ค้นหา

ปรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2567 วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2567 เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน        

สืบเนื่องจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังจะหมดอายุบัญชีในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ สพฐ. ในฐานะส่วนราชการต้นสังกัด จึงได้หารือกับสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อร่วมกันวางแนวทางในการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ใหม่ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน และสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ        

สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น โดยที่ประชุม ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบ และ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว มีสาระสำคัญที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยสรุป ดังนี้

        

1)  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครคัดเลือก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ ซึ่งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง โดยกลุ่มประสบารณ์ มีคณสมบัติเพิ่มเติม คือ ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในสายงานบริหารการศึกษา มาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี โดยให้พิจารณาเฉพาะการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในสายงานบริหารการศึกษาเท่านั้น มิให้นําการรักษาการในตำแหน่งดังกล่าวมานับรวม และต้องมีผลการประเมินการพัฒนางานตามข้อตกลงในรอบการประเมินที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70         

โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดสัดส่วนและจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งในกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตาม มาตรา 53 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547

       

2) หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 3 ภาค คือ

           ภาค ก ความรอบรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้  
           ภาค ข การประเมินสมรรถนะทางการบริหาร โดยให้สถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพทางการบริหารการศึกษา และมีประสบการณ์ในการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินสมรรถนะทางการบริหารเป็นผู้ดำเนินการประเมิน ภาค ข และเสนอรูปแบบและวิธีการประเมินให้คณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณา
           ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

       

3) เกณฑ์การตัดสิน
            - ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค ให้เรียงลำดับคะแนน ภาค ก จากผู้ที่ได้คะแนน ภาค ก จากมากไปหาน้อยจำนวนไม่เกินสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ
            - ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนนเฉพาะ ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยเรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อย

       

4) การขึ้นบัญชี
           - ให้ขึ้นบัญชี แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ โดยกำหนดระยะเวลาขึ้นบัญชีไม่เกินหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับ การคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

       

5) การบรรจุและแต่งตั้ง
           - ให้เลขาธิการ กพฐ. สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ และประกาศไว้ในประกาศรับสมัคร ตามสัดส่วนที่กำหนด
           - ให้มีการพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามที่ส่วนราชการกำหนด
           - ยกเลิกการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อลดความซ้ำซ้อนเนื่องจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งต้องประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน
 

 

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.