อไป เตรียมเสนอให้ที่ประชุม พิจารณาการวางแนวปฏิทินการบริหารงานบุคคลซึ่งจะวางไทม์ไลน์ การแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การย้ายผู้บริหาร การจัดสอบครู ของส่วนราชการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันทั้งระบบตลอดทั้งปี เพื่อให้ฝ่ายผลิต และฝ่ายใช้เข้าใจตรงกัน ไม่เกิดปัญหาขาดแคลนครูอย่างที่ผ่านมา โดยจะมีการกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 มิถุนายน 2566

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น