สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การันตี ขึ้นเงินเดือนข้าราชการบรรจุใหม่ 1.8 หมืนล้านบาท งบประมาณ 2568

จับตาการปรับ "ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ" ปีที่ 2 สำหรับกลุ่มผู้แรกบรรจุใหม่ สำนักงบประมาณ เตรียมชงงบฯ ปี 2568 เข้าครม. วันที่ 11 มิ.ย.นี้ เห็นชอบ กำหนดวงเงินงบกลาง พร้อมจ่ายเงินเดือนปริญญาตรี แตะ 1.8 หมื่นบาท 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 มิถุนายน 2567 นี้ สำนักงบประมาณ เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเอกสารประกอบงบประมาณ ซึ่งได้จัดพิมพ์เสร็จสิ้นแล้ว ให้กับที่ประชุมครม.เห็นชอบ ก่อนที่จะนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยหนึ่งเรื่องสำคัญ จะมีการกำหนดวงเงินการ ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ บรรจุใหม่ด้วย 

ทั้งนี้ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กำหนดกรอบวงเงินงบประมาณอยู่ที่ 3,752,700 ล้านบาท โดยยังเป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่อง วงเงิน 865,700 ล้านบาท โดยประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ อยู่ที่ 2,887,000 ล้านบาท พร้อมทั้งได้กำหนดรายจ่ายในการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เอาไว้อยู่ภายใต้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง ที่มีรวมวงเงิน 805,745 ล้านบาท  

โดยกำหนดแยกออกมาเป็นวงเงินงบกลาง รายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ วงเงิน 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2567 จำนวน 2,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีวงเงินอื่น ๆ ที่กำหนดเอาไว้สำหรับข้าราชการภายใต้งบกลางด้วย เช่น รายการเงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 จำนวน 480 ล้านบาท 

ทั้งนี้หากงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้การปรับ “ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ” แรกบรรจุ มีอัตราเงินเดือนในระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 18,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี ตามโยบายของรัฐบาล หลังจากได้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนขึ้นมาครั้งแรกแล้วในปีงบประมาณ 2567 ซึ่งตั้งงบกลางรายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ วงเงิน 11,000 ล้านบาท ไว้แล้วเรียบร้อย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป 

อัตราเงินเดือนข้าราชการ บรรจุใหม่ ปีงบประมาณ 2568

 

วุฒิการศึกษา ปวช. 

ปีงบประมาณ 2567 อัตรา 10,340-11,380 บาท 

ปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเป็น 11,380-12,520 บาท

 

วุฒิการศึกษา ปวส. 

ปีงบประมาณ 2567 อัตรา 12,650-13,920 บาท 

ปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเป็น 13,920-15,320 บาท

 

วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี 

ปีงบประมาณ 2567 อัตรา 16,500-18,150 บาท 

ปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเป็น 18,150-19,970 บาท

 

วุฒิการศึกษา ปริญญาโท 

ปีงบประมาณ 2567 อัตรา 19,250-21,180 บาท 

ปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเป็น 21,180-23,300 บาท

 

วุฒิการศึกษา ปริญญาเอก 

ปีงบประมาณ 2567 อัตรา 23,100-25,410 บาท 

ปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเป็น 25,410-27,960 บาท 

 

ที่มา ; ฐานเศรษฐกิจ 08 มิ.ย. 2567

 

ข่าวเกี่ยวข้องกัน

การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ตามคุณวุฒิ

สรุปสาระสำคัญ

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 สำนักงบประมาณ เตรียมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร โดยงบปี 2568 มีกรอบวงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท เป็นงบแบบขาดดุลต่อเนื่อง 865,700 ล้านบาท และมีรายได้รัฐบาลสุทธิ 2.89 ล้านล้านบาท

สาระสำคัญคือ การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการบรรจุใหม่ “ปีที่ 2” ตามนโยบายรัฐบาล ให้ระดับ ปริญญาตรีเริ่มต้น 18,000 บาท ภายในปีงบ 2568 (มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568) พร้อมจัดสรรงบกลางรายการ “เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ” 13,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2567 จำนวน 2,000 ล้านบาท รวมถึงงบช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐอีก 5,000 ล้านบาท

 

การปรับครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับค่าครองชีพและแรงจูงใจสำหรับผู้เข้ารับราชการใหม่ทุกระดับวุฒิ ตั้งแต่ ปวช.–ปริญญาเอก เพื่อรักษาขวัญกำลังใจบุคลากรภาครัฐและสร้างความเท่าเทียมกับภาคเอกชน โดยยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังอย่างระมัดระวัง

แนวข้อสอบ

1.สาระสำคัญของการเสนอร่างงบประมาณปี 2568 ของสำนักงบประมาณต่อ ครม. มีวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดในข้อใด
ก. เพื่อปรับโครงสร้างรายจ่ายให้สมดุลกับรายได้
ข. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายขึ้นเงินเดือนข้าราชการใหม่ตามกรอบวินัยการคลัง
ค. เพื่อเพิ่มงบลงทุนในภาคเอกชน
ง. เพื่อจัดสรรงบรายหัวให้ทุกกระทรวงเท่ากัน

เฉลย: ข.
เหตุผล: จุดเน้นของการชงงบฯ คือการปรับเงินเดือนข้าราชการใหม่ตามนโยบายรัฐบาล โดยยังคงวินัยทางการคลัง

2. การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการบรรจุใหม่ให้ปริญญาตรีเริ่มต้น 18,000 บาท สะท้อนแนวคิดการบริหารทรัพยากรบุคคลของรัฐในข้อใดมากที่สุด
ก. การใช้ค่าตอบแทนเป็นเครื่องมือจูงใจและรักษาบุคลากรคุณภาพ
ข. การลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ระหว่างภาครัฐและเอกชน
ค. การกระจายรายได้ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วน
ง. การลดต้นทุนการบริหารภาครัฐ

เฉลย: ก.
เหตุผล: การปรับเงินเดือนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรใหม่เข้าสู่ระบบราชการและรักษาคนเก่งไว้ในองค์กร

3. ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา หากได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นเงินเดือน ควรดำเนินการใดเพื่อให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลทางการเงิน
ก. ปรับลดงบกิจกรรมโรงเรียนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ข. จัดทำประมาณการงบประมาณบุคลากรใหม่ และรายงานต่อหน่วยต้นสังกัดอย่างโปร่งใส
ค. ขอรับการสนับสนุนงบพิเศษเพิ่มเติมโดยตรงจาก ครม.
ง. ชะลอการจ่ายเงินเดือนครูบรรจุใหม่ออกไปก่อน

เฉลย: ข.
เหตุผล: ผู้บริหารต้องจัดทำงบประมาณบุคลากรให้ถูกต้องตามกรอบวินัยการคลัง และรายงานผลอย่างโปร่งใส

 4. นโยบายขึ้นเงินเดือนข้าราชการปี 2568 ส่งผลโดยตรงต่อเป้าหมายเชิงนโยบายใดของรัฐบาล
ก. การสร้างความเท่าเทียมทางสังคม
ข. การยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจบุคลากรภาครัฐ
ค. การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
ง. การลดหนี้สาธารณะระยะยาว

เฉลย: ข.
เหตุผล: การเพิ่มเงินเดือนมุ่งสร้างแรงจูงใจและคุณภาพชีวิตที่ดีให้บุคลากรภาครัฐ เป็นกลไกสำคัญของนโยบายทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ

5. การจัดสรรงบกลาง “เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ” แยกออกจากงบรายจ่ายอื่น สะท้อนหลักการบริหารงบประมาณแบบใด
ก. การจัดทำงบประมาณตามแผนงาน (Program Budgeting)
ข. การจัดสรรงบแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting)
ค. การบริหารงบกลางเพื่อความยืดหยุ่นและตอบสนองนโยบายเร่งด่วน
ง. การจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting)

เฉลย: ค.
เหตุผล: งบกลางเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการบริหารงบอย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับนโยบายเร่งด่วน เช่น การปรับเงินเดือนข้าราชการ