สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ก.ค.ศ.คืนอัตราครูเกษียณให้สถานศึกษา 1.6 หมื่นอัตรา

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. … และเห็นชอบ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. และหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

ที่ประชุมยังอนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวนทั้งสิ้น 16,019 อัตรา ดังนี้

  • สังกัดสำนักงานปลัด ศธ. 106 อัตรา
  • สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 5 อัตรา
  • สังกัด สพฐ. 15,194 อัตรา
  • สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 539 อัตรา
  • สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จำนวน 175 อัตรา 

ทั้งนี้ ให้ สพฐ. สอศ. และ สกร. สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 3,938 อัตรา จำนวน 183 อัตรา และจำนวน 8 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติ ครม. และที่ประชุม ศธ.โดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับส่วนราชการนั้นๆ” น.ส.ตรีนุชกล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 24 สิงหาคม 2566

 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2566

24 สิงหาคม 2566 / ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2566 โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้ 

@เห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ….

ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่า ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ได้บังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ไม่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับความเหมาะสมและเพื่อความมีประสิทธิภาพ โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

·      กำหนดขั้นตอนการรายงานการดำเนินการทางวินัยการและการรายงานการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาและมิได้สังกัดเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสถานศึกษาที่สอนระดับปริญญา โดยยกเลิกคำนิยามและอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือปลัดกระทรวงอื่นที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการรายงานการดำเนินการทางวินัยตามระเบียบนี้ออก เนื่องจากหน่วยงานการศึกษาที่สังกัดปลัดกระทรวงดังกล่าว เช่น สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติจัดตั้งแล้วและมีองค์กรการบริหารงานบุคคลของตนเองแล้ว คือ สภามหาวิทยาลัย/สภาสถาบันทำหน้าที่ออกข้อบังคับการบริหารงานบุคคลและดำเนอนการบริหารงานบุคคล

·      กำหนดระยะเวลาการดำเนินการซึ่งเกี่ยวข้องกับการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการ

·      กำหนดวิธีการและเอกสารประกอบการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการให้ออกจากราชการของผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แล้วแต่กรณี อาจกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมีรายการตามเอกสารตามรายการแนบท้ายระเบียบ

 

@เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.6/14 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ข้อ 12 กำหนดว่า “การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด” 

ก.ค.ศ. จึงได้จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่ใกล้เคียงไปเรียกบรรจุครูผู้ช่วยได้ในกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนไม่มีผู้สอบได้หรือไม่มีการขึ้นบัญชีไว้

ทั้งนี้ เพื่อให้สถานศึกษามีครูปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนครู รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ได้ปรับให้มีระยะเวลาการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น และเป็นไปตามระเบียบและหลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ซึ่ง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว 

สรุปสาระสำคัญ หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ใช้สำหรับการขอใช้บัญชีเฉพาะสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

การขอใช้บัญชี
หลักการการขอใช้บัญชีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่จะบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ใกล้เคียงที่สุด โดยพิจารณาจากระยะทางที่ตั้งระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
การขอใช้บัญชีสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่จะบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ใกล้เคียงที่สุดก่อน โดยพิจารณาจากระยะทางระหว่างที่ตั้งของสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้งกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หากไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
 

การดำเนินการขอใช้บัญชี
เมื่อมีตำแหน่งว่าง ผู้ขอใช้บัญชีจะต้องเสนอข้อมูลจำนวนตำแหน่งว่างในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ประสงค์ขอใช้บัญชี และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชาฯ ที่ประสงค์ขอใช้ ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี พิจารณา
เมื่อผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีของผู้ขอใช้บัญชีแล้ว จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีเดิม
กรณีเมื่อผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่สมัครใจและได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ของผู้ขอใช้บัญชีแล้ว หากไม่ไปรายงานตัวตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือขอสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่อาจรับการบรรจุและแต่งตั้งตามวันที่กำหนดได้ ให้ถือว่าผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง และจะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ทั้งบัญชีเดิมตามประกาศของผู้ขอใช้บัญชี
เมื่อบรรจุและแต่งตั้งสอบแข่งขันได้แล้ว สถานศึกษาที่รับการบรรจุและแต่งตั้งจะต้องมีอัตรากำลังสายางานการสอน ไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด

การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่นให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

 

@อนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวนทั้งสิ้น 16,019 อัตรา ดังนี้

·      สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 106 อัตรา

·      สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 5 อัตรา

·      สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15,194 อัตรา

·      สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 539 อัตรา

·      สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 175 อัตรา

 

 

ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 3,938 อัตรา จำนวน 183 อัตรา และจำนวน 8 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติ ครม. และที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการโดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับส่วนราชการนั้น ๆ 

ที่มา : ศธ 360 องศา

เกี่ยวข้องกัน

 

การวางแผน(จัดสรร) อัตราครูเกษียณเพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งครูตามโครงการครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

 

สรุปสาระสำคัญ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานการประชุม ก.ค.ศ. เปิดเผยผลการประชุมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่ประชุมเห็นชอบร่างระเบียบการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการ เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน และกำหนดขั้นตอน ระยะเวลา และวิธีการรายงานที่ชัดเจน รวมถึงรองรับการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักเกณฑ์การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากเขตพื้นที่หนึ่งไปใช้ในอีกเขตหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู โดยกำหนดหลักการ วิธีการขอใช้บัญชี การเปลี่ยนสถานะผู้สอบแข่งขันได้ และระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน

 

ที่ประชุมยังอนุมัติการจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณปี 2566 จำนวน 16,019 อัตรา ในหลายสังกัด รวมทั้งให้ สพฐ. สอศ. และ สกร. สงวนอัตราครูผู้ช่วยบางส่วนเพื่อรองรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นตามมติ ครม. ทั้งหมดเพื่อให้สถานศึกษามีบุคลากรเพียงพอและบริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ


แนวข้อสอบ

1. การปรับปรุงระเบียบการรายงานทางวินัยมีเป้าหมายแก้ปัญหาใดเป็นสำคัญที่สุด

ก. ลดภาระงานของผู้บริหารโรงเรียน
ข. ให้การรายงานสอดคล้องบริบทการบริหารบุคคลปัจจุบัน
ค. เพิ่มบทลงโทษครูผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรง
ง. ขยายอำนาจปลัดกระทรวงต่าง ๆ ให้ครอบคลุมการศึกษา

เฉลย: ข.
เหตุผล: เนื้อหาระบุชัดว่าระเบียบเดิมไม่สอดคล้องบริบทปัจจุบัน จึงต้องปรับเพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

2. หลักเกณฑ์การใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากเขตอื่น ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใดโดยตรง

ก. การเลื่อนวิทยฐานะไม่ทันเวลา
ข. การกระจายภาระงานครูไม่เท่าเทียม
ค. การขาดแคลนครูในบางพื้นที่
ง. การใช้จ่ายงบประมาณบรรจุครูไม่โปร่งใส

เฉลย: ค.
เหตุผล: ข้อความระบุชัดว่าเพื่อให้สถานศึกษามีครูปฏิบัติหน้าที่ ลดปัญหาการขาดแคลนครู

3. การยกเลิกอำนาจปลัดกระทรวงอื่น (ที่ไม่ใช่ ศธ.) ในระเบียบฉบับใหม่สะท้อนหลักการใด

ก. การรวมศูนย์อำนาจภายในกระทรวงศึกษาธิการ
ข. การเคารพโครงสร้างบริหารบุคคลของหน่วยงานที่มี พ.ร.บ. จัดตั้งแล้ว
ค. การลดบทบาทสภามหาวิทยาลัย
ง. การเพิ่มอำนาจ ก.ค.ศ. เหนือทุกหน่วยงานการศึกษา

เฉลย: ข.
เหตุผล: ระบุว่าหน่วยงานเหล่านั้นมี พ.ร.บ. จัดตั้งและมีองค์กรบริหารบุคคลของตนเองแล้ว จึงไม่ต้องอยู่ในระเบียบเดิม

4. ในการจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณ ข้อใดสะท้อนหลักการ “ประโยชน์ราชการเป็นสำคัญ” ตามเจตนารมณ์บทความ

ก. การให้ทุกหน่วยงานจัดสรรอัตราเท่าเทียมกัน
ข. การสงวนอัตราครูผู้ช่วยรองรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
ค. การกระจายอัตราไปยังโรงเรียนใหญ่ก่อน
ง. การเร่งบรรจุครูโดยไม่คำนึงคุณสมบัติ

เฉลย: ข.
เหตุผล: การสงวนอัตราเพื่อรองรับโครงการระดับนโยบาย เป็นการใช้กำลังคนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อประโยชน์ราชการโดยตรง

5. หากสำนักงานเขตพื้นที่ไม่มีผู้สอบได้ในกลุ่มวิชาที่ต้องการ การตัดสินใจใดถูกต้องตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่สุด

ก. เปิดสอบใหม่ทุกครั้งเพื่อความเท่าเทียม
ข. ขอใช้บัญชีจากเขตใกล้เคียงโดยพิจารณาระยะทางเป็นหลัก
ค. ขอใช้บัญชีจากเขตที่มีจำนวนผู้สอบได้มากที่สุด
ง. ใช้บัญชีเดิมของเขตพื้นที่แม้หมดอายุแล้ว

 

เฉลย: ข.
เหตุผล: หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ใช้บัญชีเขตพื้นที่ที่ “ใกล้เคียงที่สุด” เป็นอันดับแรกตามระยะทาง

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น